ข่าว

'ปู'ขอดูรายละเอียดก่อนซื้อฮ.30ลำ

'ปู'ขอดูรายละเอียดก่อนซื้อฮ.30ลำ

27 ก.ค. 2554

"ยิ่งลักษณ์" ขอดูรายละเอียดจัดซื้อ ฮ. ใหม่ ตามที่ "ประยุทธ์"ระบุก่อน แต่ต้องจัดลำดับความสำคัญของความเร่งด่วน "มาร์ค"เผยกองทัพไม่เคยเสนอขอซื้อฮ.ใหม่30ลำในรบ.นี้

          ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อเวลา 11.20 น. วันที่  27 ก.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ระบุจะของบประมาณจากรัฐบาลใหม่ เพื่อจัดซื้อเฮลิคอร์ปเตอร์เพิ่ม 30 ลำว่า เรื่องนี้คงต้องขอดูในรายละเอียดก่อน เพราะต้องพิจารณาถึงความจำเป็นร่วมกับกองทัพบกอีกครั้ง

           ส่วนตัวคงจะเข้าไปดูในเรื่องของงบประมาณว่าจะจัดสรรอย่างไร เพื่อคำนึงถึงประโยชน์ให้มากที่สุด  แต่ส่วนใหญ่อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อความมั่นคง รัฐบาลก็ยินดีสนับสนุน แต่ก็ต้องมาดูในส่วนของงบประมาณทั้งหมดที่ใช้สำหรับดูแลประชาชนด้านความเป็นอยู่ และค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เราจะผลักดันนโยบาย พร้อมกับจัดลำดับความสำคัญตามความเร่งด่วนอีกครั้ง ซึ่งเรื่องใดที่มีความสำคัญเราก็จะจัดสรรเป็นลำดับแรก

           เมื่อถามว่าจะมีการให้ความสำคัญเรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ล้าสมัยแล้วบ้างหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เราต้องให้ความสำคัญพร้อมทั้งต้องดูในลำดับที่มีความจำเป็นด้วย โดยเฉพาะสิ่งที่มีความจำเป็นต้องใช้ในเรื่องของความมั่นคง และมีประโยชน์ต่อประเทศชาติเราก็พร้อมสนับสนุน

           ผู้สื่อข่าวถามว่า ในงบประมาณประจำปี 2555 จำเป็นต้องทยอยซื้อเฮลิคอร์ปเตอร์ให้ครบ 30 ลำ ได้หรือไม่  น.ส.ยิ่งลักษณืกล่าวว่า ต้องขอไปดูในรายละเอียดเสียก่อน เพราะวันนี้ได้แต่ฟังจากทางหน้าสื่ออย่างเดียว การทำร่างนโยบายก็ต้องหารือกับทุกภาคส่วนอยู่แล้ว ดังนั้นอะไรที่สอดคล้องกับนโยบาย เราก็จะสนับสนุนต่อไป

           เมื่อถามว่าจะมีโอกาสเข้าไปหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า คงต้องมีโอกาสเข้าไปพูดคุยในอนาคตอยู่แล้ว

           ผู้สื่อข่าวถามว่านโยบายของพรรคเพื่อไทยไม่มีนโยบายด้านความมั่นคงดังนั้นจะะลองบประมาณการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้ร่างนโยบายเลย ตรงนี้อยู่ระหว่างการทำงานกันอยู่ แต่นโยบายก็จะต้องครอบคลุมทุกอย่างอยู่แล้ว

           ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าต้องทำตามนโยบายที่หาเสียงต่อประชาชนก่อนหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า คงต้องทำให้ครอบคลุมนโยบายของประเทศชาติ เพราะวันนี้เรากำลังรวบรวมนโยบายจากทุกภาคส่วนอยู่แล้ว และต้องดูนโยบายในภาพรวมอีกครั้ง

