ข่าว

"เปิดหน้าชน-ขาโจ๋ทราบแล้วเปลี่ยน"

"เปิดหน้าชน-ขาโจ๋ทราบแล้วเปลี่ยน"

24 ก.ค. 2554

ล้วงตับการเมืองสุดสัปดาห์วันที่ 24 ก.ค.

         ถึงวันนี้ “ประชาธิปัตย์” จะเดินกลับไปเป็นฝ่ายค้านอีกคำรบ แต่หนึ่งเดียวของทัพประชาธิปัตย์ที่ยังนั่งบนเก้าอี้ฝ่ายบริหาร ยังปรากฏกาย “ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร” ผู้ว่าฯกทม. หนึ่งเดียวขุมอำนาจประชาธิปัตย์ในรัฐบาลใหม่ “แสงสปอตไลท์” ทางการเมืองยังหมุนจับไปที่บริบทประชาธิปัตย์ในอำนาจที่เหลืออยู่

          โดยเฉพาะท่าทีของ “คุณชาย” ใต้ปีกรัฐบาลเพื่อไทยจากนี้ จะเลี้ยงคะแนนความนิยมเมืองกรุงอย่างไร ท่ามกลางกระแส “เพื่อไทยฟีเวอร์” โหมกระหน่ำทุกทิศทาง

          ว่ากันว่า นอกจากเวทีฝ่ายค้านในสภา เกมนอกสภาการเร่งสร้างผลงานประชาธิปัตย์ในยุค “คุณชาย” จะใส่เกียร์ 5 เร่งเต็มอัตราศึก ชิงผลงาน “ธงฟ้า” ใต้ “ธงแดง” เตรียมเปิดหน้าชนบี้กระทรวงมหาดไทยรัฐบาลเพื่อไทย ชงครม.ให้ไฟเขียวโครงการระบบขนส่งมวลชนขนาดรอง (โมโนเรล) สายจุฬาฯ-สยาม ระยะทาง 1.5 กิโลเมตร โครงการไรท์เรลสายบางนา-สุวรรณภูมิ ระยะทาง 18 กิโลเมตร และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้มส่วนต่อขยายช่วงหมอชิต-สะพานใหม่ ระยะทาง 13 กิโลเมตร

          รุกคืบรอบี้ “มท.1” คนใหม่ทันทีที่รับตำแหน่ง วัดใจ “สปิริต” จะกีดกันผลงานประชาธิปัตย์ยุคคุมอำนาจเมืองหลวงหรือไม่

          จึงเป็นที่มาซุ่มเสียง “คุณชาย” ย้ำแล้วย้ำอีก “ผมขอลายเซ็นจากรัฐบาลเท่านั้น ที่เหลือกทม.ขอจัดการเอง” เพราะเหลือเวทีเดียวในการสร้างผลงานเป็นรูปธรรมในมือประชาธิปัตย์ตอนนี้ ในการทำหน้าที่ “สร้างผลงาน” และเป็น “ฝ่ายค้าน” ไปพร้อมๆ กัน

          รอเวลาการเมืองเปลี่ยนสี...ได้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง!

 

ขาโจ๋ทราบแล้วเปลี่ยน

          หายหน้าไปสักพักนับตั้งแต่จบศึกเลือกตั้ง วันก่อนปะหน้า “ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์” ประธานพรรครักษ์สันติ เจ้าของผลลัพธ์ 1 ที่นั่งส.ส.ในสภา จากคะแนนรวม 284,000 กว่าคะแนน ที่ประชาชนเทให้ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ

          ถึงจะดูน่าผิดหวังสำหรับพรรคทางเลือก ที่ก่อนหน้านี้ได้รับกระแสสนับสนุนเป็นอย่างดี แต่สอบถามเจ้าตัวกลับพอใจในเสียงที่ได้ ด้วยเป็นพรรคที่เกิดใหม่ และไม่ได้มีเงินถุงเงินถังเฉกเช่นพรรคการเมืองอื่นๆ ฝ่าทะลุเข้ามาได้สักคนต้องเรียกว่า “แฮปปี้เอนดิ้ง” ถึงจะถูก

          ที่น่าจับตาเห็นจะหนีไม่พ้นบทบาทการเป็นฝ่ายค้านของ “ไม้บรรทัด” ที่จะคอยตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ซึ่งทันทีที่ถามถึงเรื่องแรกที่จะทำ “อาจารย์ปุ” สวนตอบทันควันเลยว่า อย่างไรต้องเป็นการบังคับใช้กฎหมายเพื่อจัดระเบียบสังคมตามแบบฉบับ โดยเฉพาะสถานบันเทิงที่ขณะนี้เปิดเกินเวลาและตั้งอยู่ในพิกัดนอกเหนือ "โซนนิ่ง” กันอย่างโจ๋งครึ่ม

          ไม่วายยังเล่าเหตุการณ์เมื่อครั้งช่วงหาเสียง ที่อาจารย์นำคณะไปตรวจสอบสถานบันเทิงย่าน ซ.คาวบอย ด้วยตัวเอง โดยวันนั้นทันทีที่ไปถึงบรรดานักเที่ยวรุ่นกลางและใหญ่ต่างชะงัก เพราะคุ้นหน้าคุ้นตากับบทบาท อันเลื่องชื่อเมื่อครั้งนั่งแท่นเป็น มท.1 เป็นอย่างดี

          แม้งานนี้จะไม่มีรายการเปิดไฟ-จับส่งกลับบ้านเหมือนในอดีต แต่เชื่อได้ว่านักเที่ยวเหล่านั้นคงต้องรีบกลับบ้านโดยพลัน เพราะขืนนั่งต่อไปก็คงไร้สนุก ไม่รู้จะมีใครโผล่มาให้หวาดเสียวอีก

          “มือปราบสายเดี่ยว” กลับมาแล้ว ขาโจ๋ทราบแล้วเปลี่ยน!!


ว่าที่รมต.เท้าติดดิน

          นาทีนี้โผครม. “ยิ่งลักษณ์ 1” ยังฝุ่นตลบ มีแต่คาดกันไปเดากันมา ชื่อคนนั้นคนนี้โผล่นั่งที่นั่นที่นี่มั่วกันไปหมด หลายคนที่มีชื่อเป็นแคนดิเดตรัฐมนตรีแล้วเริ่มวางมาดก็จะมีให้เห็นกันบ้างแล้ว

          วันก่อนเจอ “พี่ป๊อป” น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย หนึ่งในผู้ที่มีชื่อเป็นแคนดิเดตรัฐมนตรีในครม.“ยิ่งลักษณ์ 1” กับเขาด้วย

          แต่ “พี่ป๊อป” ดูจะแปลกกว่าแคนดิเดตรัฐมนตรีคนอื่นๆ ก็ตรงที่ ยังคงพูดคุย ทักทาย หยอกล้อกับนักข่าวเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

          แม้แต่การแต่งกาย ที่วันนี้แคนดิเดตรัฐมนตรีหลายคนเริ่มใส่สูทผูกไท แต่งหล่อรอตำแหน่งกันแล้ว แต่ “พี่ป๊อป” ก็ยังมาทำงานที่พรรคในลุคเดิมๆ

          สวมเสื้อเชิ้ต ปล่อยชายเสื้อไว้นอกกางเกงยีน กับรองเท้าผ้าใบ เข้ามาทำงานที่สำนักงานปราบโกง (สปก.) พรรคเพื่อไทย ตามปกติ

          เห็นแล้วกระจอกข่าวเลยอดแซวไม่ได้ว่า “เป็นถึงแคนดิเดตรัฐมนตรีทั้งที แต่งตัวไม่เห็นสมกับเป็นว่าที่รัฐมนตรีเหมือนกับคนอื่นๆ เอาเสียเลย”

          “พี่ป๊อป” หันมายิ้มก่อนจะตอบว่า “ทำไมไม่ลองคิดมุมกลับดูบ้างล่ะว่า เหลือเวลาแต่งตัวแบบนี้ได้อีกไม่นานแล้ว เลยต้องรีบแต่งเอาไว้ก่อน”

          แหม! ถ้าไม่ได้ยินกับหูคงไม่เชื่อว่า พรรคเพื่อไทยก็มีว่าที่รัฐมนตรีเท้าติดดินกับเขาเหมือนกัน