อึ้งจัดแต่งงาน'อึ่ง'หนึ่งเดียวในโลก
ชาวชัยภูมิจัดวิวาห์อึ่งแห่งเดียวในโลก แสดงพลังชุมชนร่วมประกาศเขตห้ามล่าสัตว์ป่าภูกระแต ชูพลังชุมชนร่วมอนุรักษ์ป่าปลุกสำนึกต้นแบบป่าชุมชนอย่างยั่งยืนได้อีกแห่ง
วันที่ 22 ก.ค.54 เวลา 10.00 น. นายจรินทร์ จักกะพาก ผู้ว่าราชการจ.ชัยภูมิ พร้อมด้วยนายซีกวน ฦาชา นายก อบต.หนองข่า อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ ร่วมกับ ดร.กาญจนา วิริยะ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว(ทุ่งกะมัง) อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ จัดโครงการแบ่งปันความรักคืนสู่ธรรมชาติ ครั้งที่ 3 ประจำปี 255ภ ณ บริเวณป่าชุมชนภูกระแต บ้านนาสมบูรณ์ ต.หนองข่า อ.เกษตรสมบูรณ์ เพื่อฟื้นประเพณีจัดวิวาห์ไถ่ชีวิตสัตว์คืนสู่ป่าธรรมชาติ ช่