           เมื่อถามว่าจะให้รัฐมนตรีกลาโหมคนใหม่เข้ามาดูแลในเรื่องนี้หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า แน่นอนอยู่แล้ว หากมีการจัดตั้งรัฐบาลอย่างเป็นทางการก็ต้องให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมาพิจารณาในแผนนี้ด้วย

           ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวที่ระบุว่า พล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกาลาโหม จะกลับมาดำรงตำแหน่ง รมว.กลาโหมอีกครั้ง  น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ยังไม่มีการพูดคุยกัน ซึ่งการจัดตั้ง ครม.นั้นได้มองไว้หลายคนแล้ว แต่ยังไม่ได้ลงไปในรายละเอียด เพราะต้องรอผลการรับรองจาก กกต. เสียก่อน

           ผู้สื่อข่าวถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าวันนี้ กกต.จะรับรองผลครบ 95 เปอร์เซ็นต์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่าหวังว่าจะเป็นเช่นนั้น เพราะเราจะได้เร่งทำงาน เพื่อประชาชนเสียที

           เมื่อถามต่อว่าวันที่ 1 ส.ค.นี้ จะสามารถเปิดประชุมสภาได้หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า คงต้องรอผลการรับรองจาก กกต. ในวันนี้เสียก่อน

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวในการดึงนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง มารับตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ได้ตอบคำถามแต่อย่างใด และอมยิ้มก่อนจะเดินเข้าลิฟท์ไป


“ประยุทธ์”ปัดเอาวิกฤติเป็นโอกาสขอซื้อ ฮ.ใหม่

            ที่สนามบินสุวรรณภูมิ - พล.อ.ประยุทธ์  ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางเข้าร่วมประชุมผู้บัญชาการทหารบกภูมิภาคแปซิฟิกครั้งที่ 7 ที่ประเทศสิงคโปร์ว่า ไม่ใช่เป็นเพราะมี ฮ.ตก ถึงจะมานั่งคิดว่าจะทำอย่างไร ซึ่งเราคิดทุกวันก่อนเครื่องจะตก ตลอดเวลากองทัพบกไม่ได้ทำงานด้วยความรู้สึกหรืออยากจะทำ เพราะตนอยากจะได้หรืออยากจะซื้อแต่เป็นความต้องการของกองทัพที่จะพัฒนาในด้านยุทโธปกรณ์ความรู้ต่างๆ ซึ่งปัจจุบันเราอยู่ในช่วงแผนพัฒนาในห้วงที่ 3 ปี 2556-2559 โดยใช้เป็นงบประมาณผูกพัน 3 ปีแต่ต้องขึ้นอยู่กับว่าเราทำได้มากน้อยแค่ไหน

            สำหรับอากาศยานของ ทบ.ที่ได้มาจาการช่วยเหลือส่วนหนึ่ง อีกส่วนซื้อมา แต่ทั้งหมดมีการรับรองมาตรฐานสากลของสหรัฐอเมริกา และบริษัทฯที่ได้รับการรับรอง ปัจจุบันมีการตรวจสอบอยู่ จึงเป็นไปไม่ได้ว่า ถ้าของไม่ดีใช้ไม่ได้แล้วเราจะฝืนให้ขึ้นไปไม่ได้เพราะชีวิตคน ตนเป็นผู้บังคับบัญชา ก็ต้องเป็นห่วงผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคนไม่ว่าชั้นยศไหน เพราะฉะนั้นอย่าคิดว่ากองทัพบกไม่เป็นห่วง แต่มีบางสื่อไปเขียนว่า ตนถือโอกาสที่จะซื้อ ฮ.แต่เป็นสิ่งตนเล่าให้ฟังว่ากองทัพบกมีการพัฒนาอย่างไร

 

