ข่าว

ปศุสัตว์เต้นพบชำแหละซากไก่ซ้ำ

ปศุสัตว์เต้นพบชำแหละซากไก่ซ้ำ

27 ก.ค. 2554

ปศุสัตว์โคราชควันออกหู หลังพบผู้ประกอบการเปิดชำแหละซากไก่เถื่อนซ้ำอีก ทุกหน่วยงานทำตามมาตรการดำเนินงานของกรมปศุสัตว์อย่างเข้มงวดแล้ว ผู้ฝ่าฝืนเหมือนไม่เกรงกลัว กล้าท้าทายกฏหมาย ลั่นสั่งจัดการเด็ดขาดไม่มีผ่อนปรน

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  จากรณีที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้นำหมายค้นของศาลจังหวัดสีคิ้ว (ปากช่อง) ที่ 17 / 2554 เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 68 / 14 หมู่ที่ 1 ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ของนายอำนวย ธุระตา  ภายหลังจากที่มีการสืบทราบและมีพยานหลักฐานเชื่อได้ว่าบ้านหลังดังกล่าวอาจถูกใช้เป็นสถานที่ชำแหละซากไก่โดยไม่ได้รับอนุญาต เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 ก.ค. ที่ผ่านมา   ซึ่งภายหลังการตรวจค้นเจ้าหน้าที่พบซากลูกไก่น้ำหนักรวม 500 กิโลกรัมกำลังถูกบรรจุถุงเตรียมจัดส่ง พร้อมอุปกรณ์การเตรียมขนย้ายซากลูกไก่ดังกล่าวอีกจำนวนหนึ่ง โดยทางเจ้าหน้าที่ได้ยึดซากไก่และอุปกรณ์ดังกล่าวไว้เป็นหลักฐานและเตรียมดำเนินคดีกับเจ้าของบ้านและบุคคลที่เกี่ยวข้อง

          ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า นายอำนวย ธุระตา ได้ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีลักลอบขนย้ายซากไก่เข้า - ออก จังหวัด และเปิดทำการชำแหละซากไก่โดยไม่ได้รับอนุญาตมาแล้วก่อนหน้านี้ เมื่อเดือน มิ.ย.54 ที่ผ่านมา และกำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินคดี  ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจและทางสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมา กำลังอยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเอาผิดกับนายอำนวย   เพิ่มเติมอีกหลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นซ้ำอีก 
  
          นายรังสรรค์ เปิดเผยว่า จากรายงานเบื้องต้นทราบว่าการกระทำความผิดเกี่ยวกับการเปิดสถานที่ชำแหละซากไก่ในครั้งนี้  เป็นบ้านของนายอำนวย ธุระตา  ซึ่งเป็นสถานที่เดิมที่เคยมีการจับกุมแล้วก่อนหน้านี้  โดยในครั้งนี้ถึงแม้ว่าผู้ที่อยู่ในที่จับกุม จะเป็นน.ส.ละไม นุชเจริญ ไม่ใช่นายอำนวย ธุระตา แต่ก็จะต้องมีส่วนที่ต้องรับผิดชอบในกรณีที่ขัดคำสั่งของทางกรมปศุสัตว์ และทางจังหวัด ที่มีการประกาศห้ามมิให้มีการเคลื่อนย้ายซากสัตว์เข้า-ออกในพื้นที่ รวมถึงยุติกระบวนการชำแหละซากสัตว์ในพื้นที่ ต.กลางดง อ.ปากช่อง ซึ่งการกระทำในครั้งนี้ถือว่าเป็นการท้าทายอำนาจรัฐและกฏหมายอย่างรุนแรง

          ดังนั้นทางปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมา จึงเตรียมที่จะรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อส่งให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการทางคดีเพิ่มเดิมอีกครั้ง  อีกทั้งการกระทำครั้งนี้หากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนชัดเจนแล้วว่าเข้าข่ายถือเป็นการกระทำผิดซ้ำ ก็เชื่อว่าบทลงโทษทางกฏหมายอาญา ตาม มาตรา 17 พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2494 กรณีเคลื่อนย้ายซากสัตว์ปีก เข้าในหรือออกพื้นที่ประกาศเขตต้องสงสัยระบาดไข้หวัดนก  ซึ่งเดิมทีจะมีโทษจำคุก 1 ปี ปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่หากมีการกระทำผิดซ้ำก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล แต่เชื่อว่าในกรณีนี้จะต้องมีการเพิ่มบทลงโทษอย่างแน่นอน
 
          นายรังสรรค์  กล่าวอีกว่า ตั้งแต่ที่มีกรณีตรวจพบการกระทำผิดเกี่ยวกับการลักลอบเปิดสถานที่ชำแหละซากไก่โดยไม่ได้รับอนุญาตในพื้นที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เมื่อเดือน มิ.ย.2554 ที่ผ่านมา ที่มีการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดรวมทั้งสิ้น 11 รายด้วยกัน โดยคดีดังกล่าวอยู่ในระหว่างการดำเนินการส่งฟ้องศาล  และสอบหาแหล่งต้นตอที่มาของซากไก่จำนวนมหาศาล กว่า 100 ตัน โดยหลังจากที่ได้มีการตรวจพบในครั้งนั้นทางกรมปศุสัตว์  ก็ได้ออกมาตรการควบคุมการเคลื่อนย้ายและจำหน่ายซากสัตว์ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เพื่อให้ทางจังหวัดและนายอำเภอทุกอำเภอนำไปบังคับใช้ในพื้นที่ของตนเองอย่างเข้มงวด เมื่อวันที่ 6 ก.ค.2554 ที่ผ่านมา

          โดยมาตรการดังกล่าวมีการกำหนดไว้ทั้งหมด 5 ข้อหลัก คือ 1.ให้วางแผนแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับโรงฆ่าสัตว์ และตรวจสอบโรงฆ่าสัตว์ในพื้นที่ทั้งหมดอย่างเร่งด่วน   2.ให้ทุกอำเภอประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ อปท.ในพื้นที่ ตั้งจุดตรวจสอบการเคลื่อนย้ายซากสัตว์อย่างเข้มงวด   3.ห้ามไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายซากสัตว์ตามฟาร์มต่างๆ ทุกแห่งออกนอกฟาร์มอย่างเด็ดขาด  5. ผู้ที่ประสงค์จะทำการค้าซากสัตว์ตามกฏหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์  จะต้องยื่นคำขออนุญาตที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด เพื่อให้มีการตรวจสอบอย่างละเอียดก่อน

          ซึ่งมาตรการทั้งหมดทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการดำเนินการตามมาตรการทุกข้ออย่างเข้มงวด แต่ทางผู้ประกอบการที่มีการกระทำผิดครั้งนี้จงใจที่จะปฏิบัติขัดมาตรการดังกล่าว  โดยไม่มีความเกรงกลัวต่อกฏระเบียบข้อบังคับ  ดังนั้นยืนยันว่าทางสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมา จะดำเนินการเอาผิดกับผู้ประกอบการดังกล่าวอย่างถึงที่สุดโดยไม่มีการผ่อนปรนใดๆทั้งสิ้น