
"บาทแข็ง"เบรกราคาทองในไทยขึ้นไม่แรง
ราคาทองคำตลาดโลกทุบสถิติใหม่ ส่วนในประเทศปรับขึ้น 3 ครั้ง เงินบาทแข็งช่วยเบรกราคาปรับขึ้นแค่ 200 บาท ธปท.รับบาทแข็งรอบนี้ มีความผันผวนมากขึ้น แต่ถือว่าเป็นเรื่องปกติ
สมาคมค้าทองคำรายงานว่า ราคาทอง 96.5% เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2554 มีการปรับตัวขึ้นถึง 3 ครั้งในวันเดียว โดยเมื่อเวลา 15.47 น. ราคาทองคำแท่งรับซื้อคืนอยู่ที่บาทละ 22,700 บาท ขายออกอยู่ที่ 22,800 บาท ส่วนราคาทองรูปพรรณซื้อคืนอยู่ที่บาทละ 22,376.16 บาท ขายออกบาทละ 23,200 บาท เพิ่มขึ้น 200 บาท เมื่อเทียบกับปิดตลาดเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2554
นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ราคาทองคำแท่งในตลาดโลกได้ปรับขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้งอยู่ที่ 1,619 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ แต่ราคาในประเทศยังไม่ได้ปรับตัวตัวขึ้นทำสถิติใหม่ เนื่องจากค่าเงินบาทแข็งค่า ทำให้ราคาในประเทศปรับขึ้นไม่มากนัก อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำยังมีแนวโน้มขาขึ้น เนื่องจากปัญหาของสหรัฐและยุโรปยังไม่น่าจะแก้ไขได้ในระยะสั้น
ด้านนางผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า การแข็งค่าของเงินบาทรอบนี้ ทำให้ค่าความผันผวนของเงินบาทไทยเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติเพียงแต่อาจเป็นความปกติใหม่ที่ตลาดการเงินไทยไม่ค่อยได้เจอมาก่อน โดยก่อนหน้านี้เงินบาทอ่อนค่าเพราะเงินลงทุนไหลออก แต่เมื่อสถานการณ์ในประเทศชัดเจน เงินก็ไหลกลับเข้ามาลงทุนอีก และจากนี้ไปความผันผวนเช่นนี้จะมีให้เห็นมากขึ้น โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวของเงินทุนที่เข้าเร็วออกเร็ว
สำหรับการไหลเข้าของเงินทุนรอบใหม่นี้ ส่วนใหญ่เข้ามาในลักษณะของพอร์ตการลงทุน ส่วนใหญ่เน้นลงทุนในตลาดตราสารหนี้เป็นหลัก มีไหลเข้าตลาดหุ้นบ้างแต่ไม่มากนัก ขณะที่การลงทุนโดยตรง (เอฟดีไอ) มีไม่มากนัก ซึ่ง ธปท.ได้ติดตามดูสถานการณ์เหล่านี้อย่างใกล้ชิด โดยดูทั้งแหล่งที่มาของเงินทุนไหลเข้า รวมไปถึงตลาดการลงทุนที่เงินทุนเหล่านี้ไหลเข้าไปลงทุน
"ธปท.เตรียมความพร้อมในการรับมือค่าเงินบาทแข็งขึ้นอยู่ตลอด เพียงแต่ที่ผ่านมายังไม่พบความผิดปกติ ซึ่งความผิดปกติจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ เงินบาทไทยแข็งค่ากว่าที่ ธปท. คาดการณ์เอาไว้ และเป็นลักษณะการแข็งค่าที่รวดเร็วเมื่อเทียบกับค่าเงินสกุลอื่น" นางผ่องเพ็ญกล่าวและว่า ในส่วนของผู้ประกอบการคงต้องยอมรับกับความผันผวนของค่าเงินบาทที่เพิ่มขึ้น แต่จากการตรวจสอบของ ธปท. พบว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีความพร้อมมากขึ้น



