
ฆ่าปาดคอพนง.ขายคาห้องพัก
คนร้ายกระหน่ำแทง-ปาดคอ หนุ่มพนักงานขายอุปกรณ์รถยนต์ ดับคาห้องพัก ตร.ล่าคนร้ายจากกล้องวงจรปิดที่จับภาพไว้ได้
เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 25 ก.ค.54 พ.ต.ท.ทิวา สายด้วง สารวัตรเวรสอบสวน สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตอยู่ภายในห้องพักตึก A5 ชั้น 5 ห้อง 5615 กอล์ฟแมนชั่น ริมถนนพหลโยธิน หมู่ 17 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุร่วมกับ พ.ต.อ.สุรศักดิ์ ขุนณรงค์ รอง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี รักษาราชการแทน ผกก.สภ.คลองหลวง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เขต 1แพทย์เวรโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติและเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุเป็นแมนชั่น 6 ชั้น ที่ชั้น 5 ภายในห้องพักดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบผู้เสียชีวิตอยู่ภายในห้อง ทราบชื่อคือนายโอภากร วิทยากรสิงห์ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40 หมู่ 6 ต.ศรีสุข อ.สำโรงทาส จ.สุรินทร์ ทำงานเป็นพนักงานบริษัท เซ็นทราไลน์ ขายชิ้นส่วนอุปกรณ์รถยนต์ สภาพนอนหงายเสียชีวิตจมกองเลือด อยู่บนที่นอน จากการชันสูตรเบื้องต้นพบว่ามีร่องรอยถูกแทงด้วยอาวุธมีดเข้าที่หน้าอก จำนวน 9 แผล และที่ลำคอมีรอยถูกของมีคมปาดจนเป็นแผลฉกรรจ์ 1 แผล จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบว่าประตูห้องพักถูกปิดไว้แต่ไม่ได้ล๊อคประตู ภายในห้องไม่มีร่องรอยรื้อค้น ส่วนทรัพย์สินหรือร่องรอยการต่อสู้แต่อย่างใด
สอบสวนนายนที สามนคร เพื่อนร่วมงาน ให้การว่า เมื่อคืนได้มานั่งดื่มเหล้าที่ห้องนายโอภากร ผู้ตาย จากนั้นตนเองจึงกลับบ้านเพราะต้องทำงานเข้ากะเช้า ส่วนผู้ตายก็เข้ากะเช้าเช่นกัน กระทั่งเมื่อตนเองมาทำงานในตอนเช้า แต่เห็นว่านายโอภากร ยังไม่มาเข้างาน จึงเดินทางมาเรียกที่ห้อง แต่เมื่อเข้ามาก็พบว่าเพื่อนนอนเสียชีวิตแล้ว จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว
ด้าน พ.ต.อ.สุรศักดิ์ ขุนณรงค์ รอง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี รักษาการแทน ผกก.สภ.คลองหลวง เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิด พบว่ามีผู้ต้องสงสัยเข้าไปภายห้องพักเมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. แล้วออกมาจากห้องเมื่อเวลาประมาณ 04.00 น. ด้วยท่าทางรีบร้อนพร้อมปิดประตูห้องไว้ คาดว่าผู้ก่อเหตุต้องรู้จักกับผู้เสียชีวิต และรู้พื้นที่ภายในแมนชั่นว่ามีกล้องวงจรปิดติดตั้งอยู่จุดไหน เพราะคนร้ายผู้ก่อเหตุใช้ผ้าคลุมตัวเข้าไปภายในห้องพัก หวังไม่ให้กล้องเห็นหน้าตา อย่างไรก็ตามจะได้เรียกเพื่อนร่วมงานและญาติๆ มาสอบสวนอย่างละเอียด เนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าหลังก่อเหตุคนร้ายได้นำทรัพย์สินของผู้ตายไปหรือไม่ และจะได้ติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป



