ข่าว

เปิดความเห็น5อย่างรบ.ปูไม่ควรทำ

เปิดความเห็น5อย่างรบ.ปูไม่ควรทำ

24 ก.ค. 2554

เปิดความเห็นปชช.ไม่ชอบ 5 อย่างให้"รบ.ยิ่งลักษณ์" ทำ ไม่ทำสัญญาที่หาเสียงไว้ เอา"ยี้"มานั่งเก้าอี้รมต. แย่งชิงตำแหน่งรมต. , นโยบายตป.ที่ทำให้ชาติเสียดินแดน และการใช้กฎหมู่เหนือกม. สวนดุสิตโพลล์ชี้ปัญหาทุจริต คอรัปชั่นทำให้ปชช.ส่วนใหญ่รู้สึกแย่

         (24ก.ค.) นางสาวฐานัดดา อัศวโยธิน ผู้ประสานงานกลุ่มคนเสื้อแดงลำปาง เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางกลุ่มคนเสื้อแดงลำปางได้มีการ เตรียมพร้อมในการจัดงานทำบุญวันเกิดและพิธีสืบชะตา ให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไว้พร้อมแล้ว  ซึ่งการจัดงานดังกล่าว จะจัดขึ้นที่วัดบ้านหล่ายทุ่ง ต.นาครัว อ.แม่ทะ จ.ลำปาง ในวันอังคารที่ 26 กรกฏาคม 2554 ที่จะถึงนี้ โดยใช้ชื่องานว่า เครื่อข่ายพิทักษ์ ประชาธิปไตย จังหวัดลำปาง

          ทั้งนี้ ทางกลุ่มคนเสื้อแดงลำปางได้แจกเอกสารเชิญชวน ให้พี่น้องประชาชน และกลุ่มมคนเสื้อแดง ในพื้นที่จังหวัดลำปาง เดินทางเข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียงกัน ซึ่งการจัดงานทำบุญวันเกิดให้ พ.ต.ท.ทักษิณ  ถือว่าเป็นการจัดงานคู่ขนาน กับการฉลองวันเกิดของพ.ต.ท.ทักษิณ ในต่างประเทศเคียงคู่กันด้วย

 

"เอแบคโพลล์"เปิดความเห็นไม่ชอบ5อย่าง"รบ.ยิ่งลักษณ์"ทำ

          สำนักวิจัยเอแบคโพลล์    มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เสนอผลวิจัยเชิงสำรวจ  เรื่องเสียงสะท้อนของสาธารณชนต่อ การจัดตั้งรัฐบาลและนโยบาย ถ้านางสาวยิ่งลักษณ์  ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี : กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป ใน 17 จังหวัดของประเทศ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง เสียงสะท้อนของสาธารณชนต่อ การจัดตั้งรัฐบาลและนโยบาย ถ้านางสาวยิ่งลักษณ์  ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป ใน 17 จังหวัดของประเทศ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ เชียงใหม่ เพชรบุรี สระบุรี นครปฐม ชลบุรี มหาสารคาม ร้อยเอ็ด นครราชสีมา เลย ขอนแก่น อุบลราชธานี สงขลา และนครศรีธรรมราช   จำนวนทั้งสิ้น 2,178 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการในช่วง 18 - 23 กรกฎาคม 2554 โดยการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งกลุ่มเชิงชั้นภูมิหลายชั้น สุ่มจังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน ชุมชน ครัวเรือน และผู้ตอบแบบสอบถาม ที่ช่วงความคลาดเคลื่อนบวกลบร้อยละ 7 ผลการสำรวจพบว่า
 
