
ขวัญชัยแกนนำเสื้อแดงอุดรโผล่รับข้อหา
ขวัญชัย-ยงยุทธ โผล่รับข้อหา หลังนำเสื้อแดงขอนแก่น ปิดถนนเอ็นบีที-ถนนมิตรภาพ ยันปฏิเสธทุกข้อหา ประกาศ 25 เม.ย.ชมรมคนรักอุดรฯนัดชุมนุมใหญ่
วันนี้(23เม.ย.) นายขวัญชัย สารคำ หรือขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดรฯและนายยงยุทธ คงปฏิมากร แกนนำกลุ่มเสื้อแดงขอนแก่นเข้ามอบตัวรับทราบข้อหา ที่สภ.เมืองขอนแก่น ตามคดีอาญาที่2229/2552 ลงวันที่ 23 เม.ย. ต่อพ.ต.ท.สุธน สีหามาตย์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น กรณีเมื่อวันที่ 13 เม.ย. ที่ผ่านมา เวลา 12.00-17.35 น. นายขวัญชัย สารคำ พร้อมพวกร่วมปลุกระดมผู้ชุมนุมปิดการจราจรบนถนนมิตรภาพ ซึ่งเป็นทางหลวงแผ่นดิน ช่วงบริเวณทางแยกบ้านกุดกว้าง ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น
โดยการชุมนุมบนถนนมีการนำรถยนต์จอดกรีดขวางการจราจร และมีการนำเอายางรถยนต์จุดไฟเผาบนพื้นผิวจราจรทำให้ประชาชนโดยทั่วไปและยวดยานพาหนะไม่สามารถใช้ถนนหลวงเส้นทางดังกล่าวในการสัญจรไปมาตามปกติได้ เพื่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง โดยนายขวัญชัยเป็นหนึ่งในแกนนำ ผู้มีหน้าที่ในการสั่งการในการกระทำความผิดนั้น
ส่วนนายยงยุทธ คงปฏิมากร แกนนำกลุ่มสถาบันเสื้อแดงขอนแก่นเข้ารับทราบข้อกล่าวหากรณีเมื่อวันที่ 13 เม.ย. ที่ผ่านมานายยงยุทธ พร้อมพวกร่วมกันกล่าวเชิญชวนปลุกระดมประชาชนกลุ่มคนเสื้อแดงให้เคลื่อนไหวไปชุมนุมปิดล้อมสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย จ.ขอนแก่น หรือเอ็นบีที กดดันให้เจ้าหน้าที่สถานีระงับการแพร่ภาพถ่ายทอดสัญญาณของสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที หลังจากนั้นได้กล่าวเชิญชวนปลุกระดมประชาชนกลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงให้เคลื่อนไหวไปชุมนุมปิดการจราจรถนนมิตรภาพซึ่งเป็นทางหลวงแผ่นดินช่วงบริเวณทางแยกบ้านกุดกว้าง ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น มีการนำรถยนต์จอดกรีดขวางการจราจร และมีการนำเอายางรถยนต์จุดไฟเผาบนพื้นผิวจราจรทำให้ประชาชนโดยทั่วไปและยวดยานพาหนะไม่สามารถใช้ถนนหลวงเส้นทางดังกล่าวในการสัญจรไปมาตามปกติได้
ซึ่งจากพฤติการณ์การกระทำความผิดฐาน ร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา โดยวิธีปิดกั้นถนนจราจร อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นติชมโดยสุจริต เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ,มั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยผู้กระทำเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทำผิด และปิดกั้นทางหลวงหรือนำสิ่งใดมาขวางหรือวางบนทางหลวงหรือกระทำการใดๆในลักษณะที่อาจเกิดอันตรายหรือเสียหายแก่ยานพาหนะหรือบุคคลและจอดรถในลักษณะกีดขวางการจราจร ในเบื้องต้นนายขวัญชัย สารคำ และนายยงยุทธ คงปฏิมากร ได้ทราบและเข้าใจข้อกล่าวหา ดีแล้วและให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
นายขวัญชัย สารคำ กล่าวว่า ที่เดินทางเข้าแสดงตัวกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น เพราะเห็นข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์ ซึ่งตนก็ยังไม่เข้าใจว่าข่าวที่มีชาว จ.ขอนแก่นเข้าแจ้งความว่าตนไปปิดสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที จ.ขอนแก่นซึ่งความจริงแล้วตนยังไม่เคยไป จึงต้องมาแสดงตัวให้พนักงานสอบสวนได้รับทราบ เพราะตนไม่เคยคิดหนีอยู่แล้ว ข่าวที่ออกมาอาจจะมีความสับสน เพราะวันที่ 14 เม.ย. ที่ผ่านมาตนได้เดินทางไปที่ประเทศเวียดนาม เพื่อไปพักผ่อนเพราะสถานการณ์ขณะนั้นไม่รู้ว่ากลุ่มไหนเป็นกลุ่มไหน ดูแล้วการเมืองในระบอบประชาธิปไตยเหมือนกับเป็นยุครัฐบาลซ้อนรูปมีกลุ่มต่างๆออกมาเคลื่อนไหวเยอะ จึงต้องหลบไปพักผ่อน 7 วัน เมื่อกลับมาจากพักผ่อนแล้วก็รีบมาแสดงตัวในวันนี้ เพื่อจะได้ไม่ต้องไปตามหาตัวกัน อีกทั้งยังมีเรื่องอีกมากใน จ.อุดรธานี และกรณีที่หน้าพรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ซึ่งยังมีหมายจับอีกหลายหมายจับ จึงต้องรีบคลี่คลายปัญหาของตัวเองเป็นจุดๆไปก่อน
