
"เอสซีจี"กว้านซื้อโรงงานเซรามิกตั้งเป้าขึ้นแท่นเบอร์1ในอาเซียน
เอสซีจีเดินหน้าตามเป้าหมายเป็นผู้นำในอาเซียน ล่าสุดทุ่ม 6,500 ล้านซื้อกิจการเซรามิก-วัสดุก่อสร้างในอินโดนีเซีย ลั่นซื้อกิจการเซรามิกในอาเซียนเพิ่ม หวังขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งในกลุ่มเซรามิก
นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เอสซีจี เปิดเผยว่า บริษัทยังคงมุ่งเน้นการเป็นผู้นำในอาเซียนอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการลงทุนในอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ล่าสุดได้ลงทุนในธุรกิจเซรามิกและวัสดุก่อสร้างในอินโดนีเซีย ซึ่งคณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติงบลงทุนมูลค่า 6,500 ล้านบาท และภายใน 1-2 ปี บริษัทจะขึ้นแท่นอันดับหนึ่งของโลกในธุรกิจเซรามิก จากปัจจุบันบริษัทเป็นอันดับหนึ่งด้านวัสดุก่อสร้างในอาเซียน
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงมีเป้าหมายที่จะซื้อกิจการโรงงานเซรามิกในอาเซียนเพิ่มเติม โดยเป้าแรกยังคงเป็นอินโดนีเซีย และเป้าถัดไปก็คือเวียดนาม และฟิลิปปินส์
นายกานต์ กล่าวว่า การซื้อกิจการดังกล่าวนอกจากจะเป็นการสร้างศักยภาพของกลุ่มปูนซิเมนต์ในอินโดนีเซียแล้ว ยังเป็นการสร้างเครือข่ายด้านการค้าและการลงทุน เตรียมความพร้อมรับมือกับการเปิดการค้าเสรีของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558
ส่วนงบลงทุน 5 ปี ระหว่างปี 2555-2559 จากเดิมได้จัดสรรงบขั้นต่ำไว้ที่ 1 แสนล้านบาท แต่ก็มีโอกาสถึง 1.5 แสนล้านบาท โดยจะเป็นการลงทุนทั้งในธุรกิจปิโตรเคมีเคิล ซิเมนต์ รวมทั้งวัสดุก่อสร้าง จะเป็นการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะในอาเซียน ซึ่งปีนี้เห็นสัญญาณการเข้ามาลงทุนในอาเซียนอย่างชัดเจน และบริษัทได้ปูฐานธุรกิจไว้อย่างเข้มแข็งแล้ว
นายกานต์ยังกล่าวถึงความคืบหน้าของโครงการปิโตรเคมีคอล คอมเพล็กซ์ ที่เวียดนามมูลค่า 4,000 ล้านบาท ว่า อยู่ในระหว่างการหาแหล่งเงินทุน หลังจากที่ประเมินแล้วว่าการใช้โปรเจกท์ไฟแนนซ์จะทำให้ต้นทุนการเงินสูง จึงหันมาใช้วิธีการให้ผู้ถือหุ้นทุกฝ่ายเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ด้วยตัวเอง
ผลการดำเนินงานงวดครึ่งปีแรกบริษัทมีรายได้จากการขาย 1.86 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากทุกผลิตภัณฑ์ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยครึ่งปีแรกมีกำไร 1.6 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของเอสซีจี ซิเมนต์ และส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมของเอสซีจี เคมีคอลส์



