
เหรียญห้า
เหรียญห้าพาเศร้า : ขมน้ำตาลหวานบอระเพ็ด โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ
ผมเป็นคนแก่ที่สะเพร่า, มักง่าย และทำของหายอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งของกระจุกกระจิกที่ใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกง เช่น ขวดยาหม่องน้ำ, หลอดยาดม, เงินเหรียญกษาปณ์ หรือแม้แต่โทรศัพท์พกพา บางอย่างหล่นหายไปแล้วก็หาเจอหรือมีคนอื่นช่วยหาเก็บไว้ให้ บางอย่างก็หายไปไม่หวนกลับมาอีกเลย
ของที่ผมทำหายมากที่สุดในชีวิตคือ บรรดาเหรียญกษาปณ์มูลค่าต่างๆ นั่งแล้วไหลออกจากกระเป๋าตกตามซอกหลืบในรถบ้าง ควักออกจากกระะเป๋าวางไว้ในถาด ขณะผ่านเครื่องตรวจโลหะก่อนขึ้นเครื่องบิน แล้วลืมเก็บหรือเก็บมาไม่ครบบ้าง ทำให้ทุกครั้งที่ต้องเดินทางต่างประเทศ ผมจะต้องหาถุงพลาสติกใส่ยาเม็ดเอามาใส่เหรียญ เวลาจะผ่านเครื่องตรวจก็วางลงไปทั้งถุงแล้วเก็บทั้งถุง เวลาจะซื้อของก็หยิบถุงเทเหรียญออกมานับ ราวกับสมัยย่า, ยายเอาเงินเฟื้องเงินสลึงออกจากชายพก
ด้วยความที่ทำเหรียญกษาปณ์หายบ่อย จึงทำให้ระยะหลังนี้ต้องทำตัวเหมือนกับเศรษฐีที่ดูหมิ่นเงินน้อย เพราะจะไม่พกเหรียญทุกราคาติดตัว ถ้าได้รับทอนมาจากการซื้อของก็หย่อนลงไปในที่เขี่ยบุหรี่ประจำรถ เอาไว้ใช้จ่ายเวลาผ่านทางพิเศษที่ต้องเสียค่าใช้ทาง ถ้าติดกระเป๋าไปแล้วก็เอาไปกองไว้บนโต๊ะทำงานให้ลูกหลานหยิบไปซื้อของ
ความที่ห่างเหินเหรียญกษาปณ์มานานทำให้ผมเพิ่งรับรู้ว่า เหรียญมูลค่าห้าบาทของประเทศไทยเราเปลี่ยนแปลงไปอีกครั้งหนึ่งแล้ว ทำให้เงินตรามูลค่าห้าบาทของไทยเป็นเงินที่มีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด จากธนบัตรขนาดและสีต่างๆ เปลี่ยนมาเป็นเหรียญกลมขนาดใหญ่ แล้วก็อ้างว่าทนต่อสู้กับเหรียญปลอมไม่ไหว เปลี่ยนมาเป็นเหรียญแบบทรงเหลี่ยม ก่อนจะเปลี่ยนขนาดให้ย่อมลงและปรับปรุงอีกหลายครั้ง
ล่าสุดที่ผมเพิ่งจะรับรู้โดยบังเอิญก็เพราะมีเหรียญห้าบาทในกระเป๋าร่วงลงบนพื้นคอนกรีต เสียงที่ดังทึบๆ ไม่โปร่งกังวานทำให้ผมเอะใจสงสัยว่าจะเป็นเหรียญปลอม แถมเมื่อหยิบขึ้นมาโยนเดาะบนมือยังพบว่า น้ำหนักของเหรียญที่ยังใหม่เงาวาววับเหรียญนั้น มันช่างเบาหวิวผิดกับเหรียญที่ผมเคยรับรู้มาก่อน
เมื่อค้นกองเหรียญที่วางไว้บนโต๊ะทำงานออกมาตรวจสอบ ก็พบว่ามีเหรียญมูลค่าห้าบาทจำนวนเกือบสิบเหรียญ ที่มีคุณสมบัติตามที่ว่าไว้ทุกประการ ด้วยความตกใจจึงรวบรวมเหรียญทั้งหมดไปเตือนลูกหลานที่นั่งรวมกลุ่มกันอยู่ว่า ให้ระวังนะเหรียญห้าบาทปลอมกำลังระบาดหนักอีกแล้ว
ทันทีที่ลูกหลานได้รับเอาเหรียญที่ผมคิดว่าปลอมไปดู จึงได้บอกว่าเป็นเหรียญจริงทั้งหมดที่มีการนำออกมาใช้ได้ระยะหนึ่งแล้ว ผมจึงเพิ่มถึงบางอ้อและคิดว่าการเปลี่ยนแปลงคงเกิดขึ้นตามวงรอบอายุของเหรียญห้าบาท ที่มีการกล่าวอ้างเหตุผลในการปรับเปลี่ยนอยู่เสมอ และคิดว่าคงไม่ได้มีผลกระทบอันใดเกิดขึ้น เหมือนการเปลี่ยนแปลงที่เคยเกิดมาครั้งแล้วครั้งเล่า
แต่โลกในยุคดิจิทัลทันสมัยเช่นเวลานี้ ลูกหลานคนวัยหนุ่มสาวและเด็กๆ ทั้งหลายบอกกับผมว่า เหรียญห้าบาทที่ออกมาใหม่นี้ได้ทำลายความสะดวกในการใช้ชีวิตของพวกเขาลงไป เพราะการจับจ่ายซื้อของด้วยกรรมวิธีการหยอดเหรียญเกือบทั้งหมด ไม่ยอมรับเหรียญห้าบาทชนิดใหม่นี้เป็นจำนวนมาก เนื่องจากน้ำหนักเบาเกินกว่าที่เครื่องถูกตั้งโปรแกรมเอาไว้
วิถีชีวิตในปัจจุบันนี้มีเครื่องจักรหยอดเหรียญเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างสำคัญยิ่ง ตั้งแต่ซักเสื้อผ้า, กรอกน้ำดื่มใส่ขวด, ซื้อเครื่องดื่มของขบเคี้ยว หรือติดต่อสื่อสารด้วยโทรศัพท์ ฯลฯ ทุกอย่างขัดข้องขลุกขลักไปเพราะเหรียญห้าบาทใหม่นี้ทั้งนั้น ทำให้เกิดคำถามขึ้นในใจของคนที่ไม่นิยมการใช้เหรียญอย่างผมว่า แล้วถ้าอย่างนั้นคนที่มีหน้าที่กำกับดูแล เรื่องการออกเหรียญกษาปณ์ชนิดใหม่ๆ เขารู้ถึงเหตุขัดข้องเรื่องนี้กันหรือยังก็ไม่รู้ซีครับ