         5 อันดับแรกของสิ่งที่ “ไม่ชอบ” ต่อกระแสข่าวช่วงการจัดตั้งรัฐบาลและร่างนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ ถ้านางสาวยิ่งลักษณ์  ชินวัตร จะได้เป็นนายกรัฐมนตรี (ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ) ได้แก่ อันดับแรก ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 74.3 ระบุเป็นข่าวรัฐบาลจะไม่ทำตามที่หาเสียงไว้ทันที / มีเงื่อนไขในสิ่งที่จะเป็นนโยบาย แต่ไม่บอกชาวบ้านช่วงเลือกตั้ง อันดับที่สองได้แก่ ร้อยละ 72.8 ระบุเป็นข่าวการเอาคนที่มีภาพลักษณ์ไม่ดี หรือ “ยี้” มาเป็นรัฐมนตรี อันดับที่สาม ได้แก่ ร้อยละ 71.7 ระบุข่าวความวุ่นวายแย่งชิงตำแหน่งรัฐมนตรี อันดับที่สี่ ได้แก่ ร้อยละ 68.4 ระบุ ข่าวนโยบายต่างประเทศที่จะทำให้ประเทศชาติสูญเสียดินแดน และอันดับที่ห้า ได้แก่ ร้อยละ 63.1 ระบุข่าวนักการเมืองและกลุ่มผู้สนับสนุนการเมืองใช้กฎหมู่เหนือกฎหมาย ไม่ทำตามระเบียบกฎเกณฑ์

         อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจยังพบ 5 อันดับแรกของสิ่งที่ “ชอบ” ต่อกระแสข่าว ช่วงการจัดตั้งรัฐบาลและร่างนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ ได้แก่ อันดับแรกหรือร้อยละ 76.9 ระบุชอบท่าทีของนางสาวยิ่งลักษณ์  ชินวัตร ต่อปัญหาการเมือง อันดับสอง ได้แก่ ร้อยละ 74.9 ระบุ การร่วมมือกันจัดตั้งรัฐบาลโดยไม่มีเหตุการณ์วุ่นวายรุนแรง อันดับสามได้แก่ ร้อยละ 70.7 ระบุ ชอบท่าทีของนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ ต่อปัญหาการเมือง อันดับสี่ได้แก่ ร้อยละ 64.4 ชอบข่าวตัวแทนต่างชาติเข้าสนับสนุน นางสาวยิ่งลักษณ์  ชินวัตร และอันดับห้า ได้แก่  ร้อยละ 60.8 ชอบข่าวการปรับตัว ปรับปรุงการทำงานการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ ตามลำดับ

         ที่น่าพิจารณาคือ เมื่อถามถึงพฤติกรรม “ยอดแย่” หรือ “ยี้” ของกลุ่มรัฐมนตรี และที่ปรึกษา ผู้ติดตามรัฐมนตรี ที่ไม่ต้องการให้นางสาวยิ่งลักษณ์  ชินวัตร เลือกมาเป็นรัฐมนตรี ได้แก่ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 86.7 ระบุไม่เอาคนที่ คดโกง เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ส่วนตัว ครอบครัวและพวกพ้อง รองลงมาคือ ร้อยละ 83.1 ระบุไม่เอาคนที่หลอกลวงชาวบ้าน ไม่ทำตามที่หาเสียงไว้ ร้อยละ 80.5 ก็ไม่เอาคนที่ใช้เส้น ขี้เบ่ง กร่าง เจ้ายศ เจ้าอย่าง และรองๆ ลงไปคือ ร้อยละ 76.2 ไม่เอาคนที่ข่มขู่ คุกคาม แทรกแซง ร้อยละ 74.9 ไม่เอาคนที่ชอบกลั่นแกล้ง ล้างแค้น ทีใครทีมัน พวกใครพวกมัน ร้อยละ 66.3 ไม่เอาคนที่เลือกปฏิบัติมาเป็นรัฐมนตรี และร้อยละ 34.3 ระบุอื่นๆ เช่น เข้าถึงยาก หาตัวไม่เจอ แย่งชิงอำนาจ มีคดีติดตัว และก้าวร้าว เป็นต้น

         นอกจากนี้ จากการวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการสัมภาษณ์เจาะลึกกลุ่มคนที่เลือกพรรคเพื่อไทย พบว่า ชาวบ้านบางคนฝากถึงนางสาวยิ่งลักษณ์ ว่า “ถ้าได้เป็นนายกรัฐมนตรี ขอให้ลงพื้นที่ทันที อย่าอยู่แต่ในทำเนียบ อยากได้ ครม. สัญจรสู่ท้องถิ่นต่างๆ ของประเทศ” และบางคนเสริมว่า “อยากให้เปิดสำนักงานที่ทำงานของนายกรัฐมนตรีตามภูมิภาคต่างๆ ไม่ใช่อยู่แต่ที่กรุงเทพฯ คอยให้ชาวบ้านเดินทางไปหา” และส่วนใหญ่ฝากข้อความไปถึงนางสาวยิ่งลักษณ์ ว่า “ถ้าได้เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว ขอให้ดูแลคนยาก อย่ามองข้ามคนจน”

         ผอ.เอแบคโพลล์ กล่าวว่า จำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลชุดใหม่โดยพรรคเพื่อไทยและว่าที่นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศ นางสาวยิ่งลักษณ์  ชินวัตร ต้องแสดงออกให้สาธารณชนเห็นประจักษ์และ “วางใจ” ได้ว่า ผู้ที่จะมาเป็นรัฐมนตรีใน ครม.ยิ่งลักษณ์ 1 จะถูกใจใช่เลยกับความคาดหวังของทั้งผู้ที่ “เลือก” และ “ไม่เลือก” รัฐบาล เพราะ การขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลต้องได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายการเมือง และภาคประชาชนทุกหมู่เหล่าเป็นส่วนใหญ่ของประเทศ จึงจะทำให้นโยบายเหล่านั้นสำเร็จบรรลุตามเป้าหมายในเสถียรภาพทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคมโดยรวมได้ แต่ถ้าพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาลไม่สนใจ “เสียงสะท้อน” ของสาธารณชน เช่น เอาคนที่มีภาพลักษณ์ “ยี้” มาเป็นรัฐมนตรี หรือมีนโยบายต่างประเทศที่จะทำให้ประเทศไทยเสียดินแดน ก็อาจทำให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์1 เริ่มนับถอยหลังตั้งแต่ยังไม่เริ่มเข้าสู่ตำแหน่งอย่างเป็นทางการ เพราะการเมืองภาคประชาชนก็จะเข้ามามีพลังเป็นแรงเสียดทานต่อเสถียรภาพของรัฐบาลในเวลาอันสั้น และรวดเร็ว ดังนั้น นางสาวยิ่งลักษณ์และรัฐบาลชุดใหม่จึงต้องใช้เวลานี้เลือกเฟ้นคนดี มีฝีมือเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติ สุภาพถ่อมตัว เป็นกันเอง เข้าถึงประชาชนทุกหมู่เหล่าเหมือนช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ผลที่ตามมาก็คือ แรงเชียร์และกำลังใจจากสาธารณชนที่จะให้โอกาสอย่างแท้จริงเพื่อช่วยผลักดันขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลให้สำเร็จลุล่วงตามเจตนารมณ์ของนางสาวยิ่งลักษณ์ที่ตั้งมั่นเอาไว้

         จากการพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 49.3 เป็นชาย ร้อยละ 50.7 เป็นหญิง ตัวอย่างร้อยละ 7.6 อายุน้อยกว่า 20 ปี ร้อยละ 20.7 อายุระหว่าง 20-29 ปี ร้อยละ 25.5 อายุระหว่าง 30-39 ปี ร้อยละ 25.5 อายุระหว่าง 40-49 ปี และ ร้อยละ 20.7 อายุ 50 ปีขึ้นไป ตัวอย่างร้อยละ 85.5 สำเร็จการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี ร้อยละ 10.6 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี และร้อยละ 3.9 สำเร็จการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี ตัวอย่างร้อยละ 38.4 ระบุอาชีพเกษตรกร/รับจ้างทั่วไป  ร้อยละ  34.0 ระบุอาชีพค้าขาย/ธุรกิจส่วนตัว ร้อยละ 6.3 ระบุเป็นพนักงานเอกชน ร้อยละ 4.5 ระบุข้าราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 7.7 เป็นแม่บ้าน/พ่อบ้าน/เกษียณอายุ  ร้อยละ 6.5 ระบุเป็นนักเรียนนักศึกษา ในขณะที่ร้อยละ 2.6 ระบุว่างงาน/ไม่ประกอบอาชีพ

 

สวนดุสิตโพลล์ชี้ปัญหาทุจริต คอรัปชั่นทำให้ปชช.ส่วนใหญ่รู้สึกแย่  
 
          “สวนดุสิตโพลล์” มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต   จึงได้สอบถามความคิดเห็นจากประชาชนทั่วประเทศ  จำนวนทั้งสิ้น 2,286 คน  ระหว่างวันที่ 18-23 กรกฎาคม 2554 สรุปผล ดังนี้

          1.  ปัจจัยใด / สิ่งใด ที่ทำให้ ความรู้สึกนึกคิด ทางการเมืองของประชาชนดีขึ้น อันดับ 1 การบริหารประเทศของรัฐบาลเป็นไปตามนโยบายที่กำหนด มีผลงานเป็นรูปธรรม ชัดเจน 31.05% อันดับ 2 สภาพเศรษฐกิจโดยรวมดีขึ้น มีสภาพคล่องทางการเงิน /ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น 24.74% อันดับ 3 ความสามัคคีปรองดองของคนในชาติ รวมถึงประชาชนและนักการเมือง 23.68% อันดับ 4 การรักษา ส่งเสริมความเป็นประชาธิปไตย ยึดประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง /ไม่ปกปิดข้อมูลข่าวสาร  20.53%

          2.  ปัจจัยใด / สิ่งใด ที่ทำให้ ความรู้สึกนึกคิด ทางการเมืองของประชาชนแย่ลง อันดับ 1 พฤติกรรมของนักการเมือง /การทุจริต คอรัปชั่น /ใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่ผิด /เอื้อประโยชน์แก่พวกพ้อง 51.87% อันดับ 2 การขาดความสามัคคีของคนในชาติ แบ่งฝักแบ่งฝ่าย /มีการชุมนุม เรียกร้อง เคลื่อนไหวเป็นระยะ ๆ 30.01%

          อันดับ 3 สภาพเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนที่แย่ลง ราคาสินค้าของกิน ของใช้แพง /ว่างงาน 13.75% อันดับ 4 ข่าวสารที่เผยแพร่จากสื่อต่าง ๆ ทั้งในและนอกประเทศที่ทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศเป็นไปในเชิงลบ  4.37%

          3.  ความคิดทางบวก ในลักษณะที่มีความรู้สึกดีต่อการเมืองไทยของประชาชน คือเรื่องใดบ้าง อันดับ 1 ความเป็นประชาธิปไตย การมีส่วนร่วมของประชาชน /การเปิดโอกาสและรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน 29.36% อันดับ 2 สภาพเศรษฐกิจ สังคม /ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น /ประชาชนอยู่ดีกินดี 25.69%

          อันดับ 3 บรรยากาศทางการเมืองที่ดีขึ้น คนในชาติมีความรัก สามัคคี ปรองดอง /อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข 24.77% อันดับ 4 การประพฤติ ปฏิบัติตนของนักการเมืองอยู่ในกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ /มีคุณธรรม จริยธรรมทางการเมือง 20.18% 4. ความคิดทางลบ ในลักษณะที่มีความรู้สึกแย่ต่อการเมืองไทยของประชาชน คือเรื่องใดบ้าง

          อันดับ 1 การทุจริต คอรัปชั่น /เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน ใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่ผิด 61.81% อันดับ 2 การทะเลาะเบาะแว้ง ขาดความสามัคคี ปรองดอง /แบ่งพรรคแบ่งพวก 25.45% อันดับ 3 สภาพความเป็นอยู่ของประชาชนแย่ลง /มีภาระหนี้สิน /สินค้าอุปโภค บริโภคมีราคาแพง   7.28% อันดับ 4 การเคลื่อนไหวทางการเมือง การชุมนุม เรียกร้องของกลุ่มต่าง ๆ  5.46%