ข่าว

ปปส.รวบต่างชาติลักลอบขน-ค้ายารวม4คดี

ปปส.รวบต่างชาติลักลอบขน-ค้ายารวม4คดี

25 ก.ค. 2554

ตำรวจ ปปส. รวบชาวต่างชาติ ลักลอบขนและค้ายาเสพติด รวม 4 คดี

          เวลา 11.00 น. วันที่ 25 ก.ค. พล.ต.ต.จิรโรจน์ กี่ศิริ รอง ผบช.ปส. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อาชวันต์ โชติกเสถียร ผบก.ปส.2 บช.ปส. พล.ต.ต.ชินภัทร สารสิน ผบก.ปส.3 บช.ปส. แถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาค้ายาเสพติดจำนวน 4 คดี

          คดีแรกจับกุม นายเรซ่า มีรซาอี (Mr. Reza Mirzaei) อายุ 24 ปี ชาวอิหร่าน พร้อมของกลางยาไอซ์ 900 กรัม ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทางและขวดกระป๋องสเปรย์เครื่องสำอางค์

          รายที่สอง นายคอดราท จาบบารี (Mr. Ghodrat Jabbari) อายุ 46 ปี ชาวอิหร่าน พร้อมของกลางยาไอซ์ 909 กรัม ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทางและขวดกระป๋องสเปรย์เครื่องสำอางค์เช่นเดียวกัน

          รายที่สาม นางโซลิม โฮลู (Mrs.Solim Holou) อายุ 29 ปี ชาวโตโก พร้อมของกลางยาไอซ์ 1,350 กรัม ซุกซ่อนอยู่ในถังใส่น้ำแข็ง 2 ใบ ทั้ง 3 คน ถูกจับกุมได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ

          และรายสุดท้าย นายคาลู หรือไมเคิล โอโมจิ หรืออันวา เอ็นวันกวุ (Mr.Kalu หรือ Michael Omoji หรือ Anya Nwankwo) อายุ 47 ปี ชาวไนจีเรีย พร้อมของกลาง เฮโรอีนซุกซ่อนอยู่ในแผงวงจรคอมพิวเตอร์ น้ำหนัก 170 กรัม โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง และกระป๋องสีสเปรย์จำนวนหนึ่ง ถูกจับกุมได้ที่ห้องพักย่านรามคำแหงซอย8 รวมมูลค่าของกลางทั้งหมดประมาณ 10 ล้านบาท

          พล.ต.ต.จิรโรจน์ กล่าวว่า สืบเนื่องจาก บก.ปส.3 ได้รับแจ้งจากสายลับว่า จะมีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดชาวอิหร่านลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาในประเทศไทยทางสนามบินสุวรรณภูมิ มาจากเมืองดามัสกัส ประเทศซีเรีย ทางสายการบิน QATAR AIRLINES เที่ยวบินที่ QR610 จึงเฝ้าสังเกตการณ์ กระทั่งพบนายเรซ่า กับนายคอดราท มาสายการบินเดียวกัน จึงขอตรวจค้นก็พบยาไอซ์ซุกซ่อนในกระป๋องสเปรย์เครื่องสำอางอยู่ในกระเป๋าเดินทางของทั้ง 2 คน

          จึงจับกุมตัวเอาไว้ ส่วนนางโซลิม เดินทางมาจากเมืองแอดดิสอบาบา ประเทศเอธิโอเปีย ด้วยสายการบินเอธิโอเปีย แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ ET606 มาที่สนามบินสุวรรณภูมิเช่นเดียวกัน จึงเฝ้าสังเกตุการณ์กระทั่งพบนางโซลิมก็ขอตรวจค้นจึงพบยาไอซ์ 2 ถุง ซุกซ่อนอยู่ในถังน้ำแข็ง เจ้าหน้าที่จึงจับกุมตัวเอาไว้ พร้อมกับแจ้งข้อหาทั้ง 3 คน มียาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายและนำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

          สำหรับนายคาลู บก.ปส.2 ได้รับแจ้งว่ามีพฤติกรรมค้ายาเสพติดอยู่ในประเทศไทย จึงติดตามกระทั่งสามารถจับกุมตัวได้ที่ อพาร์ตเมนต์ย่านรามคำแหง ได้พร้อมของกลางเฮโรอีนซุกซ่อนอยู่ในแผงวงจรคอมพิวเตอร์ จึงควบคุมตัวไว้ พร้อมแจ้งข้อหา แจ้งข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท1 (เฮโรอีน) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และเป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางและเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทย โดยการอนุญาตสิ้นสุด

          รอง ผบช.ปส. กล่าวต่อไปว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาชาวอิหร่านทั้งสองรายยังไม่ให้การว่าจะนำยาเสพติดไปส่งที่ไหนและได้ค่าจ้างเท่าไหร่ แต่เบื้องต้นมีเงินติดตัวมาคนละประมาณ 700 เหรียญดอลล่าห์สหรัฐเท่านั้น ส่วนนางโซลิม ให้การว่า ได้รับจ้างจากคนผิวดำที่ประเทศของตัวเองให้มาส่งที่ประเทศกัมพูชา สำหรับนายคาลู ให้การว่า เข้ามาอยู่ประเทศไทยตั้งแต่ปี 51 แล้ว

          โดยจะมีหน้าที่เป็นคนซุกซ่อนยาเสพติดในรูปแบบต่างๆ เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนจะทำการส่งยาเสพติดทางพัสดุไปยังประเทศต่างๆ ซึ่งล่าสุดกำลังจะส่งเฮโรอีนไปที่ประเทศออสเตรเลียโดยซุกซ่อนยาไว้ในแผงวงจรคอมพิวเตอร์แต่มาถูกจับกุมก่อน และทำมาแล้ว 3 ครั้ง

          จากการตรวจสอบบัญชีธนาคารของนายคาลู มีเงินหมุนเวียนครั้งละ 5 แสนบาท ซึ่งน่าจะเป็นเงินค่าจ้างที่นายจ้างชาวแอฟฟริกันโอนเงินมาให้ จึงนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. ขยายผลและดำเนินคดีต่อไป