'ประยุทธ์'ผวาฮ.ร่วงซ้ำเปลี่ยนนั่งรถแทน
"ประยุทธ์"ผวาฮ.ร่วงซ้ำ เปลี่ยนแผนนั่งรถแทน "แบล็คฮอว์ค" ร่วมงานศพเหยนื่อ ฮ.ตก ด้าน "ผบ.ศูนย์การบิน"แจงสื่อเหตุ ฮ.โหม่งโลกซ้ำซาก ไม่เชื่ออาถรรพ์ป่าแก่งกระจาน เตรียมทำบุญใหญ่เหตุนักบินเสียขวัญ
ที่กองบัญชาการกองทัพบก เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 25 ก.ค. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. มีกำหนดการเดินทางไปร่วมงานรดน้ำศพพล.ต.ตะวัน เรืองศรี ผบ.พล.ร. 9 ที่วัดทุ่งลาดหญ้า จ.กาญจนบุรี ด้วยการเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์แบบแบล็คฮอว์ค แต่ต้องสั่งงดเดินทางด้วยเครื่องบินดังกล่าว และเดินทางไปทางรถยนต์แทน เนื่องจากสภาพอากาศปิดไม่สามารถทำการบินได้
ด้านพล.ต.พิทยา กระจ่างวงษ์ ผู้บัญชาการศูนย์การบินทหารบก (ศบบ.) แถลงถึงขั้นตอนการใช้อากาศยานและสาเหตุการตกของเฮลิคอปเตอร์ 3 ลำของกองทัพบกว่า อุบัติเหตุในครั้งนี้เป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของกองทัพบก และศูนย์การบินทหารบกจำนวน 17 คนที่เสียชีวิต ซึ่งองค์ประกอบของอุบัติเหตุคือ คน วัสดุอุปกรณ์ และสภาพแวดล้อม ซึ่งนักบินของทบ.เป็นไปตามมาตรฐานสากล มีโรงเรียนการบินทหารบกที่ก่อตั้งมาปี 2510 ผลิตนักบินมากกว่า 2 พันนาย 55 รุ่น ตนเชื่อว่านักบิน 70 เปอร์เซ็นต์ที่ปฏิบัติงานทั่วประเทศจบจาก ร.ร.การบินทั้งสิ้น
นักบินบางส่วนไปศึกษาหลังจากรับเครื่องบินแบบใหม่ที่กองทัพบกจัดซื้อ ในส่วนที่ซื้อตรงกับทางบริษัทฯจะส่งนักบินและช่างไปเรียนกับบริษัทนั้น สำหรับหลักสูตรการบินเป็นไปตามาตรฐานกองทัพบกสหรัฐ ซึ่งใน 1 ปีจะมีการบินอากาศยานจริง 200 ชม.และบินอากาศยานจำลอง (ไฟต์ซิมมูลเลเตอร์) 20 ชม.ซึ่งมีความทันสมัยที่สุดในประเทศ เป็นระบบที่สามารถเคลื่อนไหวได้และจำลองการบินได้ทุกรูปแบบไม่ว่าสภาพอากาศแบบไหน ภูมิประเทศแบบไหน ส่วนช่างซ่อมอากาศยานก็เป็นมาตรฐานสากลทางทหาร ซึ่งนักบินทั้ง 6 นายที่เสียชีวิตถือว่าเป็นนักบินที่มีความรู้ความสามรถทุกคน นักบินที่ 1 ต้องมีช.ม.การบินเฉลี่ย 1,500- 3,000 ชม. และคนที่มีชม.การบินสูงสุดคือ พ.ต.ประพันธ์ มี 2,900 ชม. ในส่วนของนักบินที่ 2 จะมีชม.การบินเฉลี่ย 600-1,500 ชม. นอกจากนี้เรายังมีการพัฒนาบุคลากร ฝึกบินทบทวนตามวงรอบการฝึกประจำปีของแต่ละหน่วย โดยบินจากอากาศยานจริงและจำลอง นอกจากนี้ยังมีการตรวจสอบมาตรฐานการบิน 2 ปีต่อครั้งตามวงรอบ 6 เดือนจะมีการตรวจสอบโดยคณะกรรมการของกองทัพบก สอบทั้งภาควิชาการและภาคการบิน ทั้งนี้ต้องผ่าน 80 เปอร์เซ็นต์
พล.ต.พิทยา กล่าวว่า วัสดุอุปกรณ์คือ ลำตัวเฮลิคอปเตอร์ ฮท.1 (ฮิวอี้) ที่ประสบอุบัติเหตุเป็นเครื่องบินมือสองผ่านการซ่อมจากโรงงานมาแล้วเปรียบเสมือนใหม่เข้าประจำการปี 2547 โดยซื้อจากกองทัพสหรัฐฯที่เริ่มทยอยปลดประจำการตามโครงการช่วยเหลือของประเทศต่างๆ ส่วนฮ.แบล็คฮอว์ค เป็นเครื่องใหม่เมื่อปี 2545 และ ฮ.เบลล์ 212 เป็นเครื่องมือหนึ่งเข้าประจำการปี 2535 ซึ่งระบบการซ่อมบำรุงอากาศยานต้องทำอย่างปลอดภัยที่สุด ซ่อมตามระยะเวลาโดยเฉพาะชิ้นส่วนหลักๆที่สำคัญต้องเปลี่ยนตามระยะเวลา ขอยืนยันว่า ระบบการซ่อมเป็นไปตามมาตรฐานของกองทัพบกสหรัฐฯ ระบบการซ่อมบำรุงของทบ.มี 3 ขั้น คือ ระดับหน่วยที่ใช้อากาศยาน เป็นการซ่อมตามระยะเวลาและไม่ตามระยะเวลา โดยมีการเก็บประวัติของชิ้นส่วนของอะไหล่เมื่อหมดสภาพก็จะเปลี่ยนอะไหล่ ส่วนการซ่อมขั้นสนามถือเป็นความรับผิดชอบของหน่วยที่ใช้อากาศยาน คือ กองพันขนส่งซ่อมบำรุง กองบินทหารบก กรมการขนส่งทหารบก ขั้นนี้มีความยุ่งยากต้องใช้เครื่องมือและบุคคลากรพิเศษ นอกจากนี้ยังมีการซ่อมแบบขั้นคลัง หรือขั้นโรงงานปัจจุบันยกเลิกไปแล้ว แต่ใช้การจ้างตรงกับบริษัทฯ ส่วนใหญ่เป็นบริษัทผู้ผลิต
พล.ต.พิทยา กล่าวต่อว่า สำหรับการปฏิบัติการบินแต่ละครั้งก่อนบิน ช่างของหน่วยจะตรวจทุกวันและบันทึกไว้เป็นหลักฐาน หลังจากนั้นนักบินจะมาตรวจสอบอีกครั้งก่อนทำการบิน ซึ่งเมื่อทำการบินแล้วก็จะกลับมาตรวจหลังการบินอีกครั้งโดยช่างประจำอากาศยาน นอกจากนี้ยังมีการตรวจพิเศษ จะเกิดขึ้นหลังการตรวจพบว่ามีชิ้นส่วนที่จะก่อให้เกิดอันตราย และจะแจ้งไปยังหน่วยต่างๆที่มีเครื่องบินชนิดเดียวกันให้ทำการตรวจพิเศษกับชิ้นส่วนนั้นๆ สำหรับเจ้าหน้าที่ซ่อมบำรุงก็เป็นไปตามมาตรฐาน โดยพื้นฐานจบหลักสูตรช่างซ่อมอากาศยานของร.ร.การบินทหารบก ทั้งนี้ยังมีระบบการตรวจสอบการบริหารทรัพยากรการบินประจำปี ปีละครั้งซึ่งประกอบด้วยคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด อุปกรณ์ สถานที่ นักบิน ช่าง ภาคพื้น สนามการบิน หอบังคับการบิน พร้อมที่จะใช้งานหรือไม่
