ข่าว

'กษิต'ลั่นรบ.'อภิสิทธิ์'ไม่เห็นด้วยอินโดเป็นกลาง

'กษิต'ลั่นรบ.'อภิสิทธิ์'ไม่เห็นด้วยอินโดเป็นกลาง

25 ก.ค. 2554

"กษิต" ลั่น รบ.อภิสิทธิ์ ไม่เห็นด้วย ให้อินโดนีเซีย นั่งเป็นคนกลางหารือเรื่องถอนทหาร ระบุ ไม่คิดว่าจะร่วมด้วย

          25ก.ค.54 นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงหลังใช้เวลาประมาณ  2 ชม. ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทย อาทิ กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย สภาความมั่นคงแห่งชาติ กรมแผนที่ทหาร สำนักงานอัยการสูงสุด ฯลฯ เกี่ยวกับคำสั่งศาลโลกเรื่องมาตรการชั่วคราวว่า ขณะนี้ได้ข้อยุติจากฝ่ายข้าราชการประจำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะนำเสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาเพื่อส่งมอบให้รัฐบาลชุดต่อไปผ่านคณะรัฐมนตรี

          นอกจากนี้จะมีหนังสือตอบข้อเสนอของฝ่ายกัมพูชาที่ให้มีการหารือสามฝ่าย รวมทั้งพูดคุยเบื้องต้นกับอินโดนีเซีย ว่าด้วยการปรับข้อกำหนดหน้าที่ของคณะผู้สังเกตุการณ์ฝ่ายอินโดนีเซีย

          เมื่อถามว่าได้มีการพูดคุยเรื่องปรับกำลังทหารด้วยหรือไม่ นายกษิต กล่าวว่า กองทัพได้พิจารณาและมีท่าทีภายในแล้ว แต่ก็ต้องไปพูดคุยกับฝ่ายกัมพูชาต่างก็มีกำลังในพื้นที่ ที่จะต้องปรับกำลังตามคำสั่งศาล ดังนั้นจะปรับกันอย่างไร เมื่อไหร่ต้องมีตาราง และต้องไปคุยกันในรายละเอียด

          นอกจากนี้ในส่วนการเข้าไปในพื้นที่ของฝ่ายพลเรือน ซึ่งอาจรวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นเรื่องที่กองทัพต้องไปปรึกษาหารือกับกระทรวงมหาดไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  แต่ทั้งหมดนี้ต้องรอคำสั่งของรัฐบาลใหม่ ซึ่งจะแจ้งฝ่ายกัมพูชาไปว่าน่าจะปฏิบัติหน้าที่ได้ไม่เกินสัปดาห์ที่สองของเดือนสิงหาคม

          ผู้สื่อข่าวถามว่าต้องมีการตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ขึ้นด้วยหรือไม่ นายกษิต กล่าวว่า ได้ทบทวนว่าใช้คณะกรรมการชายแดนทั่วไป(จีบีซี)ไทย-กัมพูชาได้หรือไม่ อะไรที่เป็นเรื่องนอกกรอบจีบีซีก็ต้องให้รัฐบาลใหม่ขอมติคณะรัฐมนตรีเพิ่มเติมจากข้อกำหนดเดิม แต่จีบีซีก็เคยคุยกันเรื่องปรับกำลังซึ่งเป็นหัวใจของเรื่องอยู่แล้ว ส่วนการเข้าไปของพลเรือนและการอำนวยความสะดวกให้บุคลากรพลเรือนกัมพูชาในปราสาทอาจเกินขอบเขตหน้าที่ของจีบีซี แต่จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาใหม่หรือไม่ก็ขึ้นกับฝ่ายกัมพูชาด้วย

          "ขณะนี้ฝ่ายกัมพูชาตั้งเงื่อนไขว่าต้องมีอินโดนีเซียอยู่ในห้องประชุมด้วย ซึ่งรัฐบาลชุดนี้ไม่เห็นด้วย ก็ต้องขึ้นกับรัฐบาลชุดใหม่จะว่าอย่างไร เพราะเรายืนยันตลอดว่าเรื่องเขตแดน และการปรับกำลังเป็นเรื่องสองฝ่าย จะให้อินโดนีเซียมานั่งด้วยก็กระไรอยู่ บทบาทของอินโดนีเซียคือเรื่องคณะผู้สังเกตการณ์และอำนวยความสะดวกให้สองฝ่ายได้หารือกัน ไม่ว่าคำสั่งศาลโลกหรือคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติก็พูดเรื่องกลไกทวิภาคี ไม่ได้บอกเลยว่าต้องมีอินโดนีเซียนั่งอยู่ด้วย และไม่คิดว่าอินโดนีเซียเขาอยากจะมาอยู่ในห้องประชุมด้วย" นายกษิตกล่าว

          นายกษิต ยังกล่าวถึงการยื่นข้อสังเกตของฝ่ายไทยต่อศาลโลกว่า ศาลโลกระบุให้ไทยยื่นข้อสังเกตในประเด็นหลักคือการคดีการตีความคำพิพากษาในวันที่ 21 พฤศจิกายน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาคณะทำงานของไทยได้หารือกับที่ปรึกษากฎหมายทั้ง 3 ท่านที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และได้ตกลงกันว่าจะทำร่างข้อสังเกตเบื้องต้นภายในเดือนกันยายนนี้