
สังคมออนไลน์:ช่องทางสื่อสารกับมนุษย์พันธุ์ใหม่
สังคมออนไลน์:ช่องทางสื่อสารกับมนุษย์พันธุ์ใหม่ : เล่าสู่กันฟัง โดยบัญญัติ คำนูณวัฒน์
สมัยนี้หากใครไม่ได้เป็นสมาชิกของสังคมออนไลน์ หรือ social media น่าจะถือได้ว่าค่อนข้างเชย ตกยุค หรือที่วัยรุ่นเขาเรียกว่า ”เอาท์” พอสมควร เนื่องจากสังคมออนไลน์เป็นสื่อการตลาดในโลกดิจิทัลที่เติบโตอย่างรวดเร็ว มาแรง แซงทุกทางโค้ง ดังนั้น ฉบับนี้ผมก็ยังขอเกาะกระแสสังคมออนไลน์มา “เล่าสู่กันฟัง” ต่ออีกหน่อยนะครับ
หากมองย้อนกลับไปถึงวิวัฒนาการของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จะพบว่า มนุษย์มีการใช้เครื่องมือเพื่อการสื่อสารมาเป็นเวลานานนับพันปี โดยในระยะแรก ใช้เครื่องมือที่ประดิษฐ์ขึ้นจากธรรมชาติรอบตัว เช่น การตีกลอง การเป่าเขาสัตว์ การใช้ควันไฟ การสร้างอักษรภาพ เป็นต้น แล้วค่อยๆ พัฒนามาจนกระทั่งเป็นการสื่อสารด้วยเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อมีการส่งสัญญาณโทรเลขในปี พ.ศ.2381และการเกิดขึ้นของวิทยุกระจายเสียงในปี พ.ศ.2391 ตามด้วยสื่อโทรทัศน์ที่เกิดขึ้นในปี พ.ศ.2470
ยุคแรกของโทรศัพท์ไร้สายในช่วง พ.ศ.2523 ความที่เทคโนโลยีด้านโทรศัพท์มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็วพร้อมศักยภาพที่สูงขึ้น ทำให้ผู้คนสามารถติดต่อสื่อสารกันได้รวดเร็วทันใจ และเคลื่อนที่ได้ตลอดเวลา สามารถรับส่งข้อมูลได้ทุกประเภท ส่วนคอมพิวเตอร์ก็ถูกนำมาใช้แพร่หลายมากขึ้น มีการเชื่อมต่อเป็นเครือข่ายในเวลาต่อมา ตามด้วยเทคโนโลยีที่เรียกกันว่าเป็นสื่อสมัยใหม่อย่างอินเทอร์เน็ตเกิดซึ่งมีขึ้นในปี พ.ศ.2526 และกลายเป็นเทคโนโลยีที่ปฏิวัติโลกการสื่อสารเลยทีเดียว
จากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของอินเทอร์เน็ต ทำให้ภาคธุรกิจตื่นตัวกับการใช้ประโยชน์จากช่องทางการสื่อสารทางการตลาดออนไลน์ให้สอดคล้องกับผู้บริโภคที่มีพฤติกรรมเปลี่ยนมานิยมการติดต่อสื่อสารและบริโภคข้อมูลข่าวสารออนไลน์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตกันมากขึ้นตามลำดับ ซึ่งนับวันโลกออนไลน์ไม่เคยหยุดนิ่ง ด้วยแนวคิดใหม่ๆ ที่ถูกพัฒนาให้ผู้บริโภคได้ประโยชน์มากขึ้นตลอดเวลา นับตั้งแต่ยุคของเว็บไซต์พอร์ทอล เว็บท่าซึ่งเป็นที่รวบรวมแหล่งข้อมูล เพื่อให้ผู้ใช้เข้าไปยังเว็บไซต์ต่างๆ ได้อย่างสะดวก และยุคเสิร์ชเอนจิ้น บริการค้นหาข้อมูลออนไลน์
จนมาถึงปัจจุบัน ยุคของโซเชียลมีเดีย สื่อสังคมออนไลน์ ที่เริ่มจากบล็อก เว็บไซต์วิดีโอ แชร์ริ่ง อย่างยูทูบ และกลุ่มเว็บไซต์โซเชียลเน็ตเวิร์กกิ้ง อย่างเฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ รวมทั้งล่าสุดโลเกชั่น เบส มาร์เก็ตติ้ง สังคมออนไลน์น้องใหม่ที่น่าจับตาอย่างโฟร์สแควร์ ที่นำเสนอแนวคิดการเชื่อมต่อโลกออนไลน์กับโลกออฟไลน์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจท้องถิ่นที่มีหน้าร้าน และสถานที่ให้บริการ ที่ลงทุนต่ำ แต่มีช่องทางการสร้างรายได้มหาศาล
จากการจัดอันดับของ alexa.com พบว่าเว็บไซต์ที่มีคนเข้าชมมากที่สุดในโลก ได้แก่ 1.กูเกิล 2. เฟซบุ๊ก 3.ยูทูบ 4.ยาฮู 5.บล็อกเกอร์ ส่วนเว็บไซต์ที่มีคนเข้าชมมากที่สุดในประเทศไทย ได้แก่ 1.กูเกิลประเทศไทย 2.เฟซบุ๊ก 3.กูเกิล ดอทคอม 4. ยูทูบ 5.วินโดว์ ไลฟ์
ตัวอย่างการเติบโตของสังคมออนไลน์ในประเทศไทย เช่น เฟซบุ๊ก มีผู้ใช้งานในต้นปี 2553 ประมาณ 1.6 ล้านคน พอถึงสิ้นปีมีผู้ใช้งาน 6.9 ล้านคน เพิ่มขึ้นกว่า 4 เท่าตัวภายในปีเดียว นอกจากนี้ เครื่องมือที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ง่ายขึ้น เช่น ไอโฟน ไอแพด แบล็กเบอร์รี่ และสมาร์ทโฟน ฯลฯ ก็มีส่วนทำให้ผู้บริโภคสามารถเชื่อมโยงโลกออนไลน์ได้ทุกที่ ทุกเวลา ส่งผลให้การเติบโตของสังคมออนไลน์เป็นไปอย่างรวดเร็วมากขึ้นไปอีก ดังนั้น ในโลกธุรกิจจึงไม่ควรพลาดที่จะนำสังคมออนไลน์มาเป็นเครื่องมือทำการตลาด ผสมผสานกับสื่อดั้งเดิม เช่น สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อวิทยุ สื่อโทรทัศน์ ได้อย่างลงตัว
อย่างไรก็ตาม การประสบความสำเร็จโดยใช้โซเชียลมีเดียไม่ใช่สูตรความสำเร็จที่ตายตัว ขึ้นอยู่กับความเข้าใจธรรมชาติของโซเชียลมีเดียที่จะใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสาร โดยพูดในสิ่งที่ผู้ฟังอยากจะฟัง และฟังในสิ่งที่ผู้พูดอยากจะพูด เป็นต้น
โลกไม่เคยหยุดหมุน แต่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การนิ่งอยู่เฉยๆ ก็เหมือนกับการก้าวถอยหลัง ดังนั้น ผู้ที่อยู่ในแวดวงธุรกิจจึงไม่ควรหยุดที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพื่อที่จะได้ไม่ตกยุค แต่สามารถก้าวทันพฤติกรรมของผู้บริโภคสมัยใหม่ที่แปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วราวกะพริบตา



