
"น้องปลา-อองตวน"
ย้อนไปเมื่อปี 2549... "น้องปลา ธนาภรณ์ ชมะนันท์ วัยเบญจเพส ทำงานเป็นสาวธนาคารแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ
ในปีเดียวกัน “อองตวน เดอรอช” นักธุรกิจหนุ่มน้อยชาวฝรั่งเศส รุ่นเดียวกับเธอ บินข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากเมืองปารีส เพื่อมาเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง ซึ่งเป็นบริษัทไอทีทำเกี่ยวกับโมบายแอพพลิเคชั่น และต้องใช้บริการจากธนาคารที่เธอทำงานอยู่เป็นประจำ และเหมือนจะเป็นบุพเพสันนิวาส เพราะ น้องปลา ได้รับหน้าที่ต้องดูแลเรื่องธุรกรรมการเงินให้บริษัทของ “อองตวน” ทั้งหมด
ช่วงเดือนแรกทั้งสองจะติดต่อพูดคุยกันเฉพาะเรื่องงานเป็นหลัก เมื่อเวลาผ่านไปไม่นานทั้งสองก็เริ่มรู้จักกันมากขึ้น กระทั่ง “อองตวน” เอ่ยปากชวน “น้องปลา” ไปกินข้าวด้วยกันเป็นครั้งแรก จากความสนิทสนมและรู้จักกันมาระดับหนึ่ง เธอจึงตัดสินรับคำเชิญ และนั่นเองเป็นสะพานทอดให้ทั้งสองได้เริ่มรู้จักกันมากขึ้นกว่าความเป็นลูกค้าและพนักงานธนาคาร
“ตอนนั้นรู้สึกกลัวเหมือนกัน เพราะไม่เคยมีแฟนต่างชาติ และไม่เคยมีแฟนแบบใช้ชีวิตอยู่เป็นคู่มาก่อน ไม่รู้เขาจะเป็นอย่างไร เกิดป่าเถื่อนมาลวนลามเราคงจะแย่แน่ แต่โชคดีไปที่เขาเป็นคนดี สุภาพและให้เกียรติปลาเป็นอย่างดี” น้องปลา เล่าถึงความรู้สึกแรกหลังตัดสินใจจะคบกับหนุ่มต่างชาติคนนี้
เมื่อถามว่าตัดสินใจนานไหมกว่าจะบอกตัวเองว่าคนนี้แหละใช่
“น้องปลา” บอกว่า โดยส่วนตัวเป็นคนชอบหนุ่มต่างชาติเป็นทุน เพราะรู้สึกว่าเขาจะเห็นเราสวยในแบบที่เราเป็น “ปลาเป็นคนผิวคล้ำ หนุ่มไทยชอบแบบขาวๆ หมวยๆ ตัวเล็ก ซึ่งปลาตรงกันข้ามทุกอย่างเลย” เธอเล่าขำๆ
อีกอย่างที่ปลาชอบคนต่างชาติ เพราะรูปร่างใหญ่ จะได้คุ้มครองสาวบึกบึนอย่างเราได้ แต่ที่สำคัญที่เราชอบคนต่างชาติตรงที่แนวความคิดเขาที่มีการศึกษาจะรู้จักใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่า รักครอบครัวและให้เกียรติผู้อื่น มีความเป็นผู้นำและรู้จักรับฟังผู้อื่น แต่ปัญหาใหญ่ที่แอบหนักใจก็คือเรื่องสังคมและครอบครัว เพราะคนส่วนใหญ่เวลาเห็นผู้หญิงไทยกับชายต่างชาติไปไหนกัน เขาจะคิดอย่างไร มองว่าเป็นผู้หญิงไม่ดีไหม แล้วครอบครัวของเราอีก ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะรับได้ไหมที่จะมีลูกเขยเป็นชาวต่างชาติ
หลังจากคบหาดูใจกันมาระยะหนึ่ง ด้วยความเสมอต้นเสมอปลายของ “อองตวน” คือมารับที่ทำงานตอนเย็นเพื่อไปกินข้าวด้วยกันทุกวัน ช่วงวันหยุดก็เริ่มใช้เวลาด้วยกันมากขึ้น โดยออกไปเที่ยวในกรุงเทพฯบ้าง ต่างจังหวัดบ้าง โดยทั้งคู่มีกติกาสัญญาระหว่างกันว่า จะไม่ชิงสุกก่อนห่าม เพราะวัฒนธรรมไทยมีกรอบประเพณีที่ต้องปฏิบัติ ซึ่งฝ่ายชายก็รักษาคำมั่นนี้เป็นอย่างดี ไม่เคยล่วงเกิน หลังคบกันมาปีกว่าจึงตัดสินใจพาแฟนหนุ่มไปรู้จักกับพ่อแม่ อธิบายให้พ่อแม่เข้าใจว่า ว่าที่ลูกเขยเป็นคนดี มีหน้าที่การงานดี เป็นคนรักษาคำพูดและไว้ใจได้ ซึ่งพ่อแม่ของปลาก็เข้าใจและสนับสนุนให้คบหากันต่อไป
น้องปลา ขยายความต่ออีกว่า เคยถามแฟนว่า รู้สึกอย่างไรกับผู้หญิงไทย เขาก็ตอบว่า สังคมหนุ่มต่างชาติบางคนมองผู้หญิงไทยว่า น่ากลัว คอยจะหลอกหาผลประโยชน์คนต่างชาติ ไม่จริงใจ เขาก็พยายามระวังคนพวกนี้ ส่วนที่มาชอบน้องปลา เพราะตอนที่พบกันครั้งแรกเห็นเป็นผู้หญิงห้าวๆ คุยแต่เรื่องงาน แถมไม่สนใจเขาด้วย ก็เลยอยากรู้ว่า ตัวตนจริงๆ เป็นคนอย่างไร เมื่อแน่ใจว่าไม่ได้คิดจะหลอกลวงเขา ประกอบกับเป็นผู้หญิงที่มีการศึกษา มีการงาน รู้จักวางตัว มีความคิดสมัยใหม่ที่สามารถเข้ากับเขาได้ จึงมั่นใจว่าเจอคนที่ใช่แล้ว จึงได้ชวนพ่อแม่บินมาเมืองไทยเพื่อรู้จักกับแฟนสาวชาวไทย
“ชอบตรงที่เขาเข้ามาเติมเต็มชีวิตให้ เขาพยายามสอนให้รู้จักใช้ชีวิตให้คุ้มค่าที่สุด อย่ากลัว ว่ายน้ำไม่เป็น ก็สอนจนดำน้ำได้ มีโอกาสเห็นความงามใต้ท้องทะเล ได้ค้นพบรสชาติชีวิตใหม่ๆ ทำให้มีความสุขในการใช้ชีวิต” น้องปลาเล่า
ปีที่แล้วทั้งคู่ตัดสินใจแต่งงานกัน ก่อนย้ายไปใช้ชีวิตคู่ที่ประเทศเวียดนามจนถึงปัจจุบัน เนื่องจาก “อองตวน”ต้องย้ายงานไปตามบริษัท ปีหนึ่งจะกลับเมืองไทย 2-3 ครั้ง ไปบ้านสามี 3 ครั้งต่อปี
นอกนั้นก็จะเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ กระทั่งตั้งครรภ์และคลอดลูกแฝดชาย-หญิงชื่อ “โจชัว-จัสมิน” ก็มีเพื่อนรักจากเมืองไทย “กิ๊ป-ฝน-เจน” ตามไปดูแลอย่างใกล้ชิด
"เมื่อก่อนไม่เคยทำกับข้าว เดี๋ยวนี้เรียนรู้ หัดทำจากอินเทอร์เน็ต ทำอาหารจานเด็ดอย่างเชี่ยวชาญ ไม่ว่าจะเป็นไก่ผัดเม็ดมะม่วง ฉู่ฉี่กุ้ง ต้มข่าไก่ กุ้งผัดซอสมะขาม แถมยังหัดทำอาหารนานาชาติเปลี่ยนรสชาติอาหารเอาใจสามีด้วย แต่เนื่องด้วยวัตถุดิบในการปรุงอาหารไม่ได้หาง่ายเหมือนอยู่เมืองไทย เลยจำกัดให้เราทำอาหารได้ไม่ทุกอย่าง คิดถึงอาหารไทยมาก ปลายเดือนตุลานี้วางแผนจะกลับไปเมืองไทยสักอาทิตย์ ไปเจอพ่อแม่ ญาติพี่น้อง เพื่อนๆ กินอาหารที่อยากกินมานาน แล้วจะซื้อสต็อกอาหารกลับมาตุนไว้เยอะๆ" น้องปลากล่าว
ชีวิตคู่ตอนนี้มีความสุขมากๆ การที่เราใช้ชีวิตกับใครสักคนตลอด 24 ชั่วโมง ต้องเป็นคนที่ใช่จริงๆ รักกันจริงๆ การใช้ชีวิตประจำวัน แนวความคิดต้องเข้ากันได้ ชอบและสนใจในสิ่งที่คล้ายกัน รู้จักเขารู้จักเรา รู้จักปรับผ่อนให้สมดุล ตอนนี้มีลูกแฝดชายหญิงที่เกิดมาเป็นโซ่คล้องใจให้รักแน่นหนาขึ้นด้วย
เป็นอีกครอบครัวหนึ่งที่เกิดขึ้นจากความรักระหว่างสาวไทยกับชายหนุ่มต่างชาติ คู่รักที่ศรรักกามเทพไม่ขีดเส้นพรมแดนว่า ชาติไหน ภาษาอะไร ขอเพียงความรัก ความเข้าใจ ชีวิตคู่ก็สามารถเดินทางร่วมกันไปอย่างมีความสุขจนถึงวันนี้
"เสาวลักษ์ คงภัคพูน - มนูญ มุ่งชู"



