ข่าว

"สยามไทยมุง" งานใหญ่โชว์ศิลปวัฒนธรรมไทยจากทุกภาค

"สยามไทยมุง" งานใหญ่โชว์ศิลปวัฒนธรรมไทยจากทุกภาค

25 ก.ค. 2554

ชมหมู่บ้านวัฒนธรรม-ความบันเทิงจากศิลปิน

          กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดงานยักษ์ใหญ่ “สยามไทยมุง” เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ระหว่างวันที่ 11-13  สิงหาคมนี้ เปิดพื้นที่จัดเป็นหมู่บ้านวัฒนธรรมให้เข้าชม เพื่อนบ้านจาก 9 ประเทศตอบรับเข้าร่วมงานด้วย
 
          ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 11-13  สิงหาคม ที่จะถึงนี้ กรมได้จัดงานใหญ่ที่มีชื่อว่า "84 วัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน เฉลิมพระเกียรติ"  หรือเรียกให้จำง่ายๆ ว่า "สยามไทยมุง"  ขึ้น ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย งานนี้จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ การจัดงานจะเป็นในลักษณะของ Culture Village หรือหมู่บ้านวัฒนธรรม
 
          ด้วยคอนเซ็ปต์ของงานที่ว่า “9 เสน่ห์มรดกวัฒนธรรม 8 วิถีไทย” บรรยากาศภายในงานจึงเป็นการนำการแสดงพื้นบ้าน และของดีของไทยจากทุกภาคมารวมกันไว้ที่นี่ และที่พิเศษคือ จะมีการแสดงพื้นที่บ้านจาก 9 ประเทศเพื่อนบ้านมารวมอยู่ในงานนี้ด้วย 
 
          ด้านการแสดงบนเวทีในงาน จะมี ขวัญจิต ศรีประจันต์ (เพลงพื้นบ้านภาคกลาง), หมอลำฉวีวรรณ พันธุ และ ป. ฉลาดน้อย, เอกชัย ศรีวิชัย, จำอวดหน้าม่าน “น้าโย่ง น้านง น้าพวง” รุจ เดอะสตาร์ เอฟเอ็ม 95 ลูกทุ่งมหานคร
 
          พร้อมกันนั้นยังมีนิทรรศการ การสาธิตผลงาน และการแสดงของโครงการวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน เสวนาวิชาการ เรื่อง “8 วิถีไทย สานสายใยชุมชน” การสาธิต จำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม ผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ของเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป และชิมอาหารพื้นบ้านของโครงการวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน 
 
          นอกเหนือจากงานใหญ่ที่จัดขึ้นครั้งนี้แล้ว ภายในเดือนพฤศจิกายน จะมีงานที่คนมาร่วมงานอย่างคับคั่งอีกครั้ง เพราะเป็นงาน เกาหลีเฟสติวัล โดยประเทศเกาหลีติดต่อมาแล้วว่า จะมีนำสินค้า และศิลปิน เค-ป๊อป มาจัดงานยิ่งใหญ่ที่นี่ ดังนั้นแฟนๆ ที่หลงใหลศิลปินเกาหลี หรือสินค้าเกาหลีไม่ควรพลาด ส่วนการจัดงานจะมีขึ้นวันไหน ขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดวันที่แน่นอน แต่จะแจ้งให้ทราบในช่วงใกล้งานอีกครั้งหนึ่ง
 
          การที่กรมเปิดพื้นที่ให้คนเข้ามาใช้บริการในศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น ก็เพื่อเป็นการเพิ่มคุณค่าทางสังคม และมูลค่าทางเศรษฐกิจของทุนทางวัฒนธรรมอย่างเป็นรูปธรรมตามนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของรัฐบาล อีกทั้งเป็นการจัดกิจกรรมนำร่อง เพื่อเปิดพื้นที่ของศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย และของกระทรวงวัฒนธรรม ที่จะจัดสร้างขึ้นในอนาคต ให้เป็นศูนย์กลางแหล่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้การถ่ายทอดและนำเสนอผลงานทางศิลปวัฒนธรรมมิติใหม่ เพื่อเปิดโอกาสให้เข้าถึงสาธารณชนได้อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะกลุ่มเด็ก เยาวชน และผู้ด้อยโอกาสในสังคม