
ปชป.วุ่นรุ่นSMEวิ่งขาขวิดนั่งกก.บห.
เลือก กก.บห.ชุดใหม่ ทำปชป. วุ่น รุ่นกลาง-รุ่นใหญ่ วิ่งกันขาหวิด หาเสียงสนับสนุน หวังนั่งเก้าอี้รองหัวหน้าพรรค
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหว กรณีการเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ก่อนการประชุมสมาชิกวิสามัญในวันที่ 6 ส.ค.นี้ว่า ในช่วงเวลาประมาณ 14.30 น. วันที่ 27ก.ค.ที่ผ่านมา ภายหลังจากที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รักษาการเลขาธิการพรรคได้เดินทางมายังที่ทำการพรรค ได้มีแกนนำส.ส.จำนวนหนึ่ง ประกอบไปด้วย นายวิทยา แก้วภราดัย ส.ส.นครศรีธรรมราช นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา นายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ นายนราพัฒน์ แก้วทอง ส.ส.พิจิตร นายณัฐพล ทีปสุวรรณ ส.ส.กรุงเทพ ผู้อำนวยการพรรคฯ ได้ขึ้นไปร่วมหารือกับนายสุเทพโดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการคัดเลือกกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ชุดใหม่ จนถึงขณะนี้ ก็ยังคงไม่นิ่ง เช่นเดียวกับการจัดโผครม. ของพรรคเพื่อไทย โดยล่าสุด มีส.ส.หลายสมัยของพรรคจำนวนหนึ่ง ที่อยู่ในระหว่างเดินสายขอคะแนนสนับสนุน จากเพื่อนส.ส. และประธานสาขาพรรค ให้ช่วยโหวตเป็นกรรมการบริหาร
ทั้งนี้ ส.ส.ดังกล่าว มีอาทิ นายอลงกรณ์ พลบุตร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ที่หวังจะรับตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคในส่วนภาคกลาง นายวิรัช ร่มเย็น ส.ส.ระนอง ที่หวังจะเป็นรองหัวหน้าพรรคในส่วนภาคใต้ เป็นต้น
นอกจากนี้ ก็ยังมีความเคลื่อนไหวของส.ส.กลุ่มต่าง ๆ ในพรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้มีการนัดพูดคุยหารือ ถึงสถานการณ์ในพรรค โดยในจำนวนนี้ มีกลุ่มส.ส.ภาคเหนือตอนล่าง ที่นำโดยนายนคร มาฉิม ส.ส.พิษณุโลก นายธนิตพล ไชยนันทน์ ส.ส.ตาก และประธานสาขาพรรคในพื้นที่ ที่มีการนัดพูดกันเมื่อช่วงค่ำวันที่ 26 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่จ.เชียงใหม่
ทั้งนี้ การหารือดังกล่าว ยังมีการเผยแพร่คำให้สัมภาษณ์ ถึงความต้องการเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจังภายในพรรคประชาธิปัตย์ตามที่เป็นข่าวมาก่อนหน้านี้ด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นอกจากนี้ในวงสนทนาดังกล่าวแล้ว ยังมีการเปิดแสดงความคิดเห็นถึงปัญหาและการปรับปรุงพรรค โดยเสียงส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายสุเทพ เป็นผู้ที่ทำงานหนักให้กับพรรค แต่ติดตรงที่มีกลุ่มส.ส.จำนวนหนึ่ง ที่ไม่ค่อยลงพื้นที่ ไม่รู้ปัญหาของประชาชนจริง ๆ และเอาแต่คอยอยู่ข้าง ๆ หัวหน้าพรรค แต่กลับได้ดิบได้ดี เป็นผู้ได้รับการยอมรับในการแสดงความคิดเห็น และกรรมการบริหารพรรคเอง ก็เชื่อคำ พูดของกลุ่มคนเหล่านั้น