มาร์คเผยกองทัพไม่เคยเสนอขอซื้อฮ.ใหม่30ลำในรบ.นี้

            นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า  ตนจำได้ว่าเคยมีการขอเมื่อปี 2550 ในสมัยรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ต่อเนื่องรัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช ที่เพิ่งจะมาเพิ่มงบประมาณ พอมาถึงรัฐบาลของตนก็เพิ่มสัดส่วนของกระกรวงกลาโหม ก็เป็นการเพิ่มขึ้นของงบในภาพรวมและดูตามความจำเป็น ทั้งนี้ความจริงรัฐบาลของตนพยายามดูตามความจำเป็นและงบประมาณของกระทรวงกลาโหมนั้นจริงๆแต่พรรคเพื่อไทยโจมตีตลอดว่าให้มาก แต่ที่จริงที่เราชี้แจงคืองบกลาโหมนั้นกระทบค่อนข้างมากในช่วงประมาณปี 2544-2549 ซึ่งตนก็หวังว่ารัฐบาลใหม่จะดูตามความจำเป็นของประเทศอย่าใช้ความรู้สึก

            “จะเห็นว่าฝ่ายค้านยุคที่ผ่านมาวิจารณ์ตลอด ไปผูกโยงเป็นนิยายทางการเมืองด้วยซ้ำว่าที่งบประมาณเพิ่มขึ้นเพราะสนิทสนมกัน ซึ่งไม่จริงเลย หากนายกฯสมัครยังอยู่ท่านจะตอบได้ดีที่สุดเลย เพราะท่านเป็นคนยืนยันเองว่าต้องเพิ่มงบของกระทรวงกลาโหมค่อนข้างมากในปีนั้นเพราะอะไร เพื่อชดเชยกับช่วงที่มีปัญหาในช่วงที่ผ่านมา” นายกฯ กล่าว

            เมื่อถามถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ เตรียมเสนอขอจัดซื้อเฮลิคอร์ปเตอร์ใหม่จำนวน 30 ลำ นายกฯ กล่าวว่า ช่วงที่ตนเป็นนายกฯไม่ได้มีการขอเรื่องนี้มาหรือถ้ามีก็มาไม่ถึงครม. เข้าใจว่าเป็นเรื่องเดิมสมัยของพล.อ.สุรยุทธ์ และมีการอนุมัติบางส่วนที่อาจจะเป็นส่วนน้อยในมุมมองของกองทัพ แต่บางช่วงที่ตนเข้ามาและระยะหลังก็ขอให้การจัดลำดับความสำคัญ เพราะว่าจริงๆแล้วกองทัพบก กองทัพเรือและกองทัพอากาศ ก็ล้วนแล้วแต่มีความต้องการปรับปรุงยุทโธปกรณ์และอาวุธ แต่การซื้อก็ลำบากเพราะเรื่องแบบนี้เป็นงบประมาณก้อนใหญ่และงบฯผูกพัน จะซื้อหลายอย่างพร้อมกันก็ไม่ได้

            “ผมจึงให้จัดลำดับความสำคัญและบางครั้งต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงของสัดส่วน เพราะก่อนหน้านี้จะยึดสัดส่วนว่าถ้ากองทัพบกได้สัดส่วนเท่านี้ ทัพเรือทัพอากาศต้องได้สัดส่วนเท่านั้น ผมได้คุยกับรมว.กลาโหมว่าต่อไปถ้าทำแผนมาต้องยืดหยุ่นตรงนี้ เพราะเวลาที่มีการปรับปรุงหรือมีโครงการใหญ่ของกองทัพหนึ่งถ้าจะเพิ่มตามสัดส่วนทั้งหมดก็จะยิ่งทำให้เป็นไปได้ยาก ซึ่งตอนหลังก็รับหลักการในเรื่องนี้เพื่อกำหนดรายละเอียดในวันข้างหน้า”นายกฯ กล่าว

