
เนื้อหมูส่อพุ่งเกินราคาแนะนำขึ้นอีก2บาท
ผู้ค้าชี้ราคาเนื้อหมูมีแนวโน้มขยับสูงขึ้น ล่าสุดหมูเป็นหน้าฟาร์มอยู่ที่กิโลละ 75-78 บาท แซงหน้าราคาแนะนำ คาดสัปดาห์นี้ปรับขึ้นแน่อีก 2 บาท ดันขายปลีกขึ้นตาม ด้านผู้เลี้ยงเผยเหตุจากโรดระบาด ผลผลิตเสียหาย 30% รับผลผลิตไม่เพียงพอ แนะรัฐหากต้องการคุมราคา ต้อ
แหล่งข่าวจากวงการค้าเนื้อสุกรเพื่อการบริโภค เปิดเผยว่า ขณะนี้ราคาเนื้อหมูมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มได้ปรับเพิ่มสูงขึ้นถึงกิโลกรัม (ก.ก.) ละ 75-78 บาท ส่งผลให้ราคาขายส่งและขายปลีกปรับสูงขึ้นตาม โดยหมูเนื้อสะโพกขายส่งที่กิโลกรัมละ 128 บาท และขายปลีกอยู่ที่กิโลกรัมละ 135-140 บาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาขายที่ได้กำไรน้อยมาก แต่บางตลาดที่การแข่งขันน้อยพบว่าราคาขายปลีกปรับตัวสูงขึ้นไปถึงกิโลกรัมละ 150 บาท อีกทั้งราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มยังมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นอีกกิโลกรัมละ 2 บาทภายในสัปดาห์นี้ ทำให้ราคาขายส่งและขายปลีกต้องปรับขึ้นตามอีกแน่นอน
สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการฉวยโอกาสในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ทำให้ไม่มีการดำเนินมาตรการดูแลอย่างจริงๆ จังๆ ทั้งการลักลอบส่งออกสุกรตามตะเข็บชายแดนก็ยังเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ในส่วนของพ่อค้าเองไม่มีปัญหากับการปรับขึ้นราคา เพราะหากต้นทางปรับขึ้นในส่วนปลายทางก็ต้องปรับตาม แต่ปัญหาเกิดที่การถูกบีบราคาปลายทางโดยการกำหนดราคาแนะนำไว้ ซึ่งเชื่อว่าหากรัฐมนตรีเข้ามาจัดการจริงจัง ทางเจ้าหน้าที่ก็มีความสามารถเข้ามาจัดการให้ราคาปรับลดลงนั้นทำได้อยู่แล้ว
นายสุรชัย สุทธิธรรม นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ กล่าวว่า สาเหตุที่ราคาสุกรหน้าฟาร์มปรับสูงขึ้นนั้น เนื่องจากเกิดโรคระบาดขึ้น ซึ่งไม่เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น แต่เกิดขึ้นในหลายประเทศทั้งจีน เกาหลี และเวียดนาม ทำให้ผลผลิตลดลงไปถึง 50% ส่งผลให้ราคาเนื้อหมูปรับสูงขึ้น เช่น ประเทศเพื่อนบ้านราคาขึ้นไปถึง 10-20% ขณะที่ในประเทศไทยผลผลิตได้รับความเสียหาย 30% ราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มปรับสูงขึ้นไปอยู่ที่กิโลกรัมละ 75-78 บาท และจะไม่ลดลงไปต่ำกว่านี้แล้ว
“โรคระบาดที่เกิดขึ้นนั้นต้องขอบคุณกรมปศุสัตว์ที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีทำให้ผลผลิตในประเทศไม่เสียหายมากนักเมื่อเทียบกับที่อื่นๆ ทั้งๆ ควบคุมยากเพราะเป็นเชื้อที่ลอยมาทางอากาศ อย่างไรก็ตามยอมรับว่าผลผลิตในขณะนี้ไม่ค่อยเพียงพอ” นายสุรชัยกล่าว
นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ กล่าวต่อว่า ส่วนที่ราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มในขณะนี้สูงกว่าราคาแนะนำตามที่กรมการค้าภายในกำหนดราคากิโลกรัมละ 70 บาทนั้น ราคาดังกล่าวเป็นเพียงราคาแนะนำ แต่สินค้าเกษตรคงไม่สามารถควบคุมราคาได้ หากรัฐต้องการจะควบคุมจริง ก็ต้องมีการประกันราคาขั้นต่ำ ซึ่งควรจะอ้างอิงกับราคาต้นทุนอาหารสัตว์ แต่ขณะนี้คงยังไม่สามารถบอกได้ว่าราคาประกันชั้นต่ำจะเป็นอย่างไร



