
'ปู'อุบไต๋คนนอก-ในนั่งรมว.ต่างประเทศ
"ยิ่งลักษณ์ ระบุ รมว.กต. เป็นใครก็ได้ ต้องมีความรู้-ความสามารถ ปัดตอบคนนอกพรรคหรือไม่ เผยพร้อมหารือ ขรก.เศรษฐกิจ หากได้ทำงานอย่างเป็นทางการ คนเสื้อแดงบุก กกต.เมืองโอ่งทวงถามเรื่องร้องเรียน
เมื่อเวลา 09.10 น. วันที่ 25 ก.ค.ที่พรรคเพื่อไทย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงคุณสมบัติของบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศว่า คงต้องมีความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับประเทศต่างๆ ต้องมีความเข้าใจพื้นฐานด้านการทูตเป็นอย่างดี เพราะเราต้องการจะเน้นในเรื่องของความสัมพันธ์ต่อนานาประเทศกลับมา ไม่จำเป็นต้องเป็นใคร เป็นใครก็ได้แต่ขอให้มีความรู้ความสามารถ ส่วนจะเป็นคนนอกหรือคนในนั้นคงต้องรอดูก่อนจะดีกว่า
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวถึงความคืบหน้าด้านนโยบายว่า ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่เราทำนโยบายพร้อมทั้งศึกษาลงไปในภาคปฏิบัติด้วย เราก็พยายามที่จะถามรายละเอียดกับผู้ที่เกี่ยวข้องมากที่สุด ก่อนที่จะทำงานอย่างเป็นทางการ รวมถึงต้องศึกษาถึงแหล่งที่มาของรายได้ด้วยว่าจะทำอย่างไรให้มีรายได้ เพราะบางครั้งเราจะมองแต่ค่าใช้จ่ายอย่างเดียวไม่ได้ และการกระตุ้นภาคเศรษฐกิจโดยรวม ช่วงต้นจะเป็นช่วงของการดูแตกย่อยในรายนโยบาย จากนั้นถึงมองในรูปของภาพรวมว่าจะทำอย่างไรให้เกิดวงจรการกระตุ้นเศรษฐกิจให้มากที่สุด เพื่อให้มีรายได้กลับมา รวมถึงให้เกิดการใช้จ่ายและหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจให้ได้มากที่สุด
เมื่อถามว่า ในส่วนเงินคงคลังพอจะมองออกหรือไม่ว่ารายได้และรายจ่ายที่ตั้งไว้จะมีความสมดุลหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ยัง คงต้องเข้าไปศึกษาในรายละเอียดของนโยบายก่อน เราคงต้องรอผลอย่างเป็นทางการในการที่จะดูงบประมานที่วางไว้เป็นอย่างไร และเราจะสามารถสานต่อได้อย่างไร
เมื่อถามว่าการสอบถามข้าราชการที่เกี่ยวข้องในด้านเศรษฐกิจจะเริ่มเมื่อใด น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า คงต้องเริ่มหลังจากที่ผลเป็นทางการแล้ว เพราะวันนี้เราเองก็ต้องรอการรับรองจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คงต้องรอทุกอย่างให้เป็นทางการเสียก่อน และเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องคงจะมีข้อมูลที่จะนำเสนออยู่แล้ว จากนั้นค่อยมาปรับในช่วงสุดท้ายก่อนที่จะแถลงนโยบายอย่างเป็นทางการ
เมื่อถามว่า นโยบายมีปัญหาและอุปสรรคบ้างหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ทุกอย่างทำไปก็คงต้องแก้กันไป อุปสรรคจริงๆแล้วก็ไม่ใช่ เรียกว่าคงต้องปรับจูนความเข้าใจ พร้อมทั้งดูผลกระทบว่าเราจะมาร่วมกันแก้ไขปัญหาอย่างไรให้ออกมาดีที่สุด
เมื่อถามว่านโยบายใดในขณะนี้ที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า โดยภาพรวม ทุกนโยบายเราเชื่อมั่นว่าเราจะขับเคลื่อนไปได้ แต่ก็ต้องขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน รวมถึงงบประมาณบางส่วนที่จะต้องมาดูกันด้วย พร้อมทั้งการหาแหล่งรายได้อีกด้วย
เมื่อถามว่างบประมาณรายจ่ายประจำจะต้องมาทบทวนใหม่หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า คงให้ไปดูสถานะในวันนั้นจะดีกว่า เพราะอะไรที่เป็นโครงการที่กระตุ้นเศรษฐกิจอยู่แล้วก็คงจะเดินหน้าต่อไป อะไรที่เป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นและไม่ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ อาจจะต้องมาหารือกันว่าจะปรับจูนกันได้อย่างไร คงเป็นในลักษณะเช่นนี้ แต่คงจะไม่รื้อ เพราะทุกอย่างได้มีการวางแผนและดำเนินงานแล้ว แต่ขอให้ไปในส่วนที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจและเกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนมากที่สุด
เมื่อถามว่าโครงการเมกกะโปรเจค หรือโครงการใหญ่ๆที่มีการวางแผนไว้จะสานต่อหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ยังไม่เห็นในรายละเอียด เห็นแต่ภาพรวมในข่าว ดังนั้นทุกอย่างเรายังไม่สามารถสรุปจนกว่าจะเข้าไปศึกษาอย่างเป็นทางการ เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่างบประมาณจะไม่พอต่อการทำนโยบายที่พรรคได้หาเสียงไว้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เราคงต้องมีวิธีในการหารายได้ และมีเฟสในการทำงาน แต่คงจะบอกอีกครั้งหลังจากที่เราทำงานจะดีกว่า
เสื้อแดงบุกกกต.เมืองโอ่งถามคืบหน้าเรื่องร้องเรียน
เมื่อเวลา 10.00 น. กลุ่มคนเสื้อแดงในจ.ราชบุรี กว่า 50 คน ซึ่งนำโดยนายบริบูรณ์ เกียงวรางกูร แกนนำเสื้อแดง ได้เดินทางมาที่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำจ.ราชบุรี เพื่อทวงถามถึงเรื่องที่ทางสำนักงานเทศบาลตำบลท่าผา อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ได้นำรถกระเช้าดับเพลิงของเทศบาลตำบลท่าผา มาช่วยนางสาวชะวรลัทธิ์ ชินธรรมมิตร ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคภูมิใจไทย เขต 4 จ.ราชบุรี ติดป้ายหาเสียง โดยได้มาร้องเรียนพร้อมกับนำหลักฐานซึ่งเป็นรูปถ่ายมามอบไว้เป็นหลักฐานตั้งแต่วันที่ 6 ก.ค.54 ที่ผ่านมา และวันนี้ก็มาทวงถามความคืบหน้าเรื่องที่ร้องเรียนมา โดยนำรถเครื่องขยายเสียงมาพูดปราศรัยโจมตีการทำงานของกกต.จ.ราชบุรี ที่ล่าช้า
ต่อมา พ.ต.ท.สุเทพ สุทัศน์มาลี หัวหน้าสืบสวนกกต.จ.ราชบุรี ได้ออกมาพร้อมกับชี้แจงว่า เรื่องร้องเรียนทุกเรื่องที่มีมูลได้ส่งเรื่องให้กับทางกกต.กลางเรียบร้อยแล้ว แต่เนื่องจากทุกเรื่องนั้นถือเป็นความลับ จึงไม่สามารถที่จะนำมาเปิดเผยได้ ส่วนเรื่องที่ทางกลุ่มคนเสื้อแดงมาทวงถามนั้นได้ส่งเรื่องไปยังกกต.กลางตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค.54 ที่ผ่านมา ส่วนผลจะออกมาอย่างไรนั้นคงจะต้องให้ทางกกต.กลางเป็นผู้พิจารณา
ทางด้านกลุ่มคนเสื้อแดงนั้นก็บอกว่าจะเดินทางต่อไปยังกกต.กลาง ที่กรุงเทพฯ เพื่อสอบถามถึงความคืบหน้าในเรื่องที่ร้องเรียนและจะสอบถามถึงผลการสอบสวนว่าเป็นอย่างไร



