ข่าว

อ้างค่าแรงเพิ่ม"ไข่ไก่"เล็งขึ้นราคาพณ.เร่งตรวจสอบ

อ้างค่าแรงเพิ่ม"ไข่ไก่"เล็งขึ้นราคาพณ.เร่งตรวจสอบ

27 ก.ค. 2554

ไข่ไก่ส่งสัญญาณปรับขึ้นราคา อ้างแรงงานขอเพิ่มค่าแรงตามนโยบายรัฐบาลใหม่ พาณิชย์เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง วางแผนรับมือไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน ด้านสมาคมค้าปลีกชูนโยบายดูแลสินค้าอุปโภคบริโภคไม่ให้ขาดแคลน มองเพิ่มค่าแรง 300 บาท กระทบธุรกิจเล็กแน่

          รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์แจ้งว่า จากนโยบายปรับค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาทของรัฐบาลใหม่ ได้ส่งผลให้แรงงานในฟาร์มไก่ขอปรับเพิ่มค่าแรงไว้ล่วงหน้า แม้ว่านโยบายดังกล่าวจะยังไม่มีผลในทางปฏิบัติ ซึ่งผู้ประกอบการจำเป็นต้องยอมตามคำเรียกร้อง เพราะเกรงว่าแรงงานจะหนีไปทำงานในอุตสาหกรรมอื่น โดยภาระที่เกิดขึ้นผู้ประกอบการได้หาทางออกด้วยการปรับเพิ่มราคาไข่ไก่ ทำให้แนวโน้มราคาไข่ไก่เริ่มมีทิศทางปรับขึ้น

           นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า กรมการค้าภายในกำลังตรวจสอบข้อเท็จจริงและจะกำหนดแนวทางแก้ปัญหาไม่ให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน เพราะในภาพรวมการปรับขึ้นค่าแรงงานยังไม่เกิดขึ้นจริง  

           แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์กล่าวว่า แนวโน้มที่ราคาหมูเนื้อแดงจะต่ำกว่ากิโลกรัมละ 130 บาท เป็นไปได้ยาก และอาจทรงตัวในระดับสูงต่อไปอีกระยะหนึ่ง เนื่องจากปริมาณผลผลิตหมูลดลง จากโรคระบาดที่เพิ่มมากขึ้น มาตรการที่กรมการค้าภายในจะนำมาใช้ คือกำหนดราคาขายปลีกแนะนำต่อไปอีก เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาเกินความเหมาะสม

           นางวัชรียังกล่าวถึงแนวทางดูแลราคาสินค้าที่จะเสนอรัฐบาลชุดใหม่ด้วยว่า ควรเน้นการเข้าไปดูแลต้นทุนการผลิต ให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารต้นทุนและหลีกเลี่ยงการขอขึ้นราคา เพราะคงไม่สามารถให้มาตรการขอความร่วมมือตรึงราคาสินค้าควบคุมค่าครองชีพของประชาชนเพียงอย่างเดียวได้อีกต่อไป

           ทั้งนี้ กรมการค้าภายในเตรียมเสนอของบประมาณสำหรับการจัดงาน “ธงฟ้า” จากรัฐบาลชุดใหม่จำนวน 700-800 ล้านบาท โดยคำนวณจากงบประมาณที่ได้รับมา 200 ล้านบาท สำหรับใช้จัดงาน 2 เดือน และในช่วงที่เหลือจากนี้อีก 4-5 เดือน จะสามารถจัดงานธงฟ้าเพื่อลดค่าครองชีพประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็สามารถนำสินค้าเกษตรจากไร่ออกสู่ตลาด โดยมีต้นทุนการกระจายสินค้าที่ลดลง

           ขณะที่น.ส.บุษบา จิราธิวัฒน์ ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เปิดเผยว่า นโยบายขับเคลื่อนธุรกิจค้าส่งค้าปลีกในปี 2554-2555 ยังคงเน้นการทำงานร่วมกับทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคสังคมและภาคประชาชน โดยเฉพาะการดูแลปัญหาสินค้าอุโภคบริโภคที่จำเป็นไม่ให้เกิดปัญหาขาดแคลน เช่น ข้าว น้ำตาล และน้ำมันปาล์ม รวมถึงเร่งเตรียมความพร้อมบุคลากรรองรับการรวมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน อีกทั้งเน้นการสร้างความมั่นใจและความน่าเชื่อถือให้แก่ประชาชน

           สำหรับนโยบายการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาทนั้น เชื่อว่าจะกระทบต่อการดำเนินธุรกิจอย่างแน่นอนโดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็ก แต่ต้องขอระยะเวลาในการปรับตัวรวมทั้งต้องมีการตั้งกองทุนขึ้นมาช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบอีกทางหนึ่ง