คลังเชื่อกรอบวงเงินงบปี55ไม่เปลี่ยนมาก
คลังไม่หวั่นรื้อกรอบงบปี 2555 ใหม่ เชื่อปรับแต่ไส้ในไม่กระทบรายจ่ายมากเกินไป ชี้การใช้จ่ายต้องคำนึงถึงเงินเฟ้อ รับอาจล่าช้า 2-3 เดือน เพราะรอรัฐบาลใหม่ ด้านกรมศุลฯมองปีหน้าใช้สิทธิภาษีอาฟตาเพิ่มถึง 60%
นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การสรุปวงเงินงบประมาณรายจ่ายปี 2555 อาจจะล่าช้าไป 2-3 เดือน เพราะต้องรอรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหาร ซึ่งการรื้องบประมาณใหม่น่าจะเป็นส่วนของไส้ใน แต่กรอบวงเงินไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงมากนัก และยังไม่มีความชัดเจนว่าจะมีการเปลี่ยนการขาดดุลงบประมาณที่ตั้งไว้ 3.5 แสนล้านบาทหรือไม่ อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงต้องคำนึงถึงการประเมินความเหมาะสมในการใช้เงินภาครัฐด้วยว่าจะต้องไม่มีแรงกดดันต่อภาวะเงินเฟ้อ
ส่วนการจัดเก็บรายได้ 2 ล้านล้านบาท ที่เพิ่มขึ้นจากเดิมแสนล้านบาทนั้น เป็นการประเมินจากฐานภาษีเดิม ยังไม่รวมการปรับลดภาษีนิติบุคคลและการปรับเปลี่ยนอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล ซึ่งต้องดูที่โครงสร้าง หากลดภาษีดังกล่าวตามนโยบายรัฐบาลก็ต้องพิจารณาภาษีอื่นๆ มาทดแทนรายได้ที่หายไป เช่น ภาษีสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรมศุลกากรอยู่ระหว่างทบทวนประมาณการจัดเก็บรายได้ในปีงบประมาณ 2555 ใหม่ หลังจากที่พบว่าการจัดเก็บรายได้ปี 2554 จัดเก็บได้เดินเป้าหมายแล้ว 14% จากเป้าหมายเดิม 8.84 หมื่นล้านบาท โดยทั้งปีน่าจะเก็บได้ 9.94 หมื่นล้านบาท ส่วนปี 2555 น่าจะเก็บรายได้เพิ่ม 10% หรือแสนล้านเศษ ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจาต่อรองกับกระทรวงการคลัง เพราะแม้ว่ารายได้จะมีแนวโน้มเก็บได้เพิ่มขึ้น แต่ก็ยังมีส่วนที่กรมศุลกากรต้องสูญเสียรายได้ไปจากการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีตามเขตการค้าเสรีอาเซียนที่มีมากขึ้นต่อเนื่อง โดยในปี 2555 มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นถึง 60% จึงอาจมีผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ด้วย
นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ กล่าววว่า รายได้นำส่งของรัฐวิสาหกิจในปีงบประมาณ 2554 มีเป้าหมาย 8.4 หมื่นล้านบาท แต่ในช่วงครึ่งแรกของปีจัดเก็บได้เกินเป้าหมาย จึงทำให้ปรับเป้าเป็น 9 หมื่นล้านบาท ส่วนปีงบประมาณ 2555 เป้าหมายการจัดเก็บอยู่ที่ 9.7 หมื่นล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะสามารถปรับเพิ่มได้เล็กน้อยหากรัฐบาลใหม่ต้องการที่จะให้ทบทวน