“ขณะนี้ผมตกเป็นเป้าหมาย จึงต้องเรียกร้องให้มวลชนคนเสื้อแดงออกมาพบกันในวันที่ 25 เม.ย. นี้ ที่สนามทุ่งศรีเมือง อ.เมือง จ.อุดรธานี เพราะสถานีวิทยุชมรมคนรักอุดรถูกปิด ยึดเครื่องส่งกระจายเสียงมูลค่าหลายแสนบาท ผมจึงต้องรณรงค์ให้สมาชิกร่วมลงขัน เพื่อนำเงินมาซื้อเครื่องใหม่ออกอากาศ เพราะเจ้าหน้าที่กองปราบปรามไม่ได้มาปิดคลื่น 97.5 เมกกะเฮิร์ตแต่มายึดเอาเครื่องส่งกระจายเสียงไป ดังนั้นผมก็จะต้องออกอากาศต่อไป ซึ่งแนวทางก็ยังเหมือนเดิมยังจะต่อสู้เหมือนเดิมไม่ใช่แพ้ วันนี้ผมยังต้องการประชาธิปไตยที่ถูกต้องไม่ใช่มาเล่นหัวหมอกันแบบนี้ ฉะนั้นการเปลี่ยนแปลงต้องเกิดขึ้นภายในสิ้นเดือนเมษายนนี้” นายขวัญชัย กล่าว
การที่มีการฟ้องร้องตนกรณีปิดสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีขอนแก่น ตนยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ที่ถนนมิตรภาพบริเวณบ้านกุดกว้าง ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น ตนได้เดินทางมาจาก จ.นครราชสีมา ขณะขับรถกลับมาก็พบว่ามีกลุ่มเสื้อแดงทำการปิดถนนอยู่ จึงได้พูดคุยกับแกนนำ และทางแกนนำก็ขอร้องให้ตนขึ้นเวทีปราศรัยเพื่อให้กำลังใจผู้ชุมนุม ตนจึงขึ้นเวทีเพื่อพูดคุยให้กำลังใจ ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปิดถนน ดังนั้นเพื่อความสบายใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจตนจึงเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา
ในส่วนที่ นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย สั่งให้มีการควบคุมวิทยุชุมชนหากมีการปลุกระดมมวลชน เรื่องนี้พูดได้แต่ทำไม่ได้ เพราะหากสถานียังไม่มีการจาบจวกเบื้องบน ไม่ทำลายความมั่นคงของแระเทศ และไม่รบกวนเคลื่อนวิทยุการบิน ก็ไม่สามารถปิดสถานีวิทยุชุมชนได้ รวมทั้งเคเบิ้ลทีวีก็มีสิทธิที่จะออกอากาศ ตนเป็นนักจัดรายการอาชีพ และรู้ว่าการออกอากาศเป็นเช่นไร รัฐจึงควรคิดก่อนพูดไม่ใช่พูดก่อนคิด และยืนยันว่าตนจะออกอากาศเช่นเดิม และเชื่อว่าไม่สามารถทำอะไรตนได้ ที่ยกเครื่องส่งกระจายเสียงตนไปนั้น ตนไม่ได้อยู่ที่สถานี ดังนั้นหากเหตุการณ์กลับมาสงบตนจะทำการแจ้งความข้อหาลักทรัพย์ทันที อีกทั้งพรรคประชาธิปัตย์พยายามที่จะเล่นงานคนเสื้อแดง โดยมีกองทัพหนุนหลัง ใช้ทหารออกมาข่มขู่คนรากหญ้า ฉะนั้นประชาชนคนเสื้อแดงต้องสู้ กับอำนาจรัฐ อำนาจสีเขียว ที่ยังมีทหารบางส่วนรับใช้อำมาตย์ ในวันที่ 25 เม.ย. นี้จะมีการชุมนุมใหญ่ ที่ จ.อุดรธานี หากคนไม่ถึง 10,000 คน อย่ามาเรียกขวัญชัย
ด้าน พล.ต.ต.พัฒนี ศิริวัฒนี ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงเมื่อวันที่ 13 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยขณะนี้ได้ทำการสอบสวนไปแล้วรวม 31 ปาก โดยขณะนี้ได้ทำการสรุปสำนวนไปแล้วส่วนหนึ่งเพื่อขออนุมัติหมายศาลจับ 7 คน ในเบื้องต้นที่มีหลักฐานพาดพิงกล่าวหาโดยขณะนี้มีผ฿เข้ามอบตัวแล้ว 3 คน ประกอบด้วย รศ.นพ.เชิดชัย ตินติศิรินทร์ อดีต ผอ.ศูนย์หัวใจศิริกิตติ์ นายขวัญชัย สารคำ ประธานชมรมคนรักอุดร นายยงยุทธ คงปฏิมากร แกนนำกลุ่มสถาบันเสื้อแดงขอนแก่น ส่วนอีก 4 คน ประกอบด้วย นางซาบีน่า ซาห์ ,นายสรุชัย เบ้าจันยา ,นายสัญญา สิมมา และนายยรรยง ผิวผ่อง ซึ่งทั้ง 4 คนหากยังไม่เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาภายในวันนี้ ( 23 เม.ย.) ก็จะออกหมายจับทันที โดยคดีต้องใช้ระยะเวลาในการสอบสวน ก่อนจะส่งมอบให้อัยการเป็นผู้พิจารณา



