
เล่ห์ฆาตกร"ฆ่าเพื่อน-แจ้งพบศพ"วงจรปิดมัด...สารภาพแค้นถูกด่า
เล่ห์ฆาตกร"ฆ่าเพื่อน-แจ้งพบศพ"วงจรปิดมัด...สารภาพแค้นถูกด่า : ตะลุยข่าว ประจำวันที่ 27 ก.ค.
พฤติการณ์ใจดีสู้เสือของ "นที สามนคร" ผู้แสร้งเป็นพลเมืองดีแจ้งกับนิติบุคคลที่พักอาศัยว่า พบศพของเพื่อนร่วมงานถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยมภายในห้องพัก แต่เมื่อตำรวจเดินทางมาตรวจที่เกิดเหตุ แล้วหาพยานหลักฐานที่ปรากฏจากกล้องวงจรปิด ทำให้พลเมืองดีรายนี้ ต้องตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้ทันที!!
ช่วงเช้าวันที่ 25 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่นิติบุคคลของกอล์ฟแมนชั่น ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนพหลโยธิน หมู่ 17 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวงว่า มีผู้พักอาศัยเข้ามาแจ้งให้ทราบว่าภายในห้องพักเลขที่ 5615 ชั้น 5 เกิดเหตุฆาตกรรมขึ้น ขอให้เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุโดยด่วน
หลังจากรับแจ้งเจ้าหน้าที่สายตรวจเดินทางไปตรวจสอบพบเจ้าหน้าที่นิติบุคคล และผู้พักอาศัยคนหนึ่งชื่อ นายนที สามนคร อายุ 19 ปี เป็นผู้มาแจ้งให้เจ้าหน้าที่นิติบุคคลทราบ และเป็นผู้พบศพนายโอภากร วิทยาสิงห์ อายุ 19 ปี เป็นคนแรก
ทันทีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจเข้าตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่าเกิดเหตุขึ้นจริง จึงรายงานให้ พ.ต.อ.สุรศักดิ์ ขุนณรงค์ รอง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี รักษาการราชการแทน ผกก.สภ.คลองหลวง พร้อมด้วยชุดสืบสวน เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
ที่เกิดเหตุเป็นอาคารสูง 6 ชั้น ภายในห้องเกิดเหตุพบศพนายโอภากร ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 40 หมู่ 6 ต.ศรีสุข อ.สำโรงทาบ จ.สุรินทร์ เป็นพนักงานบริษัทผลิตชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ สภาพศพนอนหงายอยู่บนที่นอน มีบาดแผลจากการถูกแทงด้วยของมีคมบริเวณหน้าอก รวม 9 แผล และบริเวณลำคอมีรอยถูกปาดด้วยของมีคมเป็นแผลฉกรรจ์ 1 แผล
จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุภายในห้องพักดังกล่าว พบว่าประตูห้องพักถูกปิดไว้แต่ไม่ได้ใส่กลอนประตู อีกทั้งไม่พบร่องรอยการต่อสู้และไม่มีร่องรอยการรื้อค้นทรัพย์สิน ชุดสืบสวนจึงเรียกนายนที มาสอบถามในฐานะผู้พบศพคนแรก
นายนที บอกว่า นายโอภากรเป็นเพื่อนทำงานที่เดียวกัน ก่อนพบศพ ช่วงค่ำวันที่ 24 กรกฎาคม นายโอภากร พร้อมเพื่อนอีก 2 คนและตนเอง มาดื่มสุราภายในห้องก่อนแยกย้ายกันกลับจนกระทั่งมาพบศพในช่วงเช้านี้
ขณะเดียวกัน ชุดสืบสวนได้ขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่อยู่ภายในอาคารทั้งหมด ตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 24 กรกฎาคม จนถึงเวลาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาที่เกิดเหตุ พบว่า ช่วงกลางดึกเห็นคนร้ายเดินออกมาจากห้องของนายโอภากร โดยคนร้ายใช้เสื้อคลุมปิดบังใบหน้าไว้ หลังจากนั้นคนร้ายได้เดินลงบันไดจากบริเวณชั้น 5 แล้วเดินเข้าไปในห้องห้องหนึ่งที่อยู่บริเวณชั้น 2
"ชุดสืบสวนเห็นลักษณะการเดินของคนร้าย ซึ่งคนร้ายได้เดินลอดกล้องวงจรปิดในช่วงที่เข้าไปในห้องนายโอภากร ทำให้กล้องวงจรปิดไม่สามารถบันทึกภาพไว้ได้ หลังจากคนร้ายลงมาถึงชั้น 2 แล้วเข้าไปในห้องห้องหนึ่งที่อยู่ชั้น 2 และเมื่อสอบถามเจ้าหน้าที่นิติบุคคลทราบว่าห้องดังกล่าวเป็นห้องของนายนที ซึ่งเป็นเพื่อนของนายโอภากร และเป็นผู้พบศพคนแรก" แหล่งข่าวในชุดสืบสวนระบุ
ข้อมูลที่ได้รับจากเจ้าหน้าที่นิติบุคคล ทำให้ชุดสืบสวนตั้งข้อสังเกตจากกล้องวงจรปิดว่า คนร้ายน่าจะรู้ว่าแต่ละชั้นของอาคารมีกล้องวงจรปิด โดยตำแหน่งของกล้องวงจรปิดติดตั้งอยู่ในตำแหน่งต้นทางเดินแต่ละชั้นแล้วส่องตรงไปตามแนวทางเดิน โดยกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งตรงจุดดังกล่าว มีตั้งแต่บริเวณชั้น 3-ชั้น 5 ส่วนบริเวณชั้น 2 นั้น กล้องวงจรปิดติดตั้งตรงกันข้ามคือส่องจากแนวทางเดินริมสุดส่องมาทางบันไดที่ขึ้นมาจากชั้น 1 จากการประมวลภาพลำดับเวลาจากกล้องวงจรปิดที่ตรวจสอบได้ ทำให้นายนทีต้องกลายเป็นผู้ต้องสงสัยในที่สุด
ชุดสืบสวนจึงสอบถามนายนทีว่า ในห้วงเวลาที่เกิดเหตุกล้องวงจรปิดจับภาพคนร้ายที่เดินเข้ามาในห้องของเขาคือใคร แต่นายนทีให้การวกวนไปมา จนกระทั่งชุดสืบสวนนำภาพวงจรปิดมาให้ดู ยิ่งทำให้นายนทีหน้าถอดสีอย่างเห็นได้ชัด ในที่สุดก็ยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือฆ่าเพื่อน หลังจากฆ่าแล้วโยนมีดทิ้งทางหน้าต่างห้องผู้ตายนั่นเอง
"สอบสวนนานกว่า 2 ชั่วโมง นายนทีจึงยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุฆ่านายโอภากร และพาชุดสืบสวนไปตรวจยึดเสื้อผ้าที่สวมใส่ขณะก่อเหตุและเสื้อสีดำที่ใช้คลุมปิดบังใบหน้าอีก 1 ตัว ได้ภายในห้อง ส่วนปมฆ่า นายนทีอ้างว่า โกรธแค้นถูกด่าพ่อแม่หลายครั้งจนทนไม่ไหว" รอง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี รักษาการ ผกก.สภ.คลองหลวง ระบุ



