ข่าว

พันเรื่องถิ่นแผ่นดินไทย:นายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก

พันเรื่องถิ่นแผ่นดินไทย:นายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก

26 ก.ค. 2554

พันเรื่องถิ่นแผ่นดินไทย:นายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก

          นับเป็นโชคดีของชาวจังหวัดตากที่ได้ผู้ว่าราชการ ที่มีจิตวิญญาณของการเป็นนักพัฒนา อย่าง "ผู้ว่าฯ สามารถ ลอยฟ้า" ทั้งนี้ เพราะในเบื้องแรกของการเริ่มต้นชีวิตข้าราชการ เมื่อจบการศึกษาจากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหงแล้ว ผู้ว่าฯ สมารถได้ไปเป็นเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน ที่ อ.บ้านตาก เป็นแห่งแรก เมื่อปี พ.ศ.2521 และได้มีความเจริญก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่การงานเป็นลำดับ และได้เป็นปลัดอำเภอฝ่ายปกครอง ที่ อ.สามเงา จ.ตาก ในปี พ.ศ.2534
 
          รวมระยะเวลาที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดตากเป็นเวลาถึง 14 ปี ขณะที่อยู่ในพื้นที่ต่างๆ  ของจังหวัดตากนั้น ได้ปฏิบัติหน้าที่ต่างๆ อย่างเต็มกำลังความสามารถ ได้พบปะพูดจา บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่ประชาชนในทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะทุรกันดารเพียงใด ที่ใดที่ยังไม่เคยมีข้าราชการผู้ใดไปถึง "ผู้ว่าฯ สามารถ"
ก็จะพยายามไปในทุกๆ ที่ ตลอดจนเป็นผู้ที่มีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องวัฒนธรรมชนเผ่า ที่มีอยู่เป็นจำนวนมากในพื้นที่จังหวัดตากได้เป็นอย่างดี
 
          ต่อมาวันที่ 22 เมษายน พ.ศ.2535 "ผู้ว่าฯ สามารถ" ได้ย้ายไปดำรงตำแหน่งจาก "ปลัดอำเภอ" เป็น "นายอำเภอ" เป็นครั้งแรก ที่อำเภอซึ่งตั้งขึ้นใหม่ แยกมาจากอำเภอแจ้ห่มคือ อำเภอเมืองปาน จ.ลำปาง อยู่ห่างจากตัวจังหวัด ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เป็นระยะทางราว 70 กิโลเมตร เป็นอำเภอซึ่งเป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ซึ่งต่อมาภายหลังได้รับการคัดเลือกจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ ที่มีความสวยงามเป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทย
 
          ขณะที่ดำรงตำแหน่งเป็น "นายอำเภอ" อยู่ที่ อำเภอเมืองปาน ซึ่งเป็นอำเภอแห่งใหม่ "ผู้ว่าฯ สามารถ" ได้รณรงค์ให้ประชาชนดำเนินชีวิตแบบพอเพียง ตามแนวพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และในด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวนั้น ได้เป็นผู้คิดคำขวัญที่ว่า “อำเภอเมืองปาน แหล่งต้นน้ำลำธาร อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน บ่อน้ำร้อนลือนาม สามต้นสักใหญ่ ไหว้พระธาตุดอยซาง” ซึ่งเป็นคำขวัญที่อำเภอเมืองปานใช้อยู่ในทุกวันนี้
ด้วยความเป็นผู้ที่มีความสามารถสมชื่อ ได้ย้ายไปดำรงตำแหน่งนายอำเภอในหลายพื้นที่ โดยได้รับรางวัล "นายอำเภอแหวนเพชร" ถึง 2 ครั้งด้วยกัน
 
          หลังจากนั้นได้ไปดำรงตำแหน่ง "ปลัดจังหวัด" และ "รองผู้ว่าราชการจังหวัด" ตามลำดับ ก่อนที่จะมาดำรงตำแหน่ง "ผู้ว่าราชการจังหวัด" เป็นครั้งแรกที่จังหวัดตาก นับแต่ปี พ.ศ.2552 จนถึงปัจจุบัน "ผู้ว่าฯ สามารถ" ชื่นชอบบทกลอนบทหนึ่งของ "ท่านอังคาร กัลยาณพงศ์" ที่ว่า “ถึงปูนดาวคู่ฟ้าเดือนปีใดก็ดี สักวันหนึ่งจักเป็นผีพุ่งไต้ อย่าดูถูกปฐพีที่เหยียบย่ำใดเลยนา ลางแห่งซ่อนเพชรไว้ ค่าล้ำเมื่อภายหลัง” บัดนี้เพชรเม็ดนั้น ได้ประดับเป็นหัวแหวนอยู่ที่จังหวัดตากแล้วละครับ
 
          พรุ่งนี้ไปเที่ยว “วัดบุญวาทย์วรวิหาร” ที่ลำปางครับ

"ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ และคณะ"