            นายกฯ กล่าวอีกว่า ในการขึ้นบินของอากาศยานเขาดูตามมาตรฐานความปลอดภัย ผู้เกี่ยวข้องก็ยืนยันมาว่าการจะนำอากาศยานขึ้นไปแต่ละครั้งเขาต้องมั่นใจในคุณภาพของตัวเครื่องและนักบิน รวมทั้งอายุการใช้งานของชิ้นส่วนของอากาศยานเขามีมาตรฐานของเขาอยู่แล้ว และเขาจะไม่ไปหย่อนกับมาตรฐานเพราะจะกระทบกับความปลอดภัยของกำลังพล อย่างไรก็ตามอยากจะย้ำอีกครั้งว่า 3 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอุบัติเหตุ โดย 2 เหตุการณ์แรกเป็นเหตุการณ์ที่มองได้ชัดว่าเกิดขึ้นได้ซึ่งเราต้องเข้าใจว่ามีความเสี่ยง เพียงแต่เหตุการณ์ที่ 3 ที่ตัวเครื่องขัดข้องหรือชิ้นส่วนมีปัญหาอันนี้ต้องมาดูรายละเอียด เพราะตนก็นั่งเฮลิคอปเตอร์ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งบ่อย เวลาอากาศไม่ดีก็ทราบว่ามันเป็นอย่างไร มันมีความเสี่ยงอยู่แล้วแน่นอน

            ส่วนเสียงวิจารณ์ที่ว่าประเทศไทยมักซื้อของมือสองมาใช้งาน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราก็ต้องดูกำลังงบประมาณ เพราะเราเอาทุกอย่างไม่ได้ ตนเห็นเวลาที่ซื้อของแพงของใหม่ก็มีเสียงต่อว่า แต่เราก็ต้องดูกำลังเงินที่เรามี และดูว่าสิ่งที่ได้มาใช้งานได้เหมาะสมมีมาตรฐาน แต่ถ้าเราจะเอาสิ่งที่ดีเราก็ต้องยอมให้เงินเยอะๆเพื่อซื้อของเหล่านี้ ซึ่งที่ผ่านมาก็ถูกวิจารณ์ทุกครั้ง ก็น่าเห็นใจกระทรวงกลาโหมและกองทัพ ที่จัดซื้อทุกครั้งไม่ว่าจะเป็นโครงการอะไรก็ถูกวิจารณ์ตลอด เพราะยังมีคนพูดทำนองว่าจำเป็นหรือไม่กับสิ่งเหล่านี้ เพราะอาจไม่เข้าใจว่าภารกิจการใช้หรือการมีอาวุธไม่ใช้ไว้เฉพาะที่มีสงคราม แต่ภารกิจการรักษาความมั่นคงมีความจำเป็นในสิ่งเหล่านี้ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายในการทำความเข้าใจ

            เมื่อถามว่าเห็นด้วยหรือไม่ที่กองทัพจะมีการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์เพิ่ม นายกฯ กล่าวว่า ตรงนี้ทางกองทัพต้องการทำอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าถ้าเราอยากได้ อยากจะมีตามที่อยากได้นั้นต้องใช้งบประมาณมหาศาล ฉะนั้นต้องพิจารณาตามความพอดี ความสมดุล เพราะสำนักงบประมาณและกระทรวงการคลังเองเขาก็ต้องดูว่ารับไหวแค่ไหน เพราะโครงการหรือค่าใช้จ่ายมีทั้งเรื่องจำนวนเงิน การผูกพันงบประมาณ และระยะหลังต้องมีการเจรจาที่ต่างจากการซื้อพัสดุตามระบบราชการ และไม่มีหลายเจ้าที่ทำได้หรือซื้อจากใครก็ได้ มีกระบวนการพิจารณา มีความสลับซับซ้อนพอสมควร แต่เราส่งสัญญาณชัดในรัฐบาลของตนให้จัดลำดับความสำคัญซึ่งกองทัพก็ให้ความร่วมมือ ตามสภาพข้อเท็จจริงของการเงินการคลัง อย่างปีแรกที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจก็ทราบทันทีว่ากระทรวงกลาโหมมีการปรับลดงบประมาณ