ข่าว

ส.มวยฟ้องแพ่งเรียกเงิน50ล้าน

ส.มวยฟ้องแพ่งเรียกเงิน50ล้าน

23 ก.ค. 2554

สมาคมมวยสากลสมัครเล่นยื่นฟ้องศาลแพ่งแล้ว ทั้งการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และ "บิ๊กหนุ่ม" กนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการ กกท.ตกเป็นจำเลย ถูกเรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท

            ความเคลื่อนไหวของกีฬามวยสากลสมัครเล่นในประเทศไทย ภายหลังจากที่สหพันธ์มวยสากลสมัครเล่นนานาชาติ (ไอบา) ได้ถอนสมาชิกภาพของสมาคมมวยสากลสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ในขณะที่การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้ถอนใบอนุญาตให้ใช้คำว่า “แห่งประเทศไทย” และตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจทำหน้าที่แทน จนทำให้สมาคมมวยสากลสมัครเล่นยื่นฟ้องต่อศาลกีฬาโลก และได้รับการคุ้มครองชั่วคราว แต่ กกท.ยืนยันว่า กกท.จะเดินหน้าต่อไป โดยที่สมาคมไม่สามารถยื่นขอคำว่า “แห่งประเทศไทย” กลับคืนได้นั้น

          ล่าสุด พล.อ.นรินทร์ แทบประสิทธิ์ อุปนายกสมาคมมวยสากลสมัครเล่น รักษาการนายกสมาคม ได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.ชัยทรัพย์ ธวัช ฤทธิ์เต็ม เป็นผู้รับมอบอำนาจยื่นหนังสือในนามสมาคมมวยสากลสมัครเล่น เป็นโจทย์ยื่นฟ้องการกีฬาแห่งประเทศไทย เป็นจำเลยที่ 1 และนายกนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการ กกท.เป็นจำเลยที่ 2 เป็นจำนวนเงิน 50 ล้านบาท ซึ่ง พ.ต.ท.ชัยทรัพย์ ธวัช พร้อมด้วย นายจินดา กุลละวณิชย์ ทนายความของสมาคมมวยสากล ได้เดินทางไปยื่นหนังสือต่อศาลแพ่ง ถนนรัชดาฯ กทม. เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม

            นายจินดา กุลละวณิชย์ ทนายความของสมาคมมวยสากลสมัครเล่น กล่าวว่า สมาคมได้ฟ้องเรื่องละเมิดเรียกค่าเสียหายในฐานะที่ กกท.กับพวกวางแผนกลั่นแกล้งสมาคมมวยสากลสมัครเล่นแห่งประเทศไทย เป็นจำนวนเงิน 50 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดเป็นค่าเสียหายจากการที่ทั้งภาครัฐและเอกชนได้ระงับการสนับสนุนกิจกรรมการดำเนินงานของสมาคม ทำให้เกิดความสับสนไขว้เขว ทั้งที่ศาลกีฬาโลกได้ตัดสินคุ้มครองชั่วคราวแล้ว มีสิทธิ์ที่จะดำเนินการส่งนักมวยเข้าร่วมแข่งขันได้ทุกระดับ ที่ไอบารับรอง
         
  "ที่ กกท.ตีความจากคำสั่งคุ้มครองของศาลกีฬาโลกว่าให้การคุ้มครองเฉพาะนักกีฬาและผู้ฝึกสอนเท่านั้น อยากให้ กกท.กลับไปอ่านคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ท้ายคำฟ้องหมายเลข 11 ข้อ 3 ชัดเจนว่ามีคำสั่งคุ้มครองสมาคมมวยสากลสมัครเล่น อีกทั้งการเพิกถอนคำว่า "แห่งประเทศไทย" ออกจากชื่อของสมาคมเห็นว่าเป็นการกระทำที่ลุแก่อำนาจ โดยหวังจะช่วยเหลือสมัครพรรคพวกที่มีประโยชน์ร่วมกันเข้ามาคุมอำนาจบริหารสมาคม โดยไม่นำพาคำสั่งศาลกีฬาโลกที่ออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาให้นักมวยและเจ้าหน้าที่บริหารงานของสมาคมทั้งหมดเข้าร่วมในการจัดการแข่งขันได้ตามคำสั่งข้อ 3 ดังกล่าว จึงได้ตัดสินใจเดินทางมาฟ้องศาลแพ่ง" นายจินดา กล่าว

            อย่างไรก็ตาม นอกจากฟ้องเรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท นับถัดจากวันฟ้องพร้อมกับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ของต้นเงินดังกล่าวจนกว่าจะเยียวยาความเสียหายให้แก่สมาคมแล้ว ยังขอคำฟ้องแพ่งให้ศาลพิจารณาพิพากษาและบังคับไม่ให้จำเลยยุ่งเกี่ยวและแทรกแซงงานบริหารกิจการภายในของสมาคม เช่น การจัดการแข่งขัน และการฝึกซ้อมของนักมวยทุกระดับตลอดไป พร้อมกับชดใช้ค่าธรรมเนียมและค่าทนายความแทนสมาคมในอัตราชั้นสูงด้วย 
 
            ในขณะที่มีกระแสข่าวว่าสมาคมมวยสากลสมัครเล่นได้เรียกนักมวยทีมชาติเข้าค่ายเก็บตัวที่ อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ทันที ซึ่งปัจจุบันนักชกทีมชาติไทยได้ไปเก็บตัวฝึกซ้อมอยู่ที่ศูนย์กีฬา กกท.หัวหมาก เพื่อเตรียมสู้ศึก "เวิลด์แชมเปี้ยนชิพ" ที่อาเซอร์ไบจาน โดย "โค้ชแซม” กามนิตย์ นารีรักษ์ ผู้ฝึกสอน เปิดเผยว่า คงไม่มีนักชกไปรายงานตัวและฝึกซ้อมกับสมาคมแน่นอน เพราะหลายคนติดราชการทหาร เนื่องจากบรรดานักชกอยู่ในสังกัดของ 3 เหล่าทัพ ทั้งทหารบก ทหารเรือ และทหารอากาศ

           “โค้ชแซม” กล่าวต่อว่า จากความสับสนของปัญหาดังกล่าว ตนได้ยื่นหนังสือขอพักงานชั่วคราว ไปยัง พล.อ.นรินทร์ และนายมนตรี ไชยพันธุ์ รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประทศไทย (กกท.) ฝ่ายบริหาร ในฐานะประธานคณะทำงานสมาคมมวยสากลแห่งประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ทั้ง 2 ฝ่ายตกลงกันให้ลงตัวก่อน ในขณะที่ วรพจน์ เพชรขุ้ม นักชกฮีโร่เหรียญเงินโอลิมปิกเกมส์ 2004 เปิดเผยว่า ตนทราบว่าสมาคมจะเรียกนักชกเก็บตัวเหมือนกัน แต่ขอยืนยันว่ายังซ้อมอยู่ กกท.หัวหมาก และยังไม่มีคำสั่งจากต้นสังกัดให้ไปซ้อมที่อื่น