
ยอดแอลพีจีพุ่งคาดปีนี้อุ้ม3หมื่นล.
น้ำมันแพงดันยอดใช้ "แอลพีจี-เอ็นจีวี" ครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้น รถยนต์แห่ติดแก๊สแอลพีจีเพิ่มถึง 7 หมื่นคัน ยอดเปิดปั๊มทะลุพันกว่าแห่ง รัฐจ่ายชดเชยเกือบ 1.3 หมื่นล้าน คาดทั้งปีต้องแบกภาระสูงถึง 3 หมื่นล้าน
นายวีรพล จิรประดิษฐกุล อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวถึงสถานการณ์การใช้น้ำมันในครึ่งปีแรกว่า ยอดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นทุกชนิดเมื่อเทียบกับครึ่งแรกของปี 2553 โดยในกลุ่มน้ำมันเบนซิน เพิ่มขึ้น 2% จาก 20.1 ล้านลิตรต่อวัน เป็น 20.4 ล้านลิตรต่อวัน กลุ่มน้ำมันดีเซล เพิ่มขึ้น 4% จาก 52.2 ล้านลิตรต่อวัน เป็น 54.1 ล้านลิตรต่อวัน และก๊าซธรรมชาติสำหรับรถยนต์ (เอ็นจีวี) เพิ่มขึ้น 35% จาก 4.7 ล้านกิโลกรัมต่อวัน เป็น 6.3 ล้านกิโลกรัมต่อวัน
ส่วนก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) เพิ่มขึ้น 24% จาก 14,300 ตันต่อวัน เป็น 17,800 ตันต่อวัน โดยเป็นการเพิ่มขึ้นของทุกภาคการใช้ แบ่งเป็น ภาคปิโตรเคมี เพิ่มขึ้น 55% ในรถยนต์เพิ่มขึ้น 30% เนื่องจากราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและดีเซลปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยในครึ่งปีแรกของปี 2554 มีรถยนต์ใช้แอลพีจีเป็นเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นถึง 70,000 คัน ภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้น 9% และภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 5%
ทั้งนี้ ในครึ่งปีแรกการนำเข้าแอลพีจีเฉลี่ยอยู่ที่ 113,000 ตันต่อเดือน มูลค่ารวม 19,500 ล้านบาท ซึ่งต้องจ่ายชดเชยการนำเข้าเป็นจำนวน 12,984 ล้านบาท คาดทั้งปีจะใช้เงินอุดหนุน 3 หมื่นล้านบาท ขณะที่ปั๊มแอลพีจีในช่วงครึ่งแรกของปีนี้มีจำนวน 1,030 แห่ง เพิ่มขึ้นจากจำนวน 890 แห่งในปีที่ผ่านมา
สำหรับการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงทั้งหมดมีปริมาณ 851,000 บาร์เรลต่อวัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 2% ในขณะที่มูลค่านำเข้ารวม 506,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% เนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น ส่วนการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปมีปริมาณ 159,000 บาร์เรลต่อวัน ลดลง 11% ในขณะที่มูลค่าส่งออกรวม 99,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16%



