ข่าว

แม้วโผล่ไลบีเรียทะลุปท.อื่นในแอฟริกา

แม้วโผล่ไลบีเรียทะลุปท.อื่นในแอฟริกา

23 เม.ย. 2552

"ทักษิณ" ไป "ไลบีเรีย" ทะลุ "ไอวอรี่ โคสต์" และประเทศอื่นในแอฟริกา ตร.สากลไทยยอมรับตามตัว "ทักษิณ" ยาก พี่ชายการ์ดเสื้อแดงแพร่เตรียมเดินทางเข้าติดต่อรับเงินจากกระทรวงพม.4 แสนบาท เพื่อนำไปเป็นทุนการศึกษาให้กับหลานชาย

สถานีวิทยุสตาร์ เรดิโอ ของไลบีเรีย รายงานเมื่อวันอังคารว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่อยู่ระหว่างการหลบหนีคดี ได้เข้าไปอยู่ที่ประเทศไลบีเรีย ทวีปแอฟริกาแล้ว เพื่อสำรวจการลงทุนและความร่วมมือ รายงานระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้หารือกับรองประธานาธิบดีโจเซฟ โบไค ของไลบีเรีย โดยมีเป้าหมายเพื่อสำรวจสถานที่ที่จะไปลงทุนอย่างมโหฬารในไลบีเรีย

รายงานได้อ้างคำกล่าวของ พ.ต.ท.ทักษิณ  ที่บอกกับรองประธานาธิบดีโบไคว่า เป็นความปรารถนาอันแรงกล้าของประเทศไทย ที่จะสร้างสัมพันธ์อันดีต่อประเทศในแอฟริกา และยังบอกด้วยว่า ประเทศไทยอยากจะมีส่วนร่วมในความสำเร็จและความล้มเหลว ในเรื่องเกษตรกรรมและลดปัญหาความยากจน

พ.ต.ท.ทักษิณ ยังบอกด้วยว่า กลุ่มของเขา มีความสนใจที่จะสำรวจน้ำมันและเหมืองแร่ รวมถึงเรื่องการเกษตร , การโทรคมนาคมสื่อสาร และล็อตเตอร์รี่ รายงานระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ  เดินทางถึงไลบีเรีย เมื่อวันอังคาร และเดินทางต่อไปยังไอวอรี่ โคสต์ และประเทศในแอฟริกาอื่น ๆ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

ด้านรองประธานาธิบดีโบไค ได้ต้อนรับ พ.ต.ท.ทักษิณ และตัวแทน พร้อมกับเรียกร้องให้คนไทยไปลงทุนในไลบีเรีย ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีแร่ทุกชนิด

ตร.สากลไทยยอมรับตามตัว"ทักษิณ"ยาก
  
พ.ต.อ.ทักข์ชัย กาญจนเศรษฐ์ ผู้กำกับการฝ่ายการต่างประเทศ 1 กองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบล่าสุด ยังไม่พบความความเคลื่อนไหวการเดินทางเข้าออกประเทศของ พ.ต.ท.ทักษิณ ในประเทศอื่น ๆ หลังจากก่อนหน้านี้ ส่งเรื่องประสานไปยังตำรวจสากล สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ UAE เพื่อติดตามจับกุมซึ่งเป็นประเทศสุดท้าย ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางไปพำนัก ก่อนจะเดินทางออกไปโดยไม่ทราบจุดหมาย

พ.ต.อ.ทักข์ชัย กาญจนเศรษฐ์ ยอมรับว่า เป็นเรื่องยากในการตรวจสอบเส้นทางการเดินทางของ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะเมื่อไม่ถือหนังสือเดินทางของประเทศไทย ทำให้การเดินทางเข้า-ออกประเทศต่าง ๆ ไม่สามารถตรวจสอบได้  พ.ต.ท.ทักษิณ อาจถือหนังสือเดินทางของอีกประเทศ และเปลี่ยนชื่อ ปลอมตัว ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ 

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กองการต่างประเทศ ยังรอหนังสือตอบกลับมาอย่างเป็นทางการ ของตำรวจสากล UAE กรณีขอความร่วมมือส่งผู้ร้าย
ข้ามแดน ขณะที่การทำงานร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ และสำนักงานอัยการสูงสุด ไม่พบปัญหาและอุปสรรค

