
ปล่อยผีล็อตใหญ่ครบ95%'ตู่'แห้ว
กกต.รับรองส.ส.เพิ่ม 94 คน ครบ95% พร้อมเปิดสภาแล้ว "ณัฐวุฒิ-พรทิวา-พายัพ"ได้เฮ "จตุพร" แห้ว รอตีความสมาชิกภาพ
(27 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติรับรองส.ส.เพิ่มอีก 94 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และนายพายัพ ปั้นเกตุ ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย รวมถึงนางพรทิวา นาคาศัย ว่าที่ส.ส.ชัยนาท เขต 1 พรรคภูมิใจไทย อย่างไรก็ตามในส่วนของ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กกต.ยังไม่ประกาศรับรองผล โดยให้รอตีความสมาชิกภาพให้ชัดเจนก่อน
ทั้งนี้การเลือกตั้งส.ส.ในครั้งนี้ กกต.ได้มีการประกาศรับรองไปทั้งสิ้นจำนวน 496 คน ซึ่งถือว่าเกินร้อยละ 95 ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ โดยว่าที่ส.ส.ที่ขาด 4 คนนั้น เนื่องจากกกต.ได้มีคำสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ในจังหวัดยะลา และให้ใบเหลือง 2 ใบ คือ จังหวัดสุโขทัย และจังหวัดหนองคาย ซึ่งจะมีการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 31 ก.ค.นี้พร้อมกัน ส่วนอีกหนึ่งราย คือ นายจตุพร ดังนั้น ขณะนี้ทำให้สามารถเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเลือกประธานสภาฯและนายกรัฐมนตรีได้แล้ว
ด้านนางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวภายหลังการประชุม กกต.เพื่อพิจารณาประกาศรับรองผลนานกว่า 7 ชั่วโมง ว่า ที่ประชุม กกต.มีมติประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.ในรอบที่ 4 จำนวน 94 คน ซึ่งในจำนวนนี้ รวมถึงนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายพายัพ ปั้นเกตุ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นางพรทิวา นาคาศัย ส.ส.เขต 1 ชัยนาท พรรคภูมิใจไทย และน.ส.พัชรินทร์ มั่นปาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปไตยใหม่ โดยยกเว้นนายจตุพร พรหมพันธุ์ ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เพียงคนเดียว ที่ กกต.มีมติ 3 ต่อ 2 ยังไม่ประกาศรับรอง เนื่องจากเห็นว่ายังมีปัญหาในเรื่องคุณสมบัติการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย กรณีไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 3 กรกฎาคม ที่ผ่านมา จึงทำให้ขาดความเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยหรือไม่ ซึ่งให้อนุกรรมการไต่สวนไปดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมเพราะที่ผ่านมาไม่ได้เสนอความเห็นต่อ กกต.ในประเด็นนี้
“เรื่องนี้เป็นการขัดกันระหว่างรัฐธรรมนูญกับ พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2550 ดังนั้นจึงจำเป็นต้องให้อนุกรรมการไปตรวจสอบเพิ่มเติมในแง่ของข้อกฎหมาย ซึ่ง กกต.ก็ไม่ได้กำหนดระยะเวลาว่า อนุกรรมการต้องดำเนินการให้เสร็จเมื่อใด และ กกต.ก็ยังไม่ได้มีการกำหนดว่าจะหยิบเรื่องขึ้นมาพิจารณาอีกเมื่อใด แต่ขอยืนยันว่า กกต.ทำเรื่องนี้ดีที่สุดแล้ว” นางสดศรีระบุ
