หนุ่มซื้อของเก่าเครียดผูกคอดับ-จนท.ม.ดังตายปริศนา
หนุ่มร้านรับซื้อของเก่าที่พิษณุโลก เครียดอยู่ห่างแฟนผูกคอดับ ส่วนอีกรายเป็น จนท.วิชาการสาว คณะแพทย์ ม.ดัง ดับปริศนาในบ้านพัก 2 วัน
เวลา 08.15 น.วันที่ 25 ก.ค.พ.ต.ท.สามารถ จูเทศ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งเหตุมีคนผูกคอเสียชีวิตภายในร้านรับซื้อของเก่าวงศ์พาณิชย์ สาขาสมอแข เลขที่ 373/3 หมู่ 7 ต.สมอแข อ.เมืองพิษณุโลก หลังรับแจ้งรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลพุทธชินราช เจ้าหน้าที่กู้ภัยสมาคมข่าวภาพ
ที่เกิดเหตุเป็นห้องแถวชั้นเดียว ซึ่งเป็นที่พักคนงาน พบชายไทยทราบชื่อต่อมาคือ นายคมสันต์ ประทาน อายุ 26 ปี ซึ่งเป็นหัวหน้าคนงานของร้านรับซื้อของเก่าสภาศพใช้เลือกไนลอนสีขาว ผูกคอคนเองกับขื่อห้องพัก ผู้ตายสวมกางเกงบล็อกเซอร์สีดำ 1 ตัว ไม่สวมเสื้อ จากการตรวจสอบในเบื้องต้นไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้าย เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง ใกล้กันพบขวดเหล้าสุราขาว ยี่ห้อ ไทไท ถูกเปิดและกินหมดแล้ว และแก้ว 1 ใบ นอกจากนี้บนเตียงนอนยังพบรูปหญิงสาว คาดว่าเป็นแฟนสาวของผู้ตาย จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนน.ส.วิริยา ยิ้มประดิษฐ์ อายุ 44 ปี มารดาของผู้เสียชีวิต ให้การว่า บุตรชายเคยแต่งงานมีครอบครัวและมีบุตรจำนวน 1 คน ก่อนที่บุตรชายจะเลิกรากับแฟนสาว ซึ่งหลังจากที่บุตรชายได้เลิกรากันแฟนคนแรก ได้ย้ายไปทำงานอยู่ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา และกลับมาทำงานที่ร้านรับซื้อของเก่าได้ประมาณ 1 เดือนเศษ ซึ่งตนเองก็ทำงานอยู่ที่เดียวกันกับลูกชาย ด้วยความที่ลูกชายของตนเองเป็นคนขยันทำงานเลยได้ความไว้วางใจให้ดูแลร้านรับซื้อของเก่าด้วย
เมื่อช่วงเย็นวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่เลิกงานประมาณ 17.00 น. ตนเองก็ได้กลับบ้านพักที่อ.พรหมพิราม ส่วนบุตรชายก็ได้ปิดร้านและเข้าไปในห้องนอนตามปกติ จนกระทั่งรุ่งเช้าตนเองมาพบว่าลูกชายตนเองผูกคอเสียชีวิตไปก่อนหน้านี้ โดยคาดว่าบุตรชายน่าจะเกิดความเครียดและคิดถึงแฟนสาวที่ทำงานอยู่ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา อาจมีการทะเลาะกันทางโทรศัพท์ทำให้คิดสั้นผูกคอเสียชีวิตในที่สุด
ในเบื้องต้นได้ส่งศพไปทำการชันสูตรเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้งที่โรงพยาบาลพุทธชินราช ก่อนจะมอบให้ญาติรับศพไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป
จนท.วิชาการสาวคณะแพทย์ม.ดังดับปริศนา
วันเดียวกัน พ.ต.ต.เอกชัย พรหมทอง สารวัตรเวรสภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งเหตุบุคคลเสียชีวิตในบ้านพักเลขที่ 462/24 หมู่บ้านฉัตรแก้ว หมู่ 8 ต.สมอแข อ.เมือง จ.พิษณุโลก ตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมแพทย์เวรและเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถานพิษณุโลก
ที่เกิดเหตุพบว่าบ้านหลังดังกล่าว เป็นบ้านเดี่ยวสองชั้น ภายในหมู่บ้านฉัตรแก้ว ผู้เสียชีวิตชื่อน.ส.สุมารีย์ มั่นดี อายุ 35 ปี ภูมิลำเนาเลขที่ 59/1 หมู่ 3 ต.วัดโบสถ์ อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่วิชาการ คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
ทั้งนี้สภาพผู้เสียชีวิต นอนหงายอยู่บนเตียงนอนบนห้องพักชั้นสองของบ้านดังกล่าว สวมเสื้อยืดสีเหลือง กางเกงสามส่วน สภาพศพเริ่มขึ้นอืด ภายในบ้านมีกลิ่นเหม็นมาก มีเลือดไหลออกจากปากและจมูก คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 2 วัน ตรวจสอบภายในห้องพักไม่มีร่องรอยรื้อค้น ไม่มีร่องรอยการทำร้ายร่างกาย คาดว่าจะเสียชีวิตด้วยโรคประจำตัวที่เป็นโรคภูมิแพ้
นางฤทัย เรือนพิพัฒน์ อยู่บ้านเลขที่ 462/26 ม.8 ต.สมอแข บ้านที่ติดอยู่กับบ้านพบผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ปกติแล้วผู้เสียชีวิตจะพักอาศัยอยู่ที่บ้านดังกล่าวคนเดียวตามลำพัง และพบเห็นครั้งสุดท้ายในวันศุกร์ที่ 22 กรกฏาคมที่ผ่านมา จากนั้นก็เห็นรถยนต์จอดอยู่ในบ้าน ประตูบ้านปิดอยู่ และเปิดแอร์ทิ้งไว้ ช่วงเวลาประมาณ 23.30 น.ตนออกมาบริเวณหน้าบ้าน เห็นผู้ชายหนึ่งคน ยืนแอบอยู่ข้างบ้านของผู้เสียชีวิต ตนคิดว่าน่าจะเป็นขโมย จึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจมาตรวจสอบ แต่ก็ไม่พบตัวหัวขโมยแต่อย่างใด และตำรวจก็ยังไม่พบเหตุผิดปกติในบ้าน เนื่องจากบ้านปิดเงียบ
กระทั่งเช้ามา เพื่อนบ้านเริ่มสงสัยว่าน.ส.สุมารีย์ไม่ยอมออกจากบ้านพัก และมีเหตุขโมยเข้ามาในบ้านด้วย จึงโทรศัพท์แจ้งญาติของน.ส.สุมารีย์มาตรวจสอบ และใช้กุญแจสำรองเปิดเข้าไปในบ้าน กระทั่งได้กลิ่นเน่าเหม็น เมื่อขึ้นไปตรวจสอบชั้นสองก็พบว่าน.ส.สุมารีย์เสียชีวิตไปแล้ว
นางพิชญ์ทิภา วรรณทอง อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 59/1 ม.3 ต.วัดโบสถ์ .วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก พี่สาวของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ปกติแล้วน้องสาวจะพักอาศัยอยู่บ้านหลังนี้คนเดียว มีโรคประจำตัวคือโรคภูมิแพ้ วันปกติก็จะขับรถยนต์ไปทำงานที่มหาวิทยาลัยนเรศวร และจะโทรศัพท์ติดต่อกับทางบ้านเป็นประจำ แต่ช่วงวันเสาร์ที่ผ่านมาตนโทรศัพท์ติดต่อน้องสาวไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะมีเหตุผิดปกติใด ๆ กระทั่งวันนี้มีเพื่อนบ้านน้องสาวโทรศัพท์ไปบอก จึงนำกุญแจสำรองมาเปิดเข้าไปในบ้าน
ขณะที่ตำรวจได้ตรวจสอบหลักฐานภายในบ้านและนอกบ้านอย่างละเอียด เนื่องจากว่าเมื่อคืนได้รับแจ้งเหตุมีขโมยเข้ามาในบ้านหลังนี้ แต่จากการตรวจสอบภายในบ้าน ไม่พบว่ามีร่องรอยการรื้อค้น ทรัพย์สินของผู้เสียชีวิตก็ยังอยู่ รถยนต์ของผู้เสียชีวิตก็จอดหน้าบ้านตามปกติ อย่างไรก็ตาม แพทย์เวรได้นำร่างผู้เสียชีวิตไปชันสูตรถึงสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดอีกครั้งต่อไปที่นิติเวช โรงพยาบาล มหาวิทยาลัยนเรศวร



