
วัดบุญวาทย์วรวิหาร
วัดบุญวาทย์วรวิหาร : พันเรื่องถิ่นแผ่นดินไทย โดยศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ และคณะ
แต่เดิมวัดบุญวาทย์วรวิหารมีชื่อว่า วัดกลางเวียง อันหมายถึง ความเป็นศูนย์กลางของเมืองเขลางค์นครในยุคที่ 3 ที่ย้ายมาจากฝั่งตะวันตกของแม่น้ำวัง โดยในปีพ.ศ.2347 ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งราชวงศ์จักรี เจ้าหลวงคำโสม แห่งนครเชียงใหม่ ได้ทำการบูรณปฏิสังขรณ์ และทรงตั้งชื่อวัดขึ้นใหม่ว่า วัดไชยสัณฐาน และเมื่อปีพ.ศ.2455 เจ้าบุญวาทย์วงศ์มานิตย์ เจ้าผู้ครองนครลำปางองค์ที่ 10 องค์สุดท้าย แห่ง "ราชวงศ์ทิพย์จักราธิวงศ์" หรือ "เชื้อเจ็ดตน" ได้ทรงรื้อวัดเดิมแล้วทรงสร้างขึ้นใหม่
ในครั้งนั้น เจ้าบุญวาทย์วงศ์มานิตย์ โปรดฯ ให้ หลวงประสานไมตรีราษฎร์ ไปถอดแบบพระอารามหลวงมาจากกรุงเทพฯ โดยให้โบสถ์ และวิหารเป็นอาคารเดียวกัน ต่างไปจากวัดในล้านนา ที่โบสถ์กับวิหารต้องแยกจากกันเป็นคนละอาคาร พระอารามหลังใหม่สร้างแล้วเสร็จ และได้มีการผูกพัทธสีมาในปีพ.ศ.2458 ในการนี้พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้ทรงโปรดเกล้าฯให้เป็นพระอารามหลวง และพระราชทานนามวัดใหม่ว่า “วัดบุญวาทย์วรวิหาร”
ภายในองค์พระวิหารวัดบุญวาทย์วรวิหาร เป็นที่ประดิษฐานพระเจ้าตนหลวง และพระสิงเพชร พระพุทธรูปศิลปะเชียงแสน ที่เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของชาวลำปาง นอกไปจากนั้นแล้ว ยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง ที่เป็นภาพพุทธชาดก จำนวน 13 กัณฑ์ ที่วาดโดย นายจันทร์ จิตรกร หรือ พระยาอนุศาสตร์จิตรกร ช่างหลวงประจำราชสำนักในรัชกาลที่ 6 ซึ่งเป็นคุณตาของ คุณสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ท่านหนึ่งของประเทศไทย ที่ทุกคนยังจดจำกันได้ดี
บริเวณด้านหน้าฝั่งตรงข้ามวัดบุญวาทย์วรวิหารนั้น แต่เดิมเป็นหอคำ ที่ว่าราชการ และคุ้มหลวงของเจ้าผู้ครองนครลำปาง ภายหลังได้กลายเป็นศาลากลางจังหวัด ที่ด้านหน้าเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อดำ หรือพระพุทธนิโรคันตรายไชวัฒน์จตุรทิศ ที่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช รัชกาลปัจจุบัน ทรงสร้างเมื่อปีพ.ศ.2509 และให้อัญเชิญไปประดิษฐานในสี่ภูมิภาคของประเทศไทย โดยภาคเหนือประดิษฐานที่จังหวัดลำปางแห่งนี้
นอกไปจากนั้นในบริเวณเดียวกันนี้ ยังเป็นที่ประดิษฐานเสาหลักเมืองของจังหวัดลำปาง ตลอดจนเป็นที่ประดิษฐานรูปหล่อโลหะของ หลวงพ่อเกษม เขมโก พระเกจิองค์สำคัญของประเทศไทย และพระราชานุสาวรีย์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมหาราช ในปัจจุบันนี้ศาลากลางจังหวัดได้ย้ายไปอยู่ในที่แห่งใหม่ ที่ถนนสายลำปาง-แพร่ ศาลากลางหลังเก่าที่ว่างลงนี้ ควรที่ชาวลำปางจะได้ร่วมใจกันสร้างเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ประจำจังหวัดลำปางเป็นการต่อไป
พรุ่งนี้วันศุกร์ เล่าเรื่องนักเขียนชาวลำปาง ที่ชื่อว่า “ส.ธรรมยศ ราชสีห์แห่งการเขียน”



