ข่าว

สภามะกันสายไหม้หวั่นเสียชื่อผิดนัดชำระหนี้

สภามะกันสายไหม้หวั่นเสียชื่อผิดนัดชำระหนี้

27 ก.ค. 2554

ชาวอเมริกันแห่โทรศัพท์เข้าสภาคองเกรสส์ไม่ขาดสาย หลังประธานาธิบบารัค โอบาม่า วอนให้ต่อไปถึงสมาชิกนิติบัญญัติแสดงความรู้สึก หลัง 2 พรรคใหญ่งัดข้อกันเกี่ยวกับมาตรการปรับเพิ่มเพดานหนี้ เหตุหวั่นสหรัฐต้องผิดนัดชำระหนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

          (27กรกฎาคม)  เพียง 1 วัน หลังจากประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า ของสหรัฐ ออกโทรทัศน์ช่วงไพร์มไทม์ เรียกร้องให้ชาวอเมริกันหาทางติดต่อไปยังบรรดาสมาชิกนิติบัญญัติ เพื่อให้รับรู้ว่า พวกเขารู้สึกอย่างไรต่อการงัดข้อกันระหว่างรัฐบาลพรรคเดโมแครตกับพรรครีพับลีกัน ที่ครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร เกี่ยวกับมาตรการปรับเพิ่มเพดานหนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้สหรัฐต้องผิดนัดชำระหนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ล่าสุด ปรากฎว่า ประชาชนที่มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งทั่วประเทศ ได้ทำตามที่เขาเรียกร้อง

          เจ้าหน้าที่ประจำสภาคองเกรสส์ เปิดเผยว่า แผงโทรศัพท์ของแคปปิตอล ฮิลส์ หรือ อาคารรัฐสภาต้องรองรับสายโทรศัพท์ที่โทรเข้ามาเป็นจำนวนมาก เว็บไซต์ก็ต้องเผชิญกับการสัญจรทางออนไลน์ที่คับคั่งจนแทบล่ม ซึ่งขณะนี้ยังไม่แน่ชัดว่า ผู้โทรเข้าจำนวนมหาศาลเหล่านี้ สนับสนุนประธานาธิบดีโอบาม่า หรือนายจอห์น โบห์เนอร์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ออกโทรทัศน์ไล่เลี่ยกับประธานาธิบดีโอบาม่ากันแน่ แต่ก็มีหลักฐานที่ชี้ชัดถึงกระแสความไม่พอใจของสาธารณชนที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

          แม้ว่า วันที่ 2 สิงหาคม ซึ่งเป็นกำหนดเส้นตายให้สองฝ่ายบรรลุข้อตกลง หรือเสี่ยงต่อการผิดนัดชำระหนี้ กำลังใกล้เข้ามาทุกที แต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะตกลงกันได้ เพราะต่างก็ยืนยันจะใช้แผนของตัวเอง นายโบห์เนอร์ ซึ่งเผชิญเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งจากพรรคเดโมแครตและพวกหัวอนุรักษ์นิยมในพรรครีพับลีกัน ได้พยายามผลักดันยุทธศาสตร์ 2 ขั้นตอน ซึ่งจะปรับเพิ่มเพดานหนี้ ราว 1 ล้านล้านดอลล่าร์และขยายเวลาออกไปอีก 6 เดือน ขณะเดียวกัน ก็จะปรับลดงบประมาณรายจ่ายประจำปีที่ไม่จำเป็นลงอีก 1.2 ล้านล้านดอลล่าร์ แต่นายแฮร์รี่ รี้ด ผู้นำเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร กลับมองว่า แผนของนายโบห์เนอร์ ไม่มีความประนีประนอม และถูกเขียนขึ้นมาเพื่อที ปาร์ตี้ ซึ่งเป็นฝ่ายการเมืองภายในพรรครีพับลีกัน ไม่ใช่ประชาชนชาวอเมริกัน พวกเดโมแครตจะไม่มีทางโหวตให้อย่างเด็ดขาด

          ขณะนี้ มีจำนวนของผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งนางอลิซ ริฟลิน อดีตผู้อำนวยการสำนักงบประมาณและการจัดการ ที่อยู่ในทีมแก้ปัญหาหนี้ของประธานาธิบดีโอบาม่า ได้ทำนายว่า ชาวอเมริกันและเศรษฐกิจโลก จะต้องเผชิญกับผลกระทบที่เลวร้ายอย่างยิ่ง ถ้าสหรัฐผิดนัดชำระหนี้

          ทั้งทำเนียบขาวและรีพับลีกัน ต่างยืนยันว่า จะไม่เกิดวิกฤติที่เลวร้ายที่สุดอย่างแน่นอน และสหรัฐก็จะไม่ผิดนัดชำระหนี้ด้วยเช่นกัน แต่ขณะเดียวกัน ก็ดูเหมือนต่างฝ่ายจะยังไม่มีการเตรียมพร้อมที่จะอ่อนข้อให้กัน ทำให้ยากจะมองเห็นหนทางบรรลุข้อตกลง