ข่าว

ผู้แทนการค้าไทยรับใช้ชาติหรือนายกฯ

ผู้แทนการค้าไทยรับใช้ชาติหรือนายกฯ

25 ก.ค. 2554

ผู้แทนการค้าไทย รับใช้ชาติหรือนายกฯ : ชาวบ้านร้านตลาด โดย ภาณุมาศ ทักษณา

          ผมเข้าใจว่า คงเป็นที่แน่นอนแล้วนะครับว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่ ส.ส.แบบสัดส่วนลำดับที่ 1 ของพรรคเพื่อไทย จะได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ต่อสภาผู้แทนราษฎร และคงได้รับเสียงสนับสนุนจากพรรคร่วมรัฐบาลครบตามจำนวน จากนั้นอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดินในทางนิตินัยก็จะอยู่ในกำมือของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในฐานะนายกรัฐมนตรี ส่วนอำนาจการบริหารราชการแผ่นดินในทางพฤตินัยจะอยู่ในความดูแลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผู้มากบารมีในพรรคเพื่อไทยหรือไม่ เดากันเอาเองนะครับ(ฮา)

 แล้วหลังจากนั้นคนไทยจำนวนไม่น้อยก็จะมีชีวิตชีวาอย่างไม่เคยมีมาหลายปี ด้วยนโยบาย “พี่คนนี้นั้นมีแต่ให้” บานเบอะ หลายอย่างหลายคนอาจจะท่องจนขึ้นใจแล้วก็ได้(ฮา) และหลายคนอาจกำลังรอคอยให้นโยบายที่ว่าเป็นความจริงเร็วๆ อาทิ ค่าจ้างแรงงาน 300 บาททั่วประเทศ, เงินเดือนผู้จบปริญญาตรี 1.5 หมื่นบาท, แจกโน้ตบุ๊กให้นักเรียน ไปจนถึงโครงการช่วยเหลือชาวบ้านร้านตลาดหลากหลายโครงการ ที่ผมเข้าใจว่าทีมงานเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทยคงกำลังวางแผนที่จะขับเคลื่อนโครงการเหล่านั้นให้เป็นจริงตามหาที่เสียงไว้

 ส่วนโครงการไหนจะทำได้มากน้อยแค่ไหน หรือทำไม่ได้เลย พวกเราไม่ต้องไปวิตกกังวลให้เสียจริตหรอกนะครับ พรรคฝ่ายค้านที่มีพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำคงจะไล่เบี้ยเป็นเรื่องๆ ตามหน้าที่ไปเต็มสูบ(ฮา) ในส่วนของผมก็จะทำหน้าที่ติติง ทักท้วงและเสนอแนะในสิ่งที่คิดว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ควรจะรับทราบเหมือนที่นำเสนอไปแล้ว 2 เรื่องนั่นแหละ

 จันทร์นี้ผมมีเรื่องที่อยากจะฝากไปยังรัฐบาลใหม่ว่า อยากให้มีการ “ทบทวน” องค์กรอิสระต่างๆ ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เคยตั้งสมัยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเสียใหม่ได้ไหมครับ เท่าที่ผมเห็นมีหลายหน่วยงานเหลือเกินที่มีลักษณะงานที่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานประจำที่มีอยู่แล้ว จริงอยู่เจตนาในการจัดตั้งองค์กรอิสระของอดีตนายกฯทักษิณ คือ ต้องการความคล่องตัวในการทำงาน เพราะถ้าสั่งงานผ่านหน่วยงานราชการที่มีอยู่เดิมอาจติดขัดในเรื่องระเบียบข้อบังคับ หรืองบประมาณที่จะใช้สอย แต่ผมเชื่อว่า นับจากปี 2545 จนถึงวันนี้เป็นเวลาเกือบ 10 ปีแล้ว เราน่าจะประเมินได้ว่า ผลงานขององค์กรอิสระเหล่านั้นคุ้มค่าหรือสมกับวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้หรือไม่ หรือว่ากลายเป็นองค์กรที่เข้ามาผลาญเงินของชาติไปเปล่าๆ ปลี้ๆ อย่างน่าเสียดาย

 องค์กรแบบนั้นมีเยอะครับ ผมจะยกตัวอย่างให้เห็น 1 แห่ง คือ สำนักงานผู้แทนการค้าไทย ที่ตั้งขึ้นในเดือนมีนาคม 2545 ยุคที่ พ.ต.ท.ทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรีนั่นแหละครับ หน่วยงานนี้มีหน้าที่ทำงานตามบัญชาของนายกรัฐมนตรี ในการขยายตลาดการค้าไทยใหม่ๆ ในภูมิภาคต่างๆ และเสริมสร้างความสัมพันธ์กับประเทศคู่ค้าเจรจาเอฟทีเอของไทย ครั้ง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านได้สั่งยุบในปี 2550 แต่พอนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ ก็ฟื้นหน่วยงานนี้ขึ้นมาใหม่ อย่างไรก็ตาม ผู้ดำรงตำแหน่งนี้ก็คงจะหมดไปพร้อมกับรัฐบาลนี้

 ผมจึงอยากให้รัฐบาลใหม่ได้ทบทวนครับ เพราะงานของผู้แทนการค้าไทยทับซ้อนกับงานของรัฐมนตรีทั้งช่วยและว่าการในกระทรวงพาณิชย์ หรือแม้แต่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ก็ตาม สองปีที่แล้วรัฐมนตรีในกระทรวงพาณิชย์ “บิน” ไปเปิดตลาดในประเทศต่างๆ เป็นว่าเล่น ผู้แทนการค้าไทยไม่น่าจะมีความจำเป็นใดๆ และควรยุบเลิกได้แล้วครับ...เว้นเสียแต่ว่ารัฐบาลใหม่ต้องการมีตำแหน่งนี้ไว้เผื่อ “ยัด” คนของตัวเองเข้าไปกินตำแหน่งที่มีสถานะเทียบเท่ารัฐมนตรี...ก็ว่ากันไปนะครับ อำนาจอยู่ในมือท่านแล้วนี่ ชาวบ้านร้านตลาดอย่างผมจะไปทำอะไรได้ !