พี่ชายการ์ดนปช.เตรียมติดต่อรับเงิน4แสนบาท

 ภายหลังได้ทำการฌาปนกิจศพนายชัยพร กันทัง อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 274 หมู่ 7 ต.หัวฝาย อ.สูงเม่น จ.แพร่ ซึ่งเป็นการ์ดให้กับกลุ่มคนเสื้อแดงที่ชุมนุมกันที่หน้าทำเนียบรัฐบาลและต่อมากลายเป็นศพลอยน้ำที่แม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อช่วงเย็นวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยมีกลุ่มคนเสื้อแดงจากจังหวัดภาคเหนือตอนบนได้เข้าร่วมการเผาศพที่ป่าช้าขี้หนอน หมู่ 7 ต.หัวฝาย อ.สูงเม่น จ.แพร่ จำนวน 200 คน

 นายสมคิด กันทัง อายุ 31 ปี พี่ชายนายชัยพร เปิดเผยว่า น้องชายไปทำงานเป็น รปภ.ในกรุงเทพฯ มากว่า 10 ปีแล้ว และได้ไปสมัครเป็นการ์ดให้กับกลุ่มคนเสื้อแดงที่ชุมนมกันในกรุงเทพฯ โดยส่วนตัวน้องชายชื่นชอบ พ.ต.ท.ทักษิณ และหายตัวไประหว่างวันที่ 13-14 เมษายน 2552 และการเข้าไปเป็นการ์ดครั้งนี้เป็นการเข้าไปสมัครเป็นครั้งที่สอง

 ทั้งนี้  นายชัยพร ขณะเสียชีวิตได้สวมชุดดำ ซึ่งเป็นชุดของการ์ดของคนเสื้อแดง สภาพศพบริเวณใบหน้ายุบ ถูกมัดปากด้วยผ้าสีขาว ถูกมัดมือไพล่หลังด้วยเชือกสีน้ำเงินและมัดเท้า พบศพขึ้นอืดลอยน้ำอยู่ท่าเรือพระอาทิตย์ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กทม.เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 15 เม.ย.2552 โดยการชันสูตร สาเหตุการเสียชีวิตเนื่องจากขาดอากาศจากการจมน้ำ

 สำหรับนายชัยพร น้องชายเป็นคนสนใจการเมืองและชอบพ.ต.ท.ทักษิณ  และตนก็ชอบแต่ไม่แสดงตัวเอง เพราะชอบนโยบายการปราบปรามยาเสพติด การพัฒนาอาชีพของชาวบ้าน และทำสิ่งดีๆกับประเทศมากมาย ส่วนเรื่องการเสียชีวิตของน้องชาย ก็ยังไม่รู้ว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะบ้านมีฐานะยากจน ตนเป็นเพียงช่างอู่เคาะพ่นสีรถ เพียงแต่ห่วงว่าลูกของนายชัยพร ที่อายุได้ 7 และ 6 ขวบ ที่จะต้องทำอย่างไรกับชีวิต

 อย่างไรก็ตาม ตนจะเดินทางไปกรุงเทพฯ เพื่อติดต่อขอรับเงินชดเชยการเสียชีวิตของนายชัยพรในเหตุการสลายการชุมนุมที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จำนวน 4 แสนบาท เพื่อจะนำเงินมาเป็นทุนการศึกษาของลูกนายชัยพร ส่วนเรื่องอื่นยังคิดอะไรไม่ออกเพราะครอบครัวก็ยังต้องหาเช้ากินค่ำ และหลังจากการจัดงานศพเงินก็แทบไม่เหลืออะไรแล้ว

 แกนนำคนเสื้อแดง กล่าวว่า การมาร่วมงานเผาศพนายชัยพรในวันดังกล่าว เป็นการแสดงให้เห็นว่ากลุ่มคนเสื้อแดงไม่ได้ทอดทิ้งกัน ยังรวมกลุ่มกันอย่างเหนียวแน่น มาให้กำลังใจกัน และกลุ่มคนเสื้อแดงในภาคเหนือก็จะประสานรวมกันอย่างนี้ตลอดไป และหากจะดำเนินการอะไรต่อไปเราก็จะทำร่วมกันทั้งหมด