ข่าว

"ให้" เพื่อเริ่มก้าวใหม่

"ให้" เพื่อเริ่มก้าวใหม่

26 ก.ค. 2554

สถิติของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ปัจจุบันพบว่ามีอนาคตของชาติทำความผิดเฉลี่ยถึง 9,000 คนต่อวัน อีกทั้งถูกดำเนินคดีโดยสถานพินิจฯ ราว 40,000 คดีต่อปี ปฏิเสธไม่ได้ว่าสภาพสังคมที่เสื่อมโทรมทุกวันนี้

          ส่งผลให้วัยรุ่นมีปัญหาทางพฤติกรรมเพิ่มมากขึ้น โครงการทูตความดีแห่งประเทศไทย เล็งเห็นความสำคัญจึงจัดโครงการ "ทูตความดี รักนี้ให้น้อง" เพื่อส่งเสริม "การให้" โดยการ "ให้ความรัก" ,"ให้อภัย" และ "ให้โอกาส" ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ เพื่อให้กำลังใจในการเปลี่ยนแปลงเด็กๆ ในสถานพินิจฯ ให้เป็นคนดีกลับคืนสู่สังคม จัดแถลงข่าวเปิดตัวโครงการพร้อมเปิดเวทีเสวนาหาทางออก ที่หอประชุมพุทธคยา สำนักพิมพ์ดีเอ็มจี วันก่อน
 
          จุดประเด็นเสวนา โดย ภูมิพงษ์ ขุนฉนมฉ่ำ ผอ.สำนักงานพัฒนาระบบงานยุติธรรมเด็กและเยาวชน ให้ข้อมูลที่น่าตกใจว่า เด็กกระทำผิดมีอายุน้อยลงเรื่อยๆ เพียง 14 ปี จากเมื่อก่อนเฉลี่ยอยู่ที่ 16 ปี ซึ่งจากการทำงานทำให้ทราบว่าเด็กที่ถูกจับกุมใหม่ๆ ยังไม่มีความคิดเรื่องเหตุและผล แต่หลังจากการเข้าร่วมกิจกรรมกับสถานพินิจฯ สังเกตได้ว่าพวกเขามีเป้าหมายชีวิต มีการจัดระบบความคิด ไตร่ตรองมากขึ้น
 
          "แต่ถ้าเจอผู้ใหญ่ตอกย้ำตลอดว่าเป็นคนชั่ว ไม่ดี เรื่อยๆ ความคิดนี้ก็จะฝังไปในตัวเด็ก จะทำอย่างไรให้เป็นสคริปชีวิตใหม่สำหรับเขา ตอนนี้เรามีกระบวนการนำเด็กออกจากระบบการลงโทษ คือ "กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์" คือนำเด็กทำผิดไปพบผู้เสียหายเพื่อพูดคุยไกล่เกลี่ย แล้วมีการกำหนดเงื่อนไข โดยให้ศาลสั่งไม่ฟ้องเด็กจะได้ไม่เสียประวัติ ปรากฏว่าเมื่อผ่านกระบวนการนี้แล้วพบเด็กทำผิดซ้ำเพียง 2 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ท้ายที่สุดพวกเขาก็จะกลายเป็นคนที่มีคุณค่าของสังคม" ภูมิพงษ์ ชี้ชวน
 
          ด้าน ประทีป โกมลบุตร ผอ.ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านมุทิตา กล่าวว่า การดำเนินกิจกรรมของบ้านได้จัดให้มีสภาเด็ก มีตัวแทนแต่ละหอนอนที่จะช่วยคิดช่วยทำกิจกรรมสร้างสรรค์ อย่างกิจกรรมทางศาสนา นอกจากนี้ยังนำเด็กไปเรียนรู้ประสบการณ์จริงนอกบ้าน อย่างการไปบ้านพักคนชรา หรือสถานเลี้ยงเด็กอ่อนเพื่อให้ปรับเปลี่ยนทัศนคติ สอดคล้องกับแนวคิดของ ไพวรรณ รัตนบวร แห่งบ้านมุทิตา และ พานิชย์ กาบแก้ว แห่งบ้านอุเบกขา ที่พยายามสอนเรื่องระเบียบและเพิ่มทักษะการใช้ชีวิต รวมถึงให้รู้จักปฏิเสธสิ่งไม่ดี แต่ทั้งนี้เมื่อออกจากบ้านแล้วสังคมต้องให้กำลังใจและโอกาสด้วย
 
          ขณะที่ ดนัย จันทร์เจ้าฉาย ประธานคณะทำงาน โครงการทูตความดีแห่งประเทศไทย ซึ่งลงไปทำกิจกรรมกับเด็กๆ ในทุกสถานพินิจฯ ตั้งแต่ปี 2551เสริมว่า หากเด็กได้รับโอกาสสักครั้งเมื่อทำผิดจะทำให้มีแรงก้าวข้ามวังวนแห่งความชั่วร้าย ตรงข้ามหากออกจากคุกเด็กแล้วมาเจอความเลวร้ายยิ่งกว่าเด็กจำนวนไม่น้อยยอมรับว่าอยากกลับเข้าไปอีก
 
          "เราให้พวกเขาลองวาดและเขียนเป้าหมายชีวิต สิ่งที่น่าตกใจคือบ้านของเด็กจำนวนมากไม่มีรูปพ่อแม่ เพราะเขาบอกว่าไม่เคยเห็นพ่อแม่ บางคนเขียนว่าขอให้พ่อแม่มาอยู่พร้อมหน้ากันได้ไหม ทำงานให้น้อยลง และเด็กหลายคนไม่เคยได้รับการสัมผัสอย่างการกอด เราจึงพยายามทำหน้าที่ทดแทนสิ่งที่ขาดหายไปนี้ " ทูตความดีรุ่นใหญ่ แจง
 
          การจัดกิจกรรมและนันทนาการของโครงการทูตความดีฯ ในสถานพินิจฯ จะจัดขึ้นตลอดเดือนกันยายนนี้ ได้แก่ บ้านเมตตา บ้านกรุณา บ้านมุทิตา บ้านอุเบกขา และบ้านปราณี พร้อมนำเยาวชนต้นแบบความดีที่ได้รับรางวัลจากโครงการประกวด "ดี แอมบาสซาเดอร์" รุ่นที่ 1 ไปสร้างสรรค์กิจกรรมที่ส่งเสริมให้เด็กๆ คิดดี พูดดี ทำดี อาทิ กิจกรรม “ดีท็อกซ์ใจ” นอกจากนี้ยังถือโอกาสมอบสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นแก่เด็กและเยาวชนสถานพินิจฯ ด้วย
 
          ทั้งนี้ ผู้ใหญ่ใจดีสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการฯ โดยการบริจาคสมทบทุน หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่โทร. 0-2685 -2254-5