นางสดศรียังยอมรับด้วยว่า ส.ส.ที่ กกต.ประกาศรับรองในรอบที่ 4 นี้ ไม่มีใครที่ไม่มีเรื่องร้องคัดค้าน และการที่กฎหมายให้ กกต.ประกาศรับรองไปก่อนร้อยละ 95 เพื่อให้เปิดประชุมสภาได้ แต่ กกต.กลับประกาศรับรองที่เหลือทั้งหมด ก็เชื่อคงไม่ทำให้ กกต.ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องการทำงาน เพราะเก็บไว้ก็คงไม่มีประโยชน์อะไร เนื่องจากฝ่ายสืบสวนสอบสวนเสนอมาว่าหลังวันเลือกตั้งจนถึงวันที่ 11 กรกฎาคม 2554 มีการร้องเรียนเข้ามาถึง 193 เรื่อง และจากวันที่ 11 กรกฎาคมจนถึงปัจจุบัน ก็มีการร้องคัดค้านเข้ามาอีกรวมเป็น 500 เรื่อง ซึ่งไม่มีทางที่ กกต.จะพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 1 สิงหาคม นี้ได้ อีกทั้งมีการกำหนดวันที่จะเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกแล้ว เมื่อพิจารณาแล้วก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ที่เรื่องร้องคัดค้านต่างๆ ที่เหลือจะได้ให้ศาลฎีกา ช่วยกลั่นกรองอีกทีหนึ่ง อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ กกต.ก็จะยังพิจารณาสำนวนร้องคัดค้านที่ยังคงเหลืออยู่ โดยจะเริ่มในวันที่ 28 กรกฎาคม
แหล่งข่าวจาก กกต.เปิดเผยว่า การลงมติในกรณีของนายจตุพรนั้น ที่ประชุมใช้เวลาในการถกเถียงเรื่องดังกล่าวค่อนข้างมาก โดย กกต.เสียงข้างมาก 3 เสียง ได้แก่ นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. นายประพันธ์ นัยโกวิท และนางสดศรี สัตยธรรม เห็นว่า ควรต้องมีการพิจารณาในข้อกฎหมายให้รอบคอบก่อน ซึ่งมีการเสนอกันว่า ควรมีการส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความหรือไม่ และถ้าจะส่ง จำเป็นต้องประกาศรับรองไปก่อนหรือไม่ หากใช้แนวทางนี้ก็อาจทำให้ กกต.เสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้องฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เพราะความปรากฏอยู่แล้วว่าในวันเลือกตั้งนายจตุพร ไม่ได้ไปใช้สิทธิ ซึ่งก็ถือว่าขาดคุณสมบัติการเป็นสมาชิกพรรค ขณะที่ฝ่ายเสียงข้างน้อย 2 เสียง ได้แก่ นายวิสุทธิ์ โพธิแท่น และนายสมชัย จึงประเสริฐ เห็นว่าควรประกาศรับรองไปก่อน เพราะไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถนำเรื่องส่งศาลรัฐธรรมนูญได้ อีกทั้ง กกต.จะเอาอำนาจใดมาสั่งไม่ประกาศรับรอง เนื่องจากกรณีนี้ไม่ใช่เป็นการทุจริตเลือกตั้ง
ส่วนสำนวนร้องคัดค้าน ส.ส. ที่ตกเป็นข่าวก่อนหน้านี้ว่า กกต.อาจจะไม่ประกาศรับรองนั้น แต่ที่สุด กกต.ก็มีมติประกาศรับรอง อาทิ นายณัฐวุฒิ และนายพายัพ กกต.มีมติเสียงข้างมาก 4 ต่อ 1 ให้รับรอง โดยนายอภิชาตลงมติไม่รับรอง ส่วน น.ส.พัชรินทร์ มั่นปาน กกต.มีมติเสียงข้างมาก 3 ต่อ 2 โดย 2 เสียง คือนางสดศรี และนายสมชัย ลงมติไม่รับรอง ขณะที่นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นายชัย ชิดชอบ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย น.ส.จารุวรรณ กุลดิลก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กกต.มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ประกาศรับรอง
ด้านนายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต.แถลงว่า ที่ประชุม กกต.มีมติให้ประกาศรับรองผล ส.ส.แบบแบ่งเขต 87 ราย และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 7 ราย โดยยังไม่ประกาศผลในส่วนของนายจตุพร และนายอับดุลการิม เด็งระกีนา ว่าที่ ส.ส.เขต 2 จ.ยะลา ที่ กกต.สั่งนับคะแนนใหม่ โดยการประกาศผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่ประชุมได้ให้ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย รายงานจำนวนเรื่องร้องคัดค้านที่เกี่ยวข้องกับผู้ได้รับเลือกตั้ง ที่มีตั้งแต่วันที่ 3-11 กรกฎาคม มีทั้งสิ้น 176 เรื่อง โดยอยู่ระหว่างดำเนินการของ กกต.จังหวัด 80 เรื่อง และด้านกิจการสืบสวนอีก 96 เรื่อง ซึ่งด้านกิจการสืบสวนรายงานว่า ไม่สามารถดำเนินการสอบสวนให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 1 สิงหาคมได้ ทำให้ กกต.เห็นว่า จำเป็นต้องประกาศรับรอง ส.ส.ที่เหลือไปก่อนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 129
ส่วนกรณีที่ กกต.ยังไม่ประกาศรับรองนายจตุพรนั้น ที่ประชุม กกต.ได้รับทราบรายงานของคณะอนุกรรมการไต่สวน ที่เสนอให้ยกคำร้องนายจตุพรทุกข้อกล่าวหา แต่ที่ประชุม กกต.มีมติด้วยเสียงข้างมาก เห็นว่านายจตุพรจะขาดสมาชิกภาพการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองหรือไม่ โดยเห็นว่าการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองของนายจตุพรสิ้นสุดลง เนื่องจากต้องคุมขังโดยหมายของศาล จึงเป็นบุคคลต้องห้ามไปใช้สิทธิเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 100 (3) อันทำให้สมาชิกภาพของสมาชิกพรรคเพื่อไทยสิ้นสุดลง ตามมาตรา 8 มาตรา 19 และมาตรา 20 (3) แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง ซึ่งเป็นผลให้ขาดคุณสมบัติการเป็น ส.ส. แม้จะมีการแก้ไขข้อบังคับพรรคเพื่อไทยแล้ว แต่ข้อบังคับพรรคดังกล่าวก็ต้องอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง
“กรณีของนายจตุพรจะเป็นกรณีที่ยังไม่ประกาศรับรองให้เป็น ส.ส.ในวันนี้ และมี กกต.หนึ่งเสียงในเสียงข้างมากที่เห็นว่าควรส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 28 กรกฎาคมนี้ กกต.ก็คงพูดคุยกันอีกครั้งว่า จะดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร” นายสุทธิพลกล่าว
นายสุทธิพลยังชี้แจงความคืบหน้ากรณีตรวจสอบเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ กกต.ไปตีกอล์ฟรับสินบน ว่า กกต.มอบให้สำนักงานไปดูแลซึ่งก็ได้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้วโดยให้ตรวจสอบข่าวจากหนังสือพิมพ์ พยานบุคคล พยานเอกสาร และกำหนดให้เสนอความเห็นต่อ กกต.ทราบภายใน 7 วัน
โฆษกรบ.ปัดข่าวโปรดเกล้าฯพรฎ.ประชุมสภานัดแรก
นายปณิธาน วัฒนายากร รักษาการโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวมีการโปรดเกล้าฯพระราชกฤษฎีกา(พรฎ.) เปิดประชุมสภานัดแรกลงมาแล้วว่า จากการสอบถามนายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการครม. ได้รับการยืนยันว่า ยังไม่ได้เสมอร่างพรฎ.เปิดประชุมสภานัดแรกขึ้นทูลเกล้าฯแต่อย่างใด เนื่องจากต้องรอให้กกต.รับรองส.ส.ให้ได้ถึงร้อยละ 95 ก่อน อย่างไรก็ตาม คาดว่ากกต.จะรับรองส.ส.ครบจำนวนดังกล่าวภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งจะมีการทูลเกล้าฯพรฎ.เปิดประชุมสภานัดแรก โดยกำหนดให้เป็นวันที่ 1 ส.ค.เพื่อให้สามารถเลือกนายกฯคนใหม่ได้ก่อนวันที่ 10 ส.ค.จะได้ไม่มีปัญหาเรื่องการจัดงานพระราชพิธีเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา



