ข่าว

ปชป.ลุยปฎิรูปพรรค-เลขาฯแค่พลิ้วไม่พอ

ปชป.ลุยปฎิรูปพรรค-เลขาฯแค่พลิ้วไม่พอ

26 ก.ค. 2554

ปชป. ปลุกขวัญ ระดมสมองปฎิรูปพรรค 'อลงกรณ์' เตรียมเดินสายเก็บคะแนน 'นิพิฏฐ์' แนะคุณสมบัติเลขาฯใหม่ ต้องมี 'หลักการ' แค่ 'พลิ้ว' ไม่ได้

          นายอลงกรณ์ พลบุตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า เขาได้เชิญผู้สมัคร ส.ส.ภาคกลางที่สอบตก จำนวน 71 คน และประธานสาขาพรรคภาคกลาง เพื่อต้องการให้กำลังใจ และขอบคุณที่ทำงานให้กับพรรค และได้มีการหารือถึงแนวทางปฏิรูปพรรคต่อไป โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์  เข้าร่วมรับฟังด้วย

          ทั้งนี้ ในที่ประชุมมีการเสนอและเห็นพ้องกันว่า ควรจะมีการปฏิรูปพรรค ด้วยการเริ่มจากการมีส่วนร่วม โดยเฉพาะบุคลากรทางการเมือง และสาขาพรรคทุกภาคทั่วประเทศ เพราะการปฏิรูปพรรคจะประสบความสำเร็จได้จะต้องร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมเสนอ  จากทุกภาคส่วนของพรรค

          "เพราะฉะนั้น วันนี้ นอกจากได้ให้ความมั่นใจ ในการที่จะร่วมทำงานกันต่อไป  แม้ว่าจะประสบความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้ง แต่ทุกคนก็มีกำลังใจและเห็นด้วยว่า จำเป็นจะต้องมีการปฏิรูปพรรค ซึ่งไม่ใช่เฉพาะคณะกรรมการบริหารพรรค"

          นายอลงกรณ์ กล่าวว่า นายชวนได้ให้กำลังใจ และให้แนวทางการทำงานการเมือง รวมไปถึง  การให้ยึดแนวทางและอุดมการของพรรค โดยการเข้าหาประชาชน และต้องมีความมุ่งมั่นในการทำงาน 

          ส่วนเรื่องเงินไม่ใช้ปัจจัยหลัก แต่อยากให้มุ่งมั่นทำงานให้ประชาชน เกิดความศรัทธาและมีความผูกพันธ์

          ทั้งนี้ นายชวนได้ยกตัวอย่างชีวิตการเมืองของตัวเอง และให้แนวทางพัฒนาทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งเดิมเคยถูกพรรคกิจสังคมยึดครองในภาคใต้ แต่ด้วยความมุ่งมั่นนายชวน สามารถนำพรรคประชาธิปัตย์กลับมาครองใจในจังหวัดภาคใต้ได้ ซึ่งนายชวน เห็นว่า ภาคกลางมีโอกาสที่จะเป็นแบบเดียวกับภาคใต้ ในการเรียนรู้แนวทางทางการเมือง

          นายอลงกรณ์ เปิดเผยด้วยว่าวันนี้ (26 ก.ค.) เวลา 09.00  น. เขาจะเดินทางไปพบประธานสาขาภาคใต้ ที่อำเภอหาใหญ่ จ.สงขลา ที่ โรงแรมไดมอนพล่าซ่า และเวลา 15.00 น. วันเดียวกัน จะเดินทางไปพบกับประธานสาขาภาคใต้ตอนบน ที่โรงแรมทวินโลตัส ส่วนวันพุธที่ 27 ก.ค.นี้ เวลา 09.00 น. จะเดินทางไปพบกับประธานสาขาภาคอีสาน ที่โรงแรมโฆษะ ขอนแก่น วันที่ 28 ก.ค. เวลา 11.00 น. จะพบกับประธานสาขากทม. ที่ร้านอาหารเพลิน วิภาวดี และในวันที่ 30 ก.ค.นี้ จะไปพบประธาน สาขาพรรคภาคเหนือตอนล่างที่ จ.พิษณุโลก เวลา 09.00 น. และต่อด้วย จ.เชียงใหม่ เวลา 15.00 น.

          ทั้งนี้ ถือว่า เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการปฏิรูปการเมือง ในระดับภาค เพราะการที่จะเกิดจุดเปลี่ยนต้องมีการปฏิรูป และต้องให้ทุกคนรวมทั้งสมาชิกพรรคมีส่วนร่วมมากที่สุด

 

“นิพิฏฐ์” แนะคุณสมบัติ “เลขาฯใหม่”  ต้องมี “หลักการ” “พริ้ว” อย่างเดียวไม่ได้ 

          ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรมาบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ และรักษาการรองหัวหน้าพรรค ซึ่งเป็นหนึ่งในชื่อที่ถูกมองว่า อาจจะได้รับการเสนอชื่อเป็นเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ ถูกคณะกรรมการป้องกันและปรามปราบการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.)  ยื่นฟ้องในคดีกล่าวหาทุจริตจัดซื้อรถเรือดับเพลิง และอุปกรณ์ป้องกันบรรเทาสาธารณภัย กทม.ว่า เรื่องนี้เดิมอัยการสั่งไม่ฟ้อง ส่วนที่ปปช.ฟ้องเอง ก็เป็นสิทธิ์ แต่เขายังไม่เคยเห็นปปช. ชนะเลยแม้แต่คดีเดียว

          "ก็ไม่เห็นว่า ปปช.ต้องรับผิดชอบอะไร เอาเป็นว่าต่างคนต่างทำหน้าที่แล้วกัน เราก็ต้องสู้คดีไปแต่คิดว่า คดีนี้น้ำหนักน้อย ไม่กระทบต่อการทำหน้าที่"

          ผู้สื่อข่าวถามว่า  จะกระทบต่อการได้รับการเสนอชื่อ ให้เป็นเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่หรือไม่  นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า เราเป็นสมาชิกของพรรค ก็ต้องมั่นใจก่อนว่า นายอภิรักษ์เป็นผู้บริสุทธิ์ เพราะอัยการสั่งไม่ฟ้องไปแล้ว

          อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ไม่กระทบต่อการทำหน้าที่ของเลขาธิการพรรค ถ้าหากว่า นายอภิรักษ์ได้รับเลือกจากหัวหน้าพรรคจริง ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้แสดงความรับผิดชอบไปแล้ว สมัยที่เป็นผู้ว่ากทม. แต่การทำหน้าที่เลขาธิการพรรค ในฐานะส.ส. เขาคิดว่า ไม่ได้กระทบอะไร

           ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้านายอภิรักษ์ได้รับเลือกให้เป็นเลขาธิการพรรค ก็อาจจะถูกพรรคคู่แข่งหยิบยกมาโจมตีได้ นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า  ถ้าพรรคเพื่อไทยคิดอย่างนั้นว่า นายอภิรักษ์มีตำหนิ ถูกฟ้อง เขาก็คิดว่า พรรคเพื่อไทยครึ่งพรรค ที่ถูกฟ้องอยู่ในขณะนี้ ถ้าอย่างนั้นก็ต้องแสดงความรับผิดชอบไม่เป็นส.ส.ด้วยสิ เพราะฉะนั้นจะนำประเด็นนี้มาทำลายน้ำหนักกันไม่ได้

          “คุณอภิรักษ์ก็ต้องไปชี้แจงต่อศาล ไม่ต้องเคลียร์กับพรรคเพื่อไทยหรอก เพราะเขาคงไม่ฟัง ที่ผ่านมา ผมคิดว่า เราเกรงใจพรรคเพื่อไทยมากเกินไป เราเลยแพ้ประเด็นการเมืองของเขา เราไปเกรงใจเขา เมื่อเขาได้ทีก็ขย่มเรา เอาเป็นว่า คนที่ถูกฟ้องเมื่อมารับตำแหน่ง ผมคิดว่า พรรคเพื่อไทยมากกว่าประชาธิปัตย์” นายนิพิฏฐ์ กล่าว

          เมื่อถามว่า ควรต้องเคลียร์เรื่องนี้ก่อนวันที่ 6 ส.ค. หรือไม่ เพราะเรื่องนี้สังคมก็จับตามองอยู่ เนื่องจากเป็นตำแหน่งที่สำคัญ นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า  คิดว่า ถ้านายอภิรักษ์ไปชี้แจง ก็ต้องพูดอย่างเขาว่า ได้รับเลือกขึ้นมา ก็จะเสียโอกาสทางการเมืองไป แต่เขาก็ไม่รู้ว่า หัวหน้าพรรคจะเลือกใคร แต่หากท่านตั้งใจจะเป็นเลขาธิการพรรค ก็ไม่ควรที่จะถอดใจด้วยเรื่องเพียงเท่านี้

          ผู้สื่อข่าวถามว่า คุณสมบัติคนที่เป็นเลขาธิการพรรคต้องเป็นอย่างไร ประสานกับทุกฝ่ายได้ หรือต้องเป็นคนที่พลิ้วพอสมควร หรือต้องเป็นคนที่กล้าชน นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า “พลิ้วไปก็เห็นปัญหาอยู่แล้ว จะพลิ้วอย่างเดียวโดยไม่มีหลักการก็ไม่ได้  ที่ผ่านมาลื่นไถลไปเยอะมาก ต้องติดเบรคบ้างเลขาธิการพรรค ก็เลยเกิดแลนสไลด์ขึ้นมา"

          เขายกตัวอย่างว่า เช่นเรื่องเขตเลือกตั้ง เขาเป็นคนที่บอกว่า ไม่ควรจะเป็นเขตเดียวเบอร์เดียว แต่เราก็กล่อมกันว่า ให้เอาแบบนั้น แล้วก็มีปัญหากับพรรค ถ้าเป็นเขตใหญ่อย่างที่เสียงส่วนน้อยของพรรคคิด เขาคิดว่า ที่ภาคอีสาน จะได้ผู้แทนฯมากกว่านี้

          "นี้คือหลักของพรรคตั้งแต่เดิมเลยว่า เขตใหญ่ 3 คน แต่ในช่วงหลัง เราก็ไปรับปากคนนั้นคนนี้มา บอกไม่ได้เสียสัญญาสุภาพบุรุษก็รักษาหน้ากัน ตัวเลขก็เลยรูดลงไปเลย” นายนิพิฏฐ์ กล่าวทิ้งท้าย