พล.ต.พิทยา กล่าวว่า เรื่องสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวกับอุบัติเหตุ 2 รายแรกคือ ฮท. 1 และแบล็คฮอว์ค ซึ่งหมายถึงสภาพอากาศ สภาพภูมิประเทศ ในวันเกิดเหตุ 2 รายแรกสภาพอากาศไม่เอื้อต่อการบิน ไม่ว่าจะเป็นเมฆ หมอก ฝน ลม สภาพภูมิประเทศเป็นป่าเขา มีผลทำให้สภาพอากาศยิ่งยากลำบาก มีลมแปรปรวน มีลมตีขึ้น ตีลม ลมเฉือน ลมกรรโชก สำหรับสาเหตุของการอุบัติเหตุทั้ง 3 ครั้ง ซึ่งมีภารกิจต่างกัน ของ ฮท.1(ฮิวอี้) เป็นภารกิจสนับสนุนของกองพลทหารราบที่ 9 ร่วมกับกระทรวงทรัพยากรป่าไม้ ในการดูแลรักษาป่า ขณะที่เกิดเหตุนักบินพยายามนำ ฮ.ร่อนลงที่ฐานจอด ฮ.ชั่วคราว แต่เนื่องจากอากาศมีลักษณะปิดๆ เปิดๆ มีเมฆไหลมาและก็ผ่านไป จึงมีกลุ่มเมฆเคลื่อนตัวมาปกคลุมบริเวณที่วางตัว ฮ.ทำให้นักบินไม่เห็นพื้นที่ลงจอด และยกเครื่องขึ้นใหม่โดยไม่เห็นข้างหน้าจึงเกิดอุบัติเหตุชนภูเขาอย่างแรง สำหรับสาเหตุที่แท้จริงต้องรอผลจากคณะกรรมการสอบสวนอีกครั้ง
พล.ต.พิทยา กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีแบล็คฮอว์ค เป็นภารกิจสนับสนุนผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 ในการที่จะอำนวยการปฎิบัติภารกิจรับศพผู้เสียชีวิต ในขณะที่นำ ฮ.บินตรวจภูมิประเทศ สภาพอากาศไม่เอื้อต่อการบิน ทำให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว ส่วนสาเหตุก็ต้องรอผลสรุปจากคณะกรรมการ ในส่วนของอุบัติเหตุครั้งที่ 3คือ เบลล์ 212 เป็นภารกิจโดยบินจากกรมทหารราบที่11 รักษาพระองค์ เพื่อไปรับภารกิจรับศพจากแก่งกระจานไป จ.กาญจนบุรี ซึ่งตนได้ลงไปในพื้นที่เกิดเหตุก็เห็นลูกน้องของตัวเองถูกไฟไหม้ ก็รู้สึกสลดหดหู่ เสียใจ โดยสาเหตุที่เกิดคาดว่าขณะที่บินมีเครื่องลักษณะอาการไม่ตอบรับ ในการที่จะบังคับหาง โดยเครื่องไม่ได้ดับแต่อย่างใด ซึ่งประเด็นสำคัญคือระบบ tail Rotor ทำงานบกพร่อง จึงเกิดอุบัติเหตุ อย่างไรก็ตามต้องรอคณะกรรมสอบสวน ตรวจหาสาเหตุอีกครั้ง
พล.ต.พิทยา กล่าวต่อว่า อุบัติเหตุทั้ง 3 ครั้ง ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น และนักบินหรือคนที่ประสพเหตุเองก็ไม่คาดคิดว่าจะเกิดอุบัติเหตุ และก่อนทำการบินเรามีขั้นตอนการตรวจอากาศยานที่ชัดเจนอยู่แล้ว และเขาก็คงไม่ตรวจพบสิ่งผิดปกติ เหมือนกับการขับรถ ถ้ารู้ว่ามีอะไรผิดปกติก็คงไม่ขับ โดยเฉพาะเครื่องบินเพราะเป็นอันตรายที่รุนแรงและถึงแก่ชีวิต คงไม่มีใครกล้าที่จะนำเครื่องขึ้นหากพบว่าไม่สมบูรณ์ไปทำการบิน ในส่วนของผู้บังคับบัญชาไม่ว่าจะเป็น ผบ.ทบ. และตนเอง รู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนก็ยังมั่นใจว่าผู้ใต้บังคับบัญชาในส่วนของ นักบิน และช่าง อาจจะขวัญตกลงบ้างแต่เชื่อมั่นว่าทุกคนพร้อมที่จะปฏิบัติภารกิจต่อไป
เมื่อถามว่า ฮ.แบล็คฮอว์ค ตกด้วยสาเหตุใด พล.ต.พิทยา กล่าวว่า เกิดจากนักบินหลงสภาพ เพราะสภาพการมองเห็นด้วยสายตา 80 เปอร์เซ็นต์ และอีก 20 เปอร์เซ็นต์เกิดจากระบบสภาพเครื่อง ถ้าไม่มีสิ่งเปรียบเทียบกับพื้นที่ โอกาสที่จะหลงสภาพเป็นไปได้สูง ซึ่งจากการดูสภาพของเครื่องไม่น่าจะเกิดจากการชนภูเขา เมื่อถามว่า ระบบ tail Rotor ของ ฮ.เบลล์ 212 มีปัญหา พล.ต.พิทยา กล่าวว่า ต้องหาสาเหตุขั้นต้นก่อนว่าเกิดจากอะไร ถ้าเกิดจาก tail Rotor แน่วิธีที่ถูกคือต้องนำเครื่องไปลงที่สนามบิน แต่ในขณะนั้นเหตุการณ์เป็นเสี้ยววินาที เขาคงคิดว่าไม่เป็นอะไรจึงหาที่ลงในพื้นที่ปลอดภัยใกล้ๆ รวมทั้งเป็นเหตุการณ์กะทันหันและเครื่องลดระดับลงมา
เมื่อถามว่าต้องใช้เวลาในการสอบสวนหาสาเหตุนานเท่าไหร่ รวมถึงเครื่องที่พักการบินจะนำมาปฏิบัติการได้เมื่อไหร่ พล.ต.พิทยา กล่าวว่า ตามหลักการประมาณ 1 เดือนถ้าสามารถทำได้ ถ้าทำไม่ได้ก็จะยืดเวลาออกไปอีก โดยคณะกรรมการจะขออนุมัติยืดเวลา แต่ในตามระเบียบต้องภายใน 30 วัน ส่วนการพักการบินอากาศยานในครั้งนี้ก็เป็นไปตามระเบียบ หลังจากเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งคาดว่าน่าจะเกิดจากวัสดุก็จะงดใช้งานเฉพาะแบบนั้นๆ สมมุติกรณีที่เกี่ยวกับ tail Rotor จริงก็จะแจ้งไป ยังหน่วยบินที่มีเครื่องชนิดนี้ใช้ และทำการตรวจอย่างละเอียด ถ้าไม่พบสิ่งปกติก็สามารถปฏิบัติต่อไปได้ ซึ่ง ฮท.1 (ฮิวอี้) และ ฮ.แบล็คฮอว์ค เกิดจากสภาพอากาศแปรปรวน ซึ่ง ฮ.เบลล์ สรุปขั้นต้นว่าเกิดจากระบบ tail Rotor จึงต้องงดทำการบิน แต่คงไม่นานเพราะได้แจ้งกับเจ้ากรมขนส่งทหารบก เพื่อแจ้งไปยังหน่วยต่างๆให้ตรวจสอบ tail Rotor ทั้งระบบถ้าไม่พบสิ่งปกติก็สามารถบินได้เลยคิดว่า 1 - 2 วันก็น่าจะทำการบินได้ อย่างไรก็ตาม ฮ.เบลล์ 212 ลำที่ประสบอุบัติเหตุจบภารกิจในการรับศพ ผบ.พล.ร. 9 และช่างภาพ ก่อนที่จะบินกลับมาพักที่ กรมทหารราบที่ 11 รอ. พร้อมเปลี่ยนผลัดนักบินและพักค้างคืน ก่อนที่จะไปปฏิบัติภารกิจที่แก่งกระจานในวันรุ่งขึ้น
เมื่อถามว่า คณะกรรมการตรวจสอบอุบัติเหตุต้องแยกออกเป็น 3 ชุดหรือไม่ พล.ต.พิทยา กล่าวว่า คณะกรรมการตรวจสอบมีวงรอบแต่งตั้ง 6 เดือนครั้งและมีกรรมการ 2 ชุดคือ ชุดสอบสวนอุบัติเหตุทางธุรการและทางเทคนิค อย่างไรก็ตาม tail Rotor ของเครื่องที่ประสบอุบัติเหตุทั้งหมดยังอยู่ครบ ไม่ถูกไฟไหม้สามารถตรวจสอบได้ว่าเกิดจากอะไร เมื่อถามว่า ภารกิจต่างๆยังคงปฏิบัติต่อไปหรือไม่ในสภาพอากาศแปรปรวน พล.ต.พิทยา กล่าวว่า ถ้าในนามของหน่วยการบินได้เสนอแนะไปยังแม่ทัพภาคที่ 1 ว่าในการเปิดยุทธการอะไรน่าจะต้องคำนึงถึงสภาพอากาศด้วย เพราะไม่ได้มีผลต่อ ศูนย์การบินเท่านั้น แต่หน่วยภาคพื้นก็ปฏิบัติงานยากลำบาก
เมื่อถามว่าอากาศยานทั้งหมดสามารถรองรับให้ผู้บังคับบัญชาได้หรือไม่ พล.ต.พิทยา กล่าวว่า ในเรื่องความมั่นใจขึ้นอยู่กับว่า ถ้าเรารักษามาตรฐานความปลอดภัยไว้ได้ ความมั่นใจก็ต้องใช้เวลา แต่เชื่อว่าความรู้สึกของผู้โดยสารทุกคนไม่ค่อยสบายใจในการใช้งาน แต่ตนเชื่อว่า ถ้ารักษามาตรฐานเรื่องความปลอดภัยได้เรื่อยๆ ความเชื่อมั่นก็จะกลับคืนมา ในช่วง 2 - 3 ปีที่ผ่านมาของกองทัพบกแทบไม่มีอุบัติเหตุใหญ่ ในขณะที่หน่วยงานอื่นมี แต่พอมีก็มี 3 เหตุการณ์ติดต่อกันทำให้คนขาดความเชื่อมั่นไปมาก
เมื่อถามว่า อุบัติเหตุทั้ง 3 ครั้งส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานหรือไม่ พล.ต.พิทยา กล่าวว่า ก็มีบ้างแต่ไม่มาก เพราะอากาศยาน กับจำนวนนักบินยังเหลืออยู่มาก แต่อาจทำให้อากาศยานที่ใช้ได้ลดลงไป ส่วนฮ.เบลล์ ที่ยังเหลือหมุนเวียนใช้อยู่ในกองทัพบกเหลือเพียง 20 ลำ เมื่อถามว่า การที่ผบ.ทบ.งดการใช้เฮลิคอปเตอร์ไปร่วมงานรดน้ำศพที่ จ.กาญจนบุรี เป็นใช้รถยนต์แทนนั้น พล.ต.พิทยา กล่าวว่า เป็นเพราะสภาพอากาศไม่ดี มีฝนตกตลอดเส้นทาง ถือว่าเป็นการรักษาความปลอดภัยไว้ก่อน
เมื่อถามว่าภารกิจของนักบิน มีผลต่อการตัดสินใจในการบินหรือไม่ พล.ต.พิทยา กล่าวว่า ก็อาจจะมีผลบ้าง แต่ไม่ใช่เหตุผลหลักแต่ทหารบางครั้งความมุ่งมั่นในการปฏิบัติภารกิจก็มี และถ้ายิ่งเห็นผู้บังคับบัญชามุ่งมั่น เราก็เต็มที่ อย่างไรก็ตามหลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่คิดว่าเป็นอาถรรพ์แต่อย่างใด แต่ก็จะมีการจัดทำบุญใหญ่เพื่อความสบายใจเพราะกำลังพลบางคนก็มีความเชื่อ



