'ปชป.'โต้'นพดล'ลงนามไทย-กัมพูชาเสียเปรียบ
ปชป.โบ้ย ทนายแม้ว ร่วมลงนามแถลงการณ์ไทย-กัมพูชา ทำประเทศเสียเปรียบ ยัน มาร์ค ไม่เคยโกหกกรณีลงนามปราสาทพระวิหาร ผู้สมัคร ปชป. ขู่ กกต.หากยกคำร้องเขต3ชลบุรีไม่ยอมแน่ จี้ กกต. สอบบัตรเลือกตั้งปริศนาโผล่ราชบุรี ไม่ปิดทางอภิรักษ์เข้าชิงเลขาฯพรรค
26ก.ค.54 เวลา 10.40 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ รักษาการโฆษกพรรคประชาธิปัตย์แถลงข่าวตอบโต้ นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษาทางกฎหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ให้สัมภาษณ์ พาดพิงถึง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
ถึงกรณีใช้ประเด็นการขึ้นทะเบียนมรดกโลกปราสาทเขาพระวิหารของทางฝ่ายกัมพูชา มาเป็นประเด็นทางการเมืองภายในของประเทศไทยว่า การที่ศาลปกครองได้มีมติยกเลิกแถลงการณ์ร่วมที่นายนพดล ได้ลงนามไว้เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 51 นั้น เป็นสาเหตุที่ทำให้ฝ่ายกัมพูชาขึ้นทะเบียนมรดกโลกเมื่อวันที่ 8 ก.ค. 51 เป็นการขึ้นทะเบียนที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากลงนามในแถลงการณ์ร่วมของนายนพดล เนื่องจากว่าศาลปกครองได้ยกเลิกคำสั่งดังกล่าวเมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 2551
นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า อยากจะเรียนว่าที่นายนพดลกล่าวหาว่านายอภิสิทธิ์โกหกนั้น ข้อเท็จจริงแล้วนายนพดลต่างหากที่เป็นฝ่ายกล่าวเท็จ เพราะการขึ้นทะเบียนมรดกโลกของฝ่ายกัมพูชานั้น ทางยูเนสโกได้ประกาศชัดว่าได้อ้างอิงถึงแถลงการณ์ที่นายนพดล ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในขณะนั้นได้ลงนามร่วมกับรองนายกฯกัมพูชาเมื่อวันที่ 22 พ.ค. ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
ดังนั้นทั้งหมดจึงแสดงให้เห็นว่านายนพดลกำลังกล่าวความเท็จ เพราะข้อเท็จจริงนั้นได้มีการทำหนังสือโดยนายเชลตัน เชฟเฟอร์ ผอ.ยูเนสโก ประจำประเทศไทย ที่ได้ระบุชัดว่าพันธะที่จะให้ความร่วมมือเพื่อบริหารจัดการให้ความคุ้มครองปราสาทพระวิหารได้รับการเน้นย้ำและแสดงออกอย่างเป็นทางการโดยแถลงการณ์ที่ได้ร่วมลงนามของฝ่ายไทยและกัมพูชาในสมัยนายนพดล
“เพราะฉะนั้นกรณีที่ นายนพดลกล่าวอ้างว่า จบการศึกษาจากสถาบันเดียวกับนายอภิสิทธ์ สาระสำคัญนั้นไม่ได้อยู่ที่เรียนอะไร แต่สาระสำคัญคือพูดความจริงหรือไม่ต่างหาก และนายนพดลควรละอายต่อการกระทำเพราะคดีนี้เป็นคดีแรกที่ศาลปกครองและศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าผิดกฎหมายและกำลังจะไปสู่ศาลฎีกาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง” นพ.บุรณัชย์ กล่าว
'ปชป.'ขู่'กกต.'หากยกคำร้องเขต3ชลบุรีไม่ยอมแน่
นายประมวล เอมเปีย อดีตผู้สมัครส.ส. ชลบุรี เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นางสดศรี สัตยธรรม คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สั่งสอบสวนรายละเอียดคำร้องคัดค้านผลการเลือกตั้งเขต 3 จ.ชลบุรีเพิ่มเติมว่า ที่นางสดศรี ระบุว่ากกต.ชลบุรี เป็นผู้เสนอให้ใบเหลืองในเขต 3 จึงขอสอบเพิ่มนั้น
พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตเลือกตั้งของตน จึงรู้สึกไม่สบายใจ เพราะการให้สัมภาษณ์ของนางสดศรี เหมือนกล่าวหาว่าประชาชนที่ไปร้องคัดค้านใช้หลักฐานเท็จ เพื่อหวังให้มีการเลือกตั้งใหม่ ทั้งที่ความเป็นจริงคือประชาชนทนไม่ไหว เพราะกกต.ไม่ทำหน้าที่จับทุจริต ไม่มีความสามารถดำเนินการ อีกทั้งในวันนี้มีการข่มขู่พยานจนต้องหนีไปอยู่ที่อื่น กกต.จะทำอย่างไร
ทั้งนี้นางสดศรีเคยบอกจะทำคดีที่ชลบุรีให้เป็นกรณีตัวอย่าง แต่มีข่าวลือถึงการทำงานของกกต.ต่าง ๆ ดังนั้นกกต.ต้องชี้แจง และหากกกต.ยกคำร้องที่ชาวบ้านไปร้อง ประชาชนไม่ยอมแน่ โดยตนเป็นผู้มีส่วนได้เสียในฐานะผู้สมัคร ก็จะปรึกษาฝ่ายกฎหมายต่อไป
ผู้สมัคร'ปชป.'จี้กกต.สอบบัตรเลือกตั้งปริศนาโผล่ที่ราชบุรี
วันเดียวกัน นายยศศักดิ์ ชีววิญญู อดีตผู้สมัคร ส.ส.ราชบุรี เขต 4 พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพบบัตรเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต จำนวน 100 กว่า ใบ ถูกทิ้งไว้ที่ใต้ต้นหูกวาง ริมถนนเลียบคลองชลประทาน หมู่ 18 ต.ท่ายาง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี
ซึ่งเคยเป็นข่าวก่อนหน้านี้ว่า จากการตรวจสอบบัตรเลือกตั้งดังกล่าว ถูกกาเบอร์ 10 ซึ่งเป็นเบอร์ของพรรคประชาธิปัตย์ทั้งหมด ตนจึงต้องการให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กลางเข้าไปตรวจสอบเรื่องนี้ เพราะบัตรเลือกตั้งที่ถูกซุกซ่อนเอาไว้ เหมือนกับเป็นการปล้นคะแนนเสียงไปจากประชาชน ซึ่งถือว่าเป็นการโกงกันอย่างเป็นขบวนการ เพราะคนที่คุมพื้นที่ดังกล่าวคือกระทรวงมหาดไทย
โดยที่ผ่านมากระแสในการเลือกตั้งในพื้นที่นี้จะมีการแข่งขันระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคเพื่อไทย แต่ผู้สมัครจากอีกพรรคหนึ่งกลับได้รับการเลือกตั้ง ดังนั้นตนจะรวบรวมหลักฐานไปยื่นต่อ กกต. ต่อไป
'ปชป.'ไม่ปิดทาง'อภิรักษ์'เข้าชิงเลขาฯพรรค
นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ “สำนักข่าวเนชั่น” ถึงกรณีที่นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ อดีตผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.) ส่งทนายฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีฮั้วประมูลรถ-เรือดับเพลิงของ กทม. มูลค่า 6,687,489,000 บาท
และจะส่งผลต่อนายอภิรักษ์ที่เป็นแคนดิเดตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่หรือไม่ ว่า ในระเบียบของพรรคก็ไม่มีข้อกำหนดชัดเจน ซึ่งก่อนหน้านี้นายอภิรักษ์ได้รับผิดชอบโดยการลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าฯกทม. ก็น่าจะมากพอแล้ว อีกทั้งคดีนี้ก็ยังไม่ถึงที่สุด และนายอภิรักษ์ก็ยังไม่ถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดในคดีนี้หรือไม่
นายบุญยอด กล่าวต่อไปว่า ส่วนกระแสข่าวที่ออกมาว่าเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ต้องไม่ติดคดีทางการเมือง และเป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่ายนั้น ตนเห็นว่าน่าจะให้โอกาสนายอภิรักษ์ แต่ที่สุดแล้วที่ประชุมสมาชิกพรรคจะต้องตัดสินใจเลือก ซึ่งกรณีนายวิทยา แก้วภราดัย ส.ส.นครศรีธรรมราช ก็ออกมาระบุแล้วว่าจะสู้ได้ถ้าได้เข้าชิงตำแหน่งเลขาธิการพรรค
ดังนั้นตนก็เห็นว่ากระบวนการสรรหาก็ไม่เกี่ยวข้องกับคดีของนายวิทยา สมัยดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ส่วนกรณีที่เกิดขึ้นกับนายอภิรักษ์ก็ไม่น่าจะมีผลต่อกระบวนการสรรหาเลขาธิการพรรคเช่นกัน



