ข่าว

ผบ.ทบ.อ้อนรบ.ใหม่ซื้อฮ.ทดแทน

ผบ.ทบ.อ้อนรบ.ใหม่ซื้อฮ.ทดแทน

27 ก.ค. 2554

'ประยุทธ์' วอนให้กำลังใจทหาร ฝากรัฐบาลใหม่ 'ไฟเขียว' จัดซื้อ ฮ.ใหม่ แทนของเก่าที่ใช้กว่า 20 ปี บอกเยาวชนให้จงรักภักดีต่อสถาบัน

          (26ก.ค.) พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวกับเยาวชน ในการประกวดดนตรีสากลร่วมสมัยระดับมัธยมศึกษาโครงการ “บทเพลงรักแห่งแผ่นดิน” ว่า ถ้าใครอยากรับราชการทหารคงต้องเรียนหนังสือเก่ง ๆ และไปสอบคัดเลือกให้ได้ เขาก็อยากได้นายทหารที่เก่ง ๆ มาทำงาน ในโอกาสข้างหน้า พร้อมกับขอให้เยาวชนยกมือขึ้นหากใครอยากเป็นทหาร หรือไม่มี หรือกลัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมดา ทหารก็เป็นอย่างนี้ก็ต้องเสี่ยง

          "ผมและผู้บังคับบัญชาทุกคน ก็เคยนั่งมาแล้ว ฮ.เก่า ๆ ซึ่ง ฮ.พวกนี้เป็นสมัยที่ผมเป็นเด็กก็นั่งกันมาตลอด ก็ถูกซ่อม ประเทศเราเป็นประเทศที่มีงบประมาณไม่มาก ซึ่งเรามีแผนที่จะพัฒนาอยู่แล้วโดยจะเปลี่ยน ฮ.ฮิวอี้ (ฮท.1) แต่รัฐบาลไม่มีงบประมาณให้ เราต้องการซื้ออีก 30 กว่าลำ เพื่อทดแทน ฮท.1 ที่ตก แต่ก็ยังไม่ได้ เป็นเรื่องที่ต้องฝากไปยังรัฐบาลใหม่ในการดูแลทุกอย่าง ไม่ได้ได้มาง่าย ๆ อย่าไปมองว่าผู้บังคับบัญชาไม่เอาใจใส่ผู้บังคับบัญชา"

          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ อย่าเพิ่งติติงทหารนักเลย เราพร้อมที่จะทำหน้าที่อย่างดีที่สุด ขอให้กำลังใจทหารมาก ๆ

          "แม้บางที เห็นผมในทีวีหน้าตาจะดุดันไปหน่อย ก็เป็นเรื่องธรรมดา เป็นเรื่องของบทบาท ที่เป็นผู้นำองค์กรก็ต้องเป็นอย่างนี้ ผมต้องรักษาชื่อเสียงเกียรติยศของกองทัพบกไว้ยิ่งกว่าชีวิต เป็นสิ่งที่เราปลูกฝังกันมา กองทัพบกใครจะมาแตะต้องไม่ได้ ผมถือว่า เป็นหน้าที่ที่จะต้องปกป้องจึงต้องขออภัย ถ้าหากว่าดุเดือดไปนิดหนึ่ง แต่ปกติแล้วผมเป็นคนใจดีไม่มีอะไร” ผบ.ทบ.กล่าว

          พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์แบบ ฮท.1 (ฮิ้วอี้) ว่า ขณะนี้กำลังเสนอโครงการให้รัฐบาล ซึ่งคาดว่า ในปี 2555 เพราะที่ผ่านมายังไม่ได้รับการอนุมัติ

 

บอกเยาวชนให้จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประกวดดนตรีสากลร่วมสมัยระดับมัธยมศึกษาโครงการ “บทเพลงรักแห่งแผ่นดิน” เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงออกถึงความจงรักภักดีที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ผ่านการแต่งเนื้อร้อง และทำนองเพลงที่ถ่ายทอดความรักความจงรักภักดี

          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ได้ฟังเพลงแล้ว รู้สึกซาบซึ้ง เพราะบทเพลงได้กล่าวถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีต่อประเทศไทยมาตลอด และการแสดงออกของเยาวชนที่เปล่งเสียง มีแววตา ของความตั้งใจ มาร้องเพลงเพื่อต้องการจะร้อง จึงขอชื่นชมด้วยใจจริง เขารู้สึกสบายใจว่า วันข้างหน้าของประเทศไทยยังมีอยู่โดยท่านทั้งหลาย

          พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวว่า สิ่งที่ประเทศไทยมีทุกวันนี้คือพระมหากรุณาธิคุณที่สถาบันพระมหากษัตริย์ที่ทรงมีต่อประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ เป็นเวลายาวนาน ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจ และสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้อยู่ในหัวใจของคนไทยทั้งชาติ เพราะฉะนั้นสถาบันเป็นสิ่งที่ใครก็ตามมาละเมิด หรือมาทำให้เกิดผลเสีย เราคงยอมรับไม่ได้ เพราะเป็นสิ่งที่อยู่ในหัวใจของเรา

          ทั้งนี้ เขาพูดอยู่เสมอว่า อย่าสงสัยเรื่องความจงรักภักดี ถ้าสงสัยแสดงว่า ไม่ใช่คนไทย เพราะฉะนั้น คนไทยต้องไม่มีความสงสัยเรื่องความจงรักภักดี เพราะเราเกิดมากับคำ ๆ นี้ และสถาบัน เราต้องตายไปกลับคำนี้ ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นก็ตาม

          “ทุกคนที่มาอยู่ ณ ที่นี้ ถือว่า ได้รับเกียรติจากกองทัพบก ในการที่จะนำชาติบ้านเมืองไปได้ และสถาบันอยู่รอด เพื่อที่จะทำให้ประเทศไทยกลับคืนสู่สยามเมืองยิ้ม ได้เหมือนเดิม สิ่งที่ผมคิดอยู่เสมอ และอยากถ่ายทอดให้ทุกคนรู้ ว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่ท่านคิดอะไรไม่ออก ขอให้หันไปดูพระบรมฉายาลักษณ์ แล้วก็จะนึกออกว่าจะทำอะไร

          ถ้าท่านเห็นความเหน็ดเหนื่อย รอยยิ้ม หยาดเหงื่อของพระองค์ท่านแล้วท่านจะนึกออกว่าจะต้องทำอะไร และท่านทรงทำแค่ไหน ท่านต้องทุ่มเทหรือเปล่า จึงขอให้ทำด้วยใจและความจงรักภักดีและมั่นใจว่าสิ่งที่ท่านทำถูกต้อง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ประเทศไทยของเรา มีอุปสรรคอยู่หลายประการ ที่ทำให้เราก้าวไปข้างหน้าไม่ได้ สิ่งสำคัญประการหนึ่งคือ ความรักความสามัคคี ความเข้าใจซึ่งกันและกัน และมีสิ่งหนึ่งที่ทำให้ทุกส่วนกลับมาได้คือ สถาบันพระมหากษัตริย์เท่านั้น ประเทศไทย เขาไม่เห็นอย่างอื่น เพราะฉะนั้น เราต้องรวมจิตใจของคนในชาติให้กลับมาสู่ สิ่งที่ยึดเหนี่ยวเดียวกันคือสถาบันพระมหากษัตริย์ให้ได้

 

 กองทัพภาค2สั่งตรวจฮ.เบลล์212

           ที่หน่วยบินทหารบกยุทธวิธีที่ 2 ภายในกองบัญชาการช่วยรบที่ 2 กองทัพภาคที่ 2  พ.ต.ชนวัศ ทองประสาน นักบินที่ 1 เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไปแบบ 212 หรือ เบลล์ 212 ที่ประจำการอยู่ในหน่วยบินทหารบกยุทธวิธีที่ 2 พร้อมด้วยช่างซ่อมบำรุงรักษา ในสังกัดจำนวน 5 นาย ได้ช่วยกันตรวจเช็ดรายละเอียดต่างๆของตัวเครื่องเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป แบบ 212 หรือ เบลล์ 212  จำนวน 2 ลำซึ่งประจำการอยู่ในหน่วยบินทหารยุทธวิธีที่ 2 กองทัพภาคที่ ตามรายการตรวจเช็คสภาพความพร้อมของเฮลิคอปเตอร์ซึ่งมีอยู่กว่า 100 รายการอย่างละเอียด

           ภายหลังจากที่กองทัพบก โดยศูนย์การบินทหารบก ได้สั่งการให้หน่วยทหารบกที่มีเฮลิคอปเตอร์รุ่นดังกล่าวยุติการขึ้นบิน และให้ตรวจเช็คความสมบูรณ์ของเครื่องโดยละเอียด หลังจากที่เกิดเหตุการณ์โศกนาฎกรรมที่มีเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพบกประสบอุบัติเหตุตกลงในป่าแก่งกระจาน จ.เพชรบุรีติดต่อกันถึง 3 วัน ส่งผลให้มีทหารเสียชีวิต 16 นาย และช่างภาพสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 อีก 1 ราย และมีทหารได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย  ซึ่งผลการตรวจเช็ครายละเอียดของตัวเครื่องและระบบต่างๆของ เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป แบบ 212 หรือ เบลล์ 212 ทั้ง 2 ลำพบว่ามีความสมบูรณ์พร้อมบิน 100 %  แต่อย่างไรก็ตามเฮลิคอปเตอร์ รุ่นดังกล่าวทั้งหมดจะยังไม่สามารถขึ้นทำการบินได้ เนื่องจากต้องรอการอนุมัติจากศูนย์การบินทหารบกอนุญาตให้ขึ้นบินก่อน

           พ.ต.ชนวัศ ทองประสาน นักบินที่ 1 เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไปแบบ 212 หรือ เบลล์ 212 หมายเลข 35021 เปิดเผยว่า การตรวจเช็คสภาพความพร้อมและรายละเอียดต่างๆของตัวเครื่อง จะต้องมีการดำเนินการทุกครั้งก่อนที่จะทำการขึ้นบิน ซึ่งจำเป็นที่จะต้องเช็ครายละเอียดส่วนต่างๆทั้งหมดรวมแล้วมากกว่า 100 รายการอย่างละเอียดรอบคอบ เพราะทุกๆส่วนนั้นสำคัญทั้งหมด ซึ่งหากพบว่ามีรายการใดผิดปกติการบินเที่ยวนั้นๆจะต้องถูกยกเลิกโดยทันที เนื่องจากเครื่องทุกเครื่องจะไม่สามารถขึ้นบินได้หากไม่มีความสมบูรณ์พร้อม 100 %

           นอกจากนี้ทุกครั้งที่เสร็จสิ้นภารกิจจะต้องมีการตรวจเช็คอย่างละเอียดอีกครั้งเช่นเดียวกับการตรวจเช็คก่อนบิน ซึ่งหากพบว่ามีความผิดปกติก็จะเร่งดำเนินการแก้ไขให้เสร็จสิ้นโดยทันที โดยทางกองทัพภาคที่ 2 จะมีบุคคลากรช่างที่ผ่านการอบรมจากบริษัทผู้ผลิตจากประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นผู้คอยดูแลในส่วนนี้อยู่แล้ว  

           นอกจากนี้ที่ต้องมีการตรวจเช็คอย่างละเอียดทุกๆครั้งก่อนขึ้นบินและหลังบินแล้ว ทุกๆ 25 ชั่วโมงบินก็จะต้องมีการตรวจเช็ครายละเอียดซ้ำอีกรอบ และหากว่าเครื่องได้ถูกบินครบ 100 ชั่วโมงบินก็จะต้องกลับไปให้ทางศูนย์การบินทหารบก ตรวจเช็คสภาพความเสื่อมของรายละเอียดต่างๆอีกครั้งในทุกๆ 100 ชั่วโมงบิน ซึ่งขณะนี้เครื่องหมายเลข 35032 ซึ่งประจำการอยู่ในกองทัพภาคที่ 2 อีก 1 ลำ ก็กำลังถูกส่งไปตรวจเช็คที่ศูนย์การบินทหากบก เนื่องจากบินครบ 100 ชั่วโมงบินแล้ว

            ขณะที่พลโทธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า เมื่อเหตุการณที่เกิดขึ้นที่แก่งกระจานสร้างความสูญเสียอย่างมากให้กับทางกองทัพ ดังนั้นตามระเบียบนิรภัยการบิน ผู้บัญชาการทหารบก จึงจำเป็นที่จะต้องสั่งงดบินทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันตนเองจะไปปฏิบัติภารกิจที่ใดก็ต้องนั่งรถตู้ไป อย่างเช่นเมื่อวันที่ 25 ก.ค.2554 ก็ต้องนั่งรถตู้ไปราชการที่จังหวัดยโสธรซึ่งจะต้องใช้ระยะเวลานานกว่า 8 ชั่วโมง

          เมื่อมีการสั่งการมาแล้วทางกองทัพภาคที่ 2 ก็ต้องดำเนินการตามนั้นโดยต้องรอให้มีการตรวจเช็ครายละเอียดเอกซเรย์ตัวเครื่องทั้งหมดให้เรียบร้อยก่อน แต่อย่างไรก็ตามการตรวจสอบทางผู้ดูแลก็จะมีการตรวจสอบอย่างละเอียดอยู่แล้วตามวงรอบและก่อนที่จะขึ้นบิน เพราะการบินทุกครั้งสภาพความพร้อมของเครื่องจะต้องพร้อม 100 % เท่านั้นถึงจะขึ้นบินได้  ทั้งนี้กองทัพภาคที่ 2 มีเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป แบบ 212 หรือ เบลล์ 212 ทั้งหมด 3 ลำ ซึ่งตามลำดับแล้ว ระดับแล้วในระดับกองพลจะมีเฮลิคอปเตอร์ทางทหารขนาดกลาง ยูเฮช-1 ฮิวอี้ , ระดับกองทัพ จะเป็น เบลล์ 212 และในส่วนของกองทัพบกจะเป็นแบล๊คฮอว์ค

            ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ทั้งนี้ในส่วนของกองทัพภาคที่ 2 มีเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไปแบบ 212 หรือ เบลล์ 212 ประจำอยู่ทั้งสิ้น 3 ลำ ประกอบด้วยของเครื่องหมายเลข 35021 , 35037 และหมายเลข 35032  โดยทั้งหมดได้เริ่มมาประจำการที่กองทัพภาคที่ 2 เมื่อปี 2530 เพื่อใช้ปฏิบัติหน้าที่เป็นยานพาหนะของแม่ทัพภาคที่ 2 ในการใช้เดินทางไปปฏิบัติภารกิจต่างๆในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และช่วยในงานด้านการสนับสนุนลำเลียงขนส่งสิ่งของต่างๆเพื่อสนับสนุนงานของทางกองทัพมาอย่างมากมายตลอดระยะเวลาที่มาสังกัดอยู่ภายในกองทัพภาคที่ 2 เกือบ 25 ปี อีกทั้งยังเคยถูกใช้เป็นเครื่องลำเลียงข้าวสารอาหารแห้งออกไปแจกจ่ายให้กับประชาชนผู้ประสบกับอุทกภัยต่างๆทั้งภาคอีสานมาแล้วหลายครั้ง

 

พระราชทานดอกไม้แก่ส.อ.พัฒนพร

           ที่ห้อง ไอ ซี ยู ชั้น 3 รพ.พระมงกุฎฯ เมื่อวันที่ 26 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องค์มนตรี อันเชิญแจกันดอกไม้พระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี มอบให้กับ ส.อ.พัฒนพร ต้นจันทร์ ช่างเครื่องสังกัดกองบินปีกหมุนที่ 2 ศูนย์การบินทหารบก จ.ลพบุรี ซึ่งรอดชีวิตจากเหตุเฮลิคอบเตอร์ เบลล์ 212 ตกที่แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ซึ่งกำลังนอนรักษาตัวจากอาการกระดูกสันหลังยุบ ที่เตียง 6 โดยมี นางลัดดาวัลย์ ต้นจันทร์ มารดา คณะแพทย์ผู้รักษา เจ้าหน้าที่ห้อง ไอ ซี ยู คอยรับมอบ

           ขณะที่พล.อ.สุรยุทธ กล่าวว่าวันนี้เป็นผู้แทนทั้ง 3 พระองค์ในการอัญเชิญดอกไม้พระราชทานมอบให้ส.อ.พัฒนพร และกระแสรับสั่ง ขอให้หายไวไว รักษาร่างกายให้ฟื้นฟู เพื่อจะได้กลับไปทำหน้าที่ของตนเองได้ตามปกติ พร้อมทั้งสอบถามถึงอาการของส.อ.พัฒนพรกับทางทีมแพทย์ที่รักษาอาการว่า อาการปวดหลังดังกล่าวเกิดจากการยุบตัวของกระดูกประมาณกี่เปอร์เซ็นต์ ซึ่งทางทีมแพทย์ก็ได้บอกว่าอาการดังกล่าว เป็นการยุบตัวเพียง 20 เปอร์เซ็นต์ โดยทางพล.อ.สุรยุทธได้กล่าวต่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาเพราะร่างกายของส.อ.พัฒนพรยังหนุ่มแน่น น่าจะฟื้นตัวได้เร็ว

 ด้านส.อ.พัฒนพรกล่าว่ารู้สึก ปลาบปลื้มและเป็นเกียรติกับวงศ์ตระกูลเป็นอย่างมาก ตอนนี้อาการบาดเจ็บโดยทั่วไปเริ่มที่จะทุเลาลงแล้ว หลังจากที่หายเป็นปกติก็จะตั้งจะปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุด ในส่วนของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าวตนยังจำอะไรไม่ได้ เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมาก