ข่าว

3ศพ'เบลล์212'กลับบ้านญาติร่ำไห้รับ

3ศพ'เบลล์212'กลับบ้านญาติร่ำไห้รับ

25 ก.ค. 2554

เจ้าหน้าที่ลำเลียงศพ 3 นักบิน 'เบลล์212' กลับบ้าน เก็บโรงพยาบาล1คืน รดน้ำ 25 ก.ค.นี้ ญาติร่ำไห้รอรับด้วยน้ำตา ด้านกาญจนบุรี เตรียมพร้อม ประกอบพิธีศพผู้เสียชีวิตจาก 'แบล๊คฮอว์ค' ตก

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทหารได้ลำเลียงศพของนักบิน และช่างเครื่อง ที่ตกเสียชีวิตเมื่อช่วงเช้าวันที่ 24 ก.ค.54 ที่จังหวัดเพชรบุรี กลับบ้านที่ลพบุรี โดยทางรถยนต์ แทนการนำมาทางเครื่องบิน เพราะเกรงว่าจะเกิดเหตุเครื่องตกซ้ำ

          เวลา 19.00 น. เจ้าหน้าที่ได้มีการลพเลียงศพนักบินและช่างเครื่องของเครื่องบินเฮลิคอบเตอร์แบบเบลล์212ของศูนย์การบินทหารบกจังหวัดลพบุรี ที่ตกลงกลางฟาร์มนกกระจอกเทศในจังหวัดเพชรบุรี ระหว่างการปฎิบัติภารกิจกู้ศพทหารที่เสียชีวิต จากเฮลิคอบเตอร์แบล์คฮอล์กตก เมื่อหลายวันก่อน จำนวน 3 ศพ จากโรงพยาบาลบ้านลาด จ.เพชรบุรี ด้วยรถพยาบาลจำนวน 3 คัน

          อันประกอบไปด้วยคันที่1 เป็นศพของ พ.ต.ฐิติรัตน์  แก้วกระมล คันที่ 2 เป็นศพของ ร.ท.ปูรณะ  หวานใจ และคันที่ 3 เป็นศพของ จ.ส.อ.วิเชียร  จันทร์พัฒน์ ทหารกล้าซึ่งสังกัดกองบินปีกหมุนที่ 2 กองพันบิน ศูนย์การบินทหารบก จังหวัดลพบุรี

          ทั้งนี้ ศพทหารกล้าทั้ง 3 นาย จะถูกเก็บไว้ที่ห้องชันสูตรศพ และจัดการศพ ของโรงพยาบาลอานันทมหิดลในคืนนี้ เพื่อรอการพระราชทานอาบน้ำศพในวันที่ 25 ก.ค.นี้ต่อไป

          สำหรับบรรยากาศของการรอรับศพของทหารกล้าทั้ง 3 นายที่สวนสาธารณะในพื้นที่โรงพยาบาลอานันทมหิดล เป็นไปอย่างเงียบเหงา ทุกคนต่างรอคอยการกลับมาของทหารกล้าทั้ง 3 นายด้วยความว้าวุ่นใจ  และสับสน ถึงแม้ว่า จะได้มาแต่เพียงร่างกายของ 3 ทหารกล้าแต่ทุกคนก็รอด้วยความหวัง โดยมี พล.ต.สุรพงษ์  ปราการรัตน์ ผอ.รพ.อานันทมหิดล พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทหารชั้นผู้ใหญ่ให้ความสะดวกในทุกด้าน จึงสร้างความคลายกังวลลงไปได้พอสมควร

          ในส่วนของญาติของทหารกล้าทั้ง 3 นายนั้น มีนาวาโทหญิง อาภา แก้วกระมล นายทหารเรือภรรยาของ พ.ต.ฐิติรัตน์ ได้โอบกอดน้องปทิตตา (หรือน้องอิ่ม) และน้องปาณิสรา (หรือน้องเอม) บุตรสาวฝาแฝดอายุ 3 ขวบ 10เดือน วัยไร้เดียงสา ซึ่งกำลังน่ารักน่าชังไว้ในอ้อมกอดโดยมีคุณย่าคอยปลอบใจข้างๆ

          ภรรยา ของ พ.ต.ฐิติรัตน์ เล่าว่า ที่จริงแล้ว สามีไม่ได้เข้าเวรที่จะขับเครื่องบิน โดยเป็นวันหยุดแต่ที่สามีต้องไป เนื่องจากเพื่อนทหารที่ทำงาน เกิดอาการล้าจากการทำงาน จึงโทรให้สามีไปขับเครื่องบินแทน โดยก่อนคืนเกิดเหตุ สามียังนั่งทำงาน ดูแผนทีหาพิกัดจุดตกของเครื่อง เพื่อเป็นข้อมูลในการทำงาน ก่อนออกจากบ้านในตอนเช้า

          ทั้งนี้ เวลาประมาณ 08.00 น.ลูกสาวฝาแฝด คือ น้องอิ่มน้องเอม ได้นั่งเล่นกันแล้วพูดออกมาว่าพ่อตายแล้ว เธอเองยังดุลูกว่า อย่าพูดอย่างนั้นพ่อไปทำงาน แต่พอเวลา 10 โมง เธอนั่งดูข่าวว่าเครื่องของทหารบกตก ก็ได้แต่ภาวนาว่า อย่าเป็นสามีเลย แต่สุดท้ายก็เป็นสามีของเธอเองจริงๆ

          นาวาโทหญิง อาภา บอกต่อว่า ในช่วงเดือนที่ผ่านมา สามีมีอาการแปลก ๆ คืออยากกลับบ้านมาหาแม่ที่จังหวัดลพบุรี โดยได้พาครอบครัวมาเมื่อช่วงเข้าพรรษา และเมื่อช่วงวันเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาก็มาหาแม่ที่บ้าน เหมือนจะมาลาแม่ตนเอง ร่วมถึงก่อนจะออกจากบ้าน ได้เข้าไปกอดลูก ซึ่งแปลกไปจากทุกครั้ง ที่ก่อนออกจากบ้าน จะไม่เข้าไปหาลูกนานอย่างครั้งนี้

          ด้าน นางศิริวิภา  อาจคงหาญ ภรรยา ของ ร.ท.ปูรณะ  หวานใจ กอดบุตรชายวัย 3 ขวบไว้ในอ้อมกอด พร้อมบอกว่า เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา เธอได้ฝันว่า สามีมีบาดแผลเต็มตัวไปหมด จึงได้พาไปทำบุญ เพราะเพราะเป็นห่วง เนื่องจากนักบินที่2ของเครื่องฮิวอี้ที่ตกลำแรก เป็นเพื่อนของสามีที่เรียนมาด้วยกัน และเป็นบัดดี้กัน เพราะรักกันมาก ในเช้าที่ผ่านมา เธอได้บอกว่า ก่อนไปทำงานให้ใส่บาตรก่อน เพราะกลัวความฝันจะเป็นจริง และก็เกิดขึ้นจริง ๆ ซึ่งเธอเองเสียใจมาก

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางจริรัตน์  ภรรยาของ จ.ส.อ.วิเชียร  จันทร์พัฒน์ ได้กอดรูปสามี พร้อมทั้งร้องไห้จนเป็นลมล้มพับไป และเมื่อรถของโรงพยาบาลบ้านลาดมาถึง ทุกคนต่างร้องไห้ระงม ต่างโอบกอดหีบศพ ร้องไห้ คร่ำครวญด้วยความเสียใจ

          ทั้งนี้ บรรยากาศในพื้นที่ห้องชันสูตรศพ ของโรงพยาบาลอานันทมหิดล เป็นไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจ ต่อผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งทุกคนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

         ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเก็บรักษาศพของทหารกล้าทั้ง 3 นายที่ห้องชันสูตรศพ ของโรงพยาบาลอานันทมหิดล เพื่อรอการพระราชทานน้ำหลวงอาบศพในวันที่ 25 ก.ค.นี้ ที่วัดดงสวอง ต.เขาสามยอด อ.เมือง ลพบุรี ซึ่งยังมี ทหารกล้าที่พลีชีพในภารกิจเดียวกัน ตั้งบำเพ็ญกุศลอยู่จำนวน 4 ศพ จะทำการพระราชทานเพลิงในวันที่ 25 ก.ค.นี้ เวลา 16.00 น. จากนั้น จึงจะมีการพระราชทานน้ำหลวงอาบศพทหารกล้าทั้ง 3 นาย ซึ่งเสียชีวิตในช่วงเช้าต่อเนื่องกันไป

 

กาญจนบุรี เตรียมพร้อมประกอบพิธีศพผู้เสียชีวิต จากเครื่องบินแบล๊คฮอว์คตก

 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณศาลาริมน้ำ วัดทุ่งลาดหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เจ้าหน้าที่ทหารของกองพลทหาราบที่ 9 ได้ตั้งเต๊นจัดเตรียมสถานที่เพื่อที่จะเตรียมความพร้อมในการประกอบพิธีรดน้ำศพ และพิธีพระราชทานน้ำอาบศพ แก่ พล.ต.ตะวัน เรืองศรี ผบ.พล.ร.9 และผู้ที่เสียชีวิตอีก 8 นาย สาเหตุจากเครื่องบินแบล๊คฮอว์คตก เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

          โดยศพของผู้เสียชีวิตทั้งหมดจะถูกเคลื่อนย้ายจาก รพ.ค่ายสุรสีห์ เวลา 09.00 น. ไปยังศาลาริมน้ำ วัดทุ่งลาดหญ้า อยู่เยื้องๆกับ ศาลาธรรมสังเวช ซึ่งเป็นสถานที่สวดพระอภิธรรมศพของ พ.ต.กิติภูมิ เอกพันธ์ รอง ผบ.ร. 19 พัน 2 ซึ่งจะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพในเวลา 15.00 น. วันที่ 26 กรกฎาคม

          หลังจากนั้นศพของผู้ที่เสียชีวิตจากเครื่องบินตก เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ที่ผ่านมา จะถูกเคลื่อนย้ายออกจากศาลาริมน้ำ ไปยังศาลาธรรมสังเวชเพื่อทำพิธีบำเพ็ญกุศลศพต่อไป

 

มทภ.1แถลงสรุปเหตุการณ์ ฮ.ตกสามครั้งตาย17เจ็บ1


           พล.ท.อุดมเดช สีตะบุตร แม่ทัพภาคที่ 1 แถลงข่าวภายหลังการเคลื่อนย้ายศพจากเหตุการณ์เครื่องแบล็คฮอว์คตก ไปที่กาญจนบุรีแล้วว่า  การแก้ไขสถานการณ์และการเก็บกู้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เราทำงานมาตั้งแต่วันที่  16-24 ก.ค. รวม 8 คืน 9 วัรน โดยสรุปมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ตกสามครั้ง เป็นทหาร 16 นาย เป็นเจ้าหน้าที่จาก ททบ.5  1 คน และผู้บาดเจ็บ 1 คน ซึ่งขณะนี้ส่งไปรักษาตัวที่ รพ.พระมงกุฏเกล้าแล้ว 

           ทั้งนี้ ผบ.ทบ. ห่วงใยในการปฏิบัติการทั้งผู้ประสบภัยและผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งทุกอย่างอยากให้ทำรอบคอบปลอดภัยแต่ต้องคำนึงถึงความรวดเร็ว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกคนปฏิบัติตามหน้าที่อย่างสมเกียรติและศักดิ์ศรี  ทำด้วยความมุ่งมั่นอย่างที่ ผบ.ทบ. ได้มอบหมายให้ ตน กองทัภาคที่ 1และ กองพลทหารราบที่ 9   เข้ามาควบคุมการปกิบัติการ  เราต้องสดุดี ต่อวีรกรรมของผู้ปฏิบัติงานด้วยความเสียสละ รวมทั้งขอแสดงควาทมเสียใจกับญาติผู้เสียชีวิต ทั้งนี้ได้รับความราวมมือจากสื่อ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี

           "ผบ.ทบ.กราบชอบคุณทุกคนที่ให้ความร่วมมือครั้งนี้ กองทัพยืนบยันจะปฏิบัติงานด้วยความตั้งใจทุ่มเทเสียสละ ทำงานให้ปลอดภัยด้านต่าๆของชาติบ้านเมือง ส่วนงานต่อไปเกี่ยวกับเรื่องป่าไม้ก็ต้องลาดตระเวนเพราะเป็นภารกิจที่สำคัญ อย่างไรก็ตามขณะนี้มีกำลังทหารที่อยู่ในพื้นที่ประมาณ 200 คน ซึ่ทำหน้าที่เก็บวัตถุพยาน และจะออกจากพื้นที่ในวันพรุ่งนี้ (25 ก.ค. )และจะกลับมาให้เรียบร้อยมในสามวัน ส่วนเครื่องมือหรือเฮลิคอปเเตอร์ก็ยังมีความจำเป็นในการปฏบัติงาน"พล.ท.อุเดชกล่าว
 
           พล.ท.อุดมเดช กล่าวต่อว่า จากผลการสอบสวน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 2ลำแรกเป็นเรื่อสภาพอากาศที่เลวร้าย ที่เราก็ไม่อยากเชื่อว่าจะทำให้เฮลิคอปเตอร์ตกได้ขนาดนี้ และเหตุการณ์ล่าสุดเกิดจากเครื่องยนต์ขัดข้อง เราต้องไปดูสภาพของ เฮลิคอปเตอร์ต่างๆ แต่กองทัพก็มั่นใจว่าเรามีมาตรการในการดูแลรักษาอย่างถูกต้อง 
 
           พล.ท.อุดมเดชกล่าวว่า สำหรับตัวส่งสัญญาน หรือ "อีแอลที" ของเครื่องแบล็คฮอว์ค ขณะนี้หาพบแล้ว แต่สภาพเป็นการตกกระแทกทำให้ชำรุด ตัวส่งสัญญาณกับแบตเตอรี่แตกออกจากกัน ทำให้ไม่สามารถส่งสัญญาณได้