ข่าว

ในหลวงพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ

ในหลวงพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ

25 ก.ค. 2554

พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ 9 ผู้เสียชีวิตแบล็คฮอว์คตก "อภิสิทธิ์-สุเทพ-ประวิตร -ประยุทธ์" ร่วมในพิธี ที่วัดทุ่งลาดหญ้า พร้อมพระราชทานน้ำหลวงอาบศพเหยื่อฮิวอี้ที่ลพบุรี

           ที่วัดทุ่งลาดหญ้า จ.กาญจนบุรี  เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 25 ก.ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกลล้าฯ พระราชทานโกศทองคำและน้ำหลวงอาบศพ และปี่กลองชนะประโคม ขณะพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ พล.ต.ตะวัน  เรืองศรี ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 (ผบ.พล.ร.9) พร้อมกับพระราชทานหีบศพ และน้ำหลวงอาบศพแก่ผู้ที่เสียชีวิตทั้งหมด 9 ชีวิต พร้อมทรงกรุณาโปรดเกล้าฯให้ พล.อ.พิจิตร  กุลละวณิชย์ องตคมนตรี เป็นประธานพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพและวางพวงมาลาพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ วางหน้าโกศและหีบศพผู้เสียชีวิต โดยมีนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีสวดอภิธรรมศพ  โดยมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง พล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก พล.ท.อุดมเดช  สีตบุตร แม่ทัพภาคที่ 1 พร้อมนายทหารระดับสูงของพล.ร.9 ร่วมพิธี

            นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์  ยังได้เป็นผู้แทนมอบเงินพระราชทานจากระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ให้กับครอบครัวกำลังพลผู้เสียชีวิตจำนวน 9 ครอบครัว และมอบเงินในส่วนของกองทัพบกอีกจำนวนหนึ่ง เพื่อเป็นเงินบำรุงขวัญให้กำลังพลที่เสียชีวิต

 

 พระราชทานน้ำหลวงอาบศพเหยื่อฮิวอี้ที่ลพบุรี

            ส่วนที่วัดดงสวอง ต.เขาสามยอด อ.เมือง จ.ลพบุรี เมื่อเวลา 17.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์เชิญน้ำหลวงอาบศพ และพวงมาลาพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพวงมาลาพระราชทานของพระบรมวงศานุวงศ์ วางหน้าหีบศพ พ.ต.เกียรติศักดิ์ จีนเอี่ยม ร.ท.ปรัชญา นวลศรี จ.ส.อ.รังสรรค์ พลสายบัว และจ.ส.อ.ณรงค์เดช พงษ์นุ่มกุล ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์รุ่นฮิวอี้ตกในป่าแก่งกระจาน

            พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การสูญเสียครั้งนี้เป็นการสูญเสียครั้งทียิ่งใหญ่ที่สุด ในเวลาเดียวกัน ไม่ถึง 10 วันมีผู้สูญเสียถึง 17 ชีวิต ที่ผ่านมากองทัพบกปฏิบัติภารกิจอย่างต่อเนื่องในทุกภารกิจ และมีการบาดเจ็บสูญเสียมาอย่างต่อเนื่อง แต่ถือเป็นการสูญเสียตามเหตุการณ์ไม่ว่า จะเป็นสถานการณ์ภาคใต้ แต่ครั้งนี้เกิดจาการไปช่วยนำศพผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ของชุดพิทักษ์ป่า เนื่องจากเราเข้าไปสนับสนุนการดูแลการบุกรุกทำลายป่าของกระทรวงทรัพยากธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

            เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งน่าเสียใจ และเป็นการสูญเสียครั้งร้ายแรง เราสูญเสียตั้งแต่ระดับผู้บังคับบัญชาจนถึงชั้นผู้น้อย แต่ไม่ว่าจะเป็นชั้นยศใดก็ตามทุกชีวิตมีความหมายทั้งสิ้น เราจะดูแลทุกส่วน และจะให้ความเป็นธรรม และให้เกียรติยศสูงสุดเท่าที่จะทำตามระเบียบราชการได้ ส่วนสิ่งใดที่กองทัพบกจะเพิ่มให้ได้ก็จะทำ ซึ่งการเสียชีวิตมีพลเรือน 1 คน โดยในเงินชดเชยครอบครอบคลุมแค่ทหาร แต่เราจะพยายามหาเงินพิเศษมาชดเชยตอบแทนให้โดยปกติได้ประมาณ 4 แสนบาท แต่จะมีการเพิ่มให้อีก 1.5 ล้านบาท ประเด็นสำคัญ คือ เราจะดูแลครอบครัว ภรรยา และบุตรผู้เสียชีวิต โดยตามกติกาจะให้อาศัยอยู่ในบ้านพักไปก่อน ประการที่สองจะบรรจุลูกหรือภรรยาเข้ามาเป็นทหารเพื่อดูแลครอบครัว และจะดูแลลูกเรียนให้จบถึงปริญญา

            เมื่อถามถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า อาวุธยุทโธปกรณ์มีปัญหา พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ถ้าคิดว่า มูลค่ายุทโธปกรณ์มีมูลค่ามากหลายร้อยล้าน แต่เทียบค่าไม่ได้แม้แต่ชีวิตเพียงชีวิตเดียว อยากเรียนให้สังคมรับรู้ว่า ที่ผ่านมากองทัพบก พยายามดูแลกำลังพลทุกระดับชั้นให้ดีที่สุด การจะวิพากษ์วิจารณ์หรือการแสดงความคิดเห็นใดๆก็ตามต้องอยู่ในหลักความเป็นจริง ต้องเข้าใจหลักเกณฑ์ต่างๆในการทำงานของกองทัพ ในฐานะที่กองทัพบกเป็นหน่วยงานใหญ่มีศูนย์ปฏิบัติการของกองทัพบกโดยมีผบ.ทบ.เป็นผู้ควบคุม อำนวยการในทุกเรื่อง ถ้ามีเหตุการณ์เกิดขึ้น ผบ.ทบ.เป็นผู้สั่งการผู้เดียวเท่านั้น ที่ผ่านมากองทัพบกสั่งการให้กองทัพภาคที่ 1 ค้นหาตามหลักการ เพราะกองพลทหารราบที่ 9 อยู่ในความรับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 1 โดยเราใช้เครื่องมือที่มีอยู่ปัจจุบัน ที่ถือว่า ทันสมัยที่สุด และในประเทศอาเซียนก็ใช้อากาศยานเช่นนี้ ทั้งแบล็กฮอว์ก ฮิวอี้ หรือเบลล์ 212

             “อย่าไปกล่าวอ้างว่า การที่มีเครื่องมือดีแล้วจะทำอะไรได้ดีขึ้น ด้วยสถานะของเราในปัจจุบันไม่ได้มีเครื่องมือที่ทันสมัยสูงสุด จะไปเหมือนประเทศมหาอำนาจคงไม่ได้ แต่เรามีหลักการในการทำงาน มีขั้นตอนตั้งแต่ต้นจนถึงทุกวันนี้ ทุกส่วนได้ปฏิบัติหน้าที่ของเขาตามหลักการ แต่สิ่งที่เราห้ามไม่ได้คือ อุบัติเหตุ เรื่องลมฟ้าอากาศ เราห้ามคนได้ ห้ามไม่ให้เครื่องบินขึ้นได้ แต่ที่ผ่านมาได้มีการตรวจสอบและแจ้งว่า สามารถใช้อากาศยานบินขึ้นได้ จึงบินขึ้นไป แต่เมื่อเกิดอุบัติเหตุก็เกิดความสูญเสียจึงเป็นบทเรียนว่า วันข้างหน้าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป จะต้องรอเวลา 5 - 10 วันก็ต้องลำเลียงให้ได้ ใช้เวลานานเท่าไรก็ต้องยอม  ดังนั้นต้องให้คณะกรรมการเข้าไปทดสอบดู ส่วนอากาศยานที่เก่า ทุกประเทศก็ยังใช้อยู่ เรามีหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแล ไม่ใช่ผบ.ทบ.ดูแลทุกเรื่อง ตั้งแต่ชิ้นส่วน อะไหล่เฮลิคอปเตคอร์ หรือการจัดซื้อจัดจ้างมันไม่ใช่ เพราะมีองค์กรในการดำเนินการอยู่ ในทางปฏิบัติมีศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1 - 4 และการจัดซื้อจัดหามีกรมฝ่ายเสนาธิการกำหนดความต้องการ และฝ่ายยุทธการเป็นผู้จัดซื้อจัดหา และมีสำนักงานตรวจสอบภายในตรวจสอบว่า ผิดหรือถูก ถ้าผิดจะถูกร้องเรียนไปที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถือเป็นระบบ จะบอกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้เกิดจากการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างถือเป็นคนละประเด็น อย่าวิจารณ์อย่างนั้น เพราะถ้าวิจารณ์ ต้องวิจารณ์ทุกระบบของกองทัพบก แม้แต่ในระบบของประเทศไทยก็ต้องผิดทั้งหมด ยืนยันว่า ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ผิดทั้งหมด”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

            เมื่อถามว่า ขณะนี้งดใช้อากาศยานเบลล์ 212 ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ถ้าเครื่องบินรุ่นใด หรือเครื่องยนต์รุ่นใด หรือแม้ว่า กระสุนล็อตใดใช้แล้วไม่ระเบิด ตกไม่ระเบิด หรือค้างอยู่ในลำกล้อง จะต้องสั่งระงับใช้ล็อตนั้นทั้งประเทศ หรือปืนเล็กล็อตนี้ก็ห้ามใช้ หรือพวกปืนใหญ่ทุกชนิดก็ห้ามใช้หากปฏิบัติแล้วผิดพลาด ซึ่งศูนย์นิรภัยการบินจะเป็นผู้ตรวจสอบในรายละเอียด แต่เข้าใจว่า เครื่องยนต์มีปัญหา จึงต้องตรวจสอบว่า มีปัญหาตรงไหน เป็นที่เครื่องยนต์หรือโรเตอร์ ก็ต้องมีการตรวจสอบก่อน ในระหว่างที่ตรวจสอบเพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น  ฮ.เบลล์ 212 ต้องชะลอการใช้งาน กองทัพบกมีอากาศยานใช้ไม่กี่รุ่น เก่าสุดคือ ฮท.1 ที่มีเครื่องยนต์เดียว ใหม่ที่สุดคือ เบลล์ 212 ล่าสุดที่ได้มาคือ เอ็มไอ 17

            “อยากเรียนว่าการวิจารณ์สามารถทำได้ แต่ต้องเอาหลักข้อเท็จจริงมาพูด ให้ความเป็นธรรมกับคนเขา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 1.เป็นอุบัติเหตุ 2.สุดวิสัย และ3.เครื่องยนต์ขัดข้อง ซึ่งสามเรื่องเกิดขึ้นในเวลาเดียวกันทำให้กระทบต่อความรู้สึก แต่ผมเรียนว่า ทหารท้อแท้ไม่ได้ เราเผชิญสถานารณ์อย่างนี้หลายครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้ส่งผลกระทบมาก ทุกครั้งที่ฮ.ตกกองทัพบกเสียใจทุกครั้ง กองทัพบกไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะเราไม่ได้ผลิตเครื่องบินเอง เราซื้อเข้ามา แต่การบำรุงเป็นไปตามกติกาของบริษัทผู้ผลิต คือ สหรัฐอเมริกาที่ผลิตมา เราซ่อมตามเขา ตามคู่มือทุกอย่าง แม้จะมีอายุการใช้งานมา 20 ปี เรามีระบบการซ่อมบำรุงประจำวันทั้งก่อนใช้และหลังใช้ ตั้งแต่ 50 ขั่วโมง 100 ชั่วโมง เรามีการเปลี่ยนตลอดเวลา”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

           พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า อย่าบอกว่าเหมือนรถยนต์ และจะซ่อมอย่างไรก็ได้ ตนเป็นผบ.ทบ.เป็นผู้อนุมัติก็จริง แต่บอกไว้แล้วว่า ทุกคนต้องมีจิตสำนึก เราต้องสร้างองค์กรกองทัพบกให้โปร่งใส มีประสิทธิภาพ และตรวจสอบได้ ดังนั้นต้องเอาข้อเท็จจริงมาพูดกัน อย่ามาท้าวความวันนั้น วันนี้ หรือเรื่องนั้นเรื่องนี้คนละเรื่องกัน ตนไม่สามารถเอาชีวิตของกำลังพลมาเสี่ยงได้ ไม่สามารถเอาครอบครัวมาร้องไห้ต่อหน้าพวกเรา ใครยอมรับได้บ้าง ถ้าใครทนได้มาเป็นแทนตน ตนเรียนว่า สิ่งที่ทบ.ทำ ตนทำ แม่ทัพภาคที่ 1 ทำ ทุกคนทำอย่างเต็มที่ไม่อยากให้เกิดอะไรทั้งสิ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วเราพร้อมรับคำวิพากษ์วิจาณ์ พร้อมนำไปแก้ไข นำไปเป็นบทเรียน แต่ท่านมาบอกว่า การตกครั้งนี้แสดงว่า มีเหตุการณ์ทุจริตเกิดขึ้น ถามว่า เขาซื้อมา 20 ปี และซ่อมมานานเป็นสิบปีแล้ว ถ้าพูดไม่รับผิดชอบแบบนี้ไม่ได้

            “นักวิชาการหลายคนรู้ทุกเรื่อง รู้เรื่องรบ เรื่องชายแดน เรื่องทหารก็รู้ นี่ฮ.ตกยังรู้อีก ซึ่งคนเดิมออกมาพูด แล้วผมถามกลับไปว่า รับผิดชอบอะไรหรือเปล่า ถ้าไม่ใช่ใครจะรับผิดชอบ กองทัพบก เสียหาย ประชาชน และสังคมเข้าใจผิด กำลังพลกองทัพบกเสียขวัญใครจะรับผิดชอบ ผมถามว่า ไอ้คนที่ออกมาพูดรับผิดชอบหรือไม่ หนังสือพิมพ์บางฉบับ ทีวีบางช่อง นักวิชาการบางคน ผมไม่อยากพูด แต่ทำให้ผมกดดัน แล้วเราและประเทศชาติจะอยู่อย่างไร ถ้าท่านไม่มีเหตุผลเลย อยากพูดอะไรก็พูด ทำอะไรก็ทำ เว็บไซต์เฟซบุ๊ควาสนา นาน่วม เขียนเสียหายมาก ผมเรียนตรงนี้เลยหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ และหนังสือพิมพ์บางฉบับอีกหลายเรื่อง ทีวีเอเอสทีวี ทีวีแดง บ้านเมืองเสียหาย ผมจำเป็นต้องออกมาพูด ถ้าประเทศไทย หรือคนไทยไม่เรียนรู้ว่า จะอยู่ร่วมกันอย่างไรก็อย่าอยู่กันเลย เสียเวลาเปล่า ดังนั้นต้องมีกติกา กฎหมายช่วยกันแก้ไขปัญหาบ้านเมืองให้ไปในวันข้างหน้าให้ได้ กองทัพบกต้องอยู่ ผมจะอยู่หรือไม่ ผมไม่สนใจ แต่กองทัพบกต้องอยู่ด้วยชื่อเสียง เกียรติยศกองทัพบกกำหนดแล้วว่า จะต้องเดินหน้าไปอย่างไร กองทัพบกมีพันธะกิจ 4 ประการที่ต้องดำเนินการ อยากให้การเสียชีวิตเป็นบทเรียนที่คุ้มค่า แล้วเราพร้อมเรียนรู้ สังคมว่า อย่างไร แต่ขอวิพากษ์วิจารณ์ให้ถูกต้องมีหลักเกณฑ์ ทำอย่างไรที่ทำให้ผู้เสียชีวิตไม่เสียเปล่า คือการรักษาแผ่นดินไทยไว้ให้ลูกหลาน สิ่งที่กองทัพบกคิดเสมอคือ การรักษาทรัพยากรให้ลูกหลาน หากในอนาคต ถ้าไม่ทำวันนี้ วันหน้าอยู่ไม่ได้”ผบ.ทบ.กล่าว

ทยอยเข้าลดน้ำศพทหาร-ช่างภาพททบ.5

          ทั้งนี้เมื่อเวลา 09.00 น.  ศพของ พล.ต.ตะวัน เรืองศรี ผบ.พล.ร.9 พร้อทด้วยศพทหารทั้ง 7 นาย และศพของช่างภาพ  ททบ. 5 ได้ถูกเคลื่อนย้ายออกจากอาคารรักษาศพ รพ.ค่ายสุรสีห์ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี โดยมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ชั้นผู้น้อย เจ้าหน้าที่กรมทรัพย์กรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กองทหารเกียรติยศซึ่งได้จัดไว้เต็มอัตราศึก รถยนต์ยูนิม็อกที่ได้จัดเตรียมเคลื่อนศพ 9 คัน โดยมีรถสารวัตรทหารและรถยนต์ตำรวจ นำขบวน โดยระหว่าง 2 ฝั่งทางที่ขบวนผ่าน ได้มีประชาชนนักเรียนจำนวนมาก ได้ตั้งแถวรอรับส่งขบวน โดยถือป้ายมีข้อความว่า หลับเถิดทหารกล้า โดยศพของผู้เสียชีวิตได้เคลื่อนสู่ยังศาลาวัดทุ่งลาดญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี

           ต่อมาเมื่อเวลา 10.00 น. บริเวณศาลาริมน้ำ วัดทุ่งลาดหญ้า คลาคล่ำไปด้วยข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พ่อค้า ประชาชน แม่บ้านทหารบก เหล่ากาชาดจังหวัดกาญจนบุรี จำนวนนับพันคน ได้หลั่งไหล่กันขึ้นไปยังศาลาดังกล่าว ซึ่งจัดไว้เพื่อประกอบพิธีศพของ พล.ต.ตะวัน พร้อมด้วยทหารทั้ง 7 นาย และศพของช่างภาพ  ททบ. 5  โดยต่างได้ทยอยเข้ารดน้ำศพของผู้เสียชีวิต โดย ศพของพล.ต.ตะวันได้จัดตั้งไว้บนเครื่องตั้งทางทิศตะวันออก โดยหน้าเครื่องตั้งได้นำเครื่องแบบของพล.ต.ตะวันในชุด ทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ส่วนศพที่เหลือได้จัดตั้งวางเรียงกันทางด้านทิศใต้ของศาลา ซึ่งศพของ ช่างภาพ ททบ. 5 ได้ถูกจัดตั้งไว้เป็นศพที่ 9 ศพสุดท้าย โดยประชาชนยังคงทยอยขึ้นไปยังบนศาลา เพื่อที่จะลดน้ำศพของผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง

           พ.ท.หญิงปิยะนุช เรืองศรี  ภรรยาพล.ต.ตะวัน  กล่าวว่าแม้ว่าพล.ต.ตะวันไม่อยู่แล้ว ก็ขอให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีขวัญกำลังใจปฏิบัติหน้าที่รับใช้ชาติ รักษาสถาบันต่อไป

 

"ช่างเครื่องเบลล์"ปลอดภัยพก"ผ้าซิ่นแม่"เป็นสิริมงคล

            ที่รพ.พระมงกุฎเกล้า เมื่อเวลา 11.00 น.  พ.อ.วีระศักดิ์ สมบัติมี ผบ.หน่วยบินทหารบก ยุทธวิถีที่ 1 ศูนย์การบินทหารบก ได้เดินทางเข้าเยี่ยมอาการของ ส.อ.พัฒนพร ต้นจันทร์ ช่างเครื่อง ที่รอดชีวิตจากอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์เบลล์ 212 ตกกลางป่าในพื้นที่ อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี พร้อมทั้งนำเงินจำนวน 5,000 บาท และของใช้บางส่วนเพื่อเป็นกำลังใจให้กับ ส.อ.พัฒนพร

            พ.อ.วีระศักดิ์  กล่าวว่า ขณะนี้ได้ทำเรื่องปูนบำเหน็จนายทหารทั้งหมดที่เสียชีวิตส่งไปให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาแล้ว อย่างไรก็ตามในส่วนอาการของส.อ.พัฒนพร เท่าที่ดูอาการหน้าตาสดชื่นแจ่มใส่ ซึ่งส.อ.พัฒนพร เป็นคนทำงานดี มีน้ำใจ ซึ่งการสูญเสียครั้งนี้ยอมยอมรับว่าทหารเสียขวัญไปบ้างแต่ไม่ถึงกับถอดใจ และเชื่ออุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์เบลล์ 212 น่าจะเกิดจากใบพัดหักถ้าไม่เกิดไฟไหม้เชื่อว่าทุกคนจะรอดชีวิต

            พ.อ.นายแพทย์พีระพล ปกป้อง ผู้อำนวยการกองอุบัติเหตุโรงพยาบาลพระมงกุฏ กล่าวว่า จากการรักษาอาการของส.อ.พัฒนพร มีอาการดีขึ้นรู้สึกตัวดี แต่ยังปวดหลังเพราะกระดูกสันหลังหักยุบตัว คาดว่า 2-3 วันน่าจะดีขึ้น ซึ่งทางแพทย์จะตัดชุดประคองหลังประมาณ 2 สัปดาห์อาจจะให้กลับไปพักฟื้นที่บ้านได้ อาการทั่วไปไม่น่าเป็นห่วง

            ด้าน นางลัดดาวัณ ต้นจันทร์  อายุ 53 ปี มารดาของส.อ.พัฒนพร  กล่าวว่า ตอนนี้ความกังวลก็หายไปเพราะจากการสอบถามแพทย์บอกว่าอาการดีขึ้นไม่ต้องเป็นห่วงลูก ตอนนี้อยู่ให้กำลังใจลูก เหตุที่ลูกรอดตายมาได้น่าจะเกิดจากความดีของลูก ก่อนหน้านี้ลูกได้ขอเศษผ้าซิ่นของแม่มาพกติดตัวเพื่อเป็นสิริมงคล

            ขณะที่ ส.อ.พัฒนพร กล่าวเพียงว่า อาการเริ่มดีขึ้น เมื่อวานนี้รู้สึกเจ็บหลังมาก ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรวดเร็วมากจำอะไรไม่ได้ เลยมาจำได้อีกทีตอนที่ชาวบ้านประคองตัวออกไป

 

"สุขุมพันธุ์"รุดเยี่ยม"ส.อ.พัฒนพร"มอบหลวงปู่ทวดให้กำลังใจ

 

            เมื่อเวลา 13.00 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) พร้อมคณะผู้บริหารได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เพื่อเยี่ยม ส.อ.พัฒนพร โดยได้มอบกระเช้าดอกไม้และหลวงปู่ทวดเพื่อให้เป็นกำลังใจ

             ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า การสูญเสียบุคลากร จากเหตุการณ์ เฮลิคอปเตอร์ รุ่น ฮิวอี้ 9 ตก เมื่อวันที่ 16 ก.ค. รุ่น แบล็กฮอว์ก ตก เมื่อวันที่ 19 ก.ค. และรุ่น เบลล์ 212 ตก เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ที่ผ่านมา รวม 17 ศพ 17 ชีวิต ทั้ง 3 ครั้ง เป็นเรื่องที่น่าเศร้าสลดใจเป็นอย่างยิ่ง ขณะเดียวกันก็ยังรู้สึกดีใจที่ยังมีผู้รอดชีวิต ซึ่งคณะผู้บริหาร กทม.ได้เข้าเยี่ยมดูอาการ ทั้งนี้ส.อ.พัฒนพร ได้รับการดูแลจากแพทย์รพ.พระมงกุฎเกล้า เป็นอย่างดี ซึ่งส.อ.พัฒนพร อยู่ในสภาพที่ดีมาก อย่างไรก็ตามแพทย์ ระบุว่า ภายหลังจากออกจากรพ.แล้ว หากทำการบำบัดรักษาตัวสักระยะ ส.อ.พัฒนพร ร่างกายจะกลับเข้าสู่สภาพปกติ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างมาก

             ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวต่อว่า ส่วนการนำหลวงปู่ทวดมามอบให้นั้น ตนเห็นว่าส.อ.พัฒนพร ห้อยหลวงปู่ทวดเช่นกัน ตนจึงอัญเชิญหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด จากวัดช้างให้ จังหวัดปัตตานี มามอบให้เพื่อบูชาและเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ

             นพ.พีรพล ปกป้อง ผู้อำนวยการกองอุบัติเหตุและเวชกรรมฉุกเฉิน รพ.พระมงกุฎเกล้า เปิดเผยความคืบหน้าล่าสุดอาการบาดเจ็บของส.อ.พัฒนพร  ว่า ขณะนี้ อาการดีขึ้น รู้สึกตัวดี มีอาการปวดหลัง เนื่องจาก ผลตรวจร่างกายพบว่า กระดูกสันหลังหัก ซึ่งเกิดจากการกระแทกอย่างแรง คาดว่าต้องใช้เวลานอนพักรักษาตัว 10-12 สัปดาห์ ส่วนการช่วยเหลือนั้น ทีมแพทย์ได้นำอุปกรณ์ช่วยพยุงหลีงมาช่วยยืดหยุ่นช่วงกระดูกสันหลัง ทำให้บรรเทาการเจ็บปวดได้เป็นบางส่วน

             ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า นางลัดดาวัลย์ ต้นจันทร์ อายุ 52 ปี มารดา ได้คอยให้กำลังใจลูกชายตลอดเวลา ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้ พล.อ.ฉลองรัตน์ นาคอาทิตย์ รองเจ้ากรมกำลังทหารบก ผู้แทนทหาร ได้มอบกระเช้าและเงินบำรุงขวัญให้กับส.อ.พัฒนพร เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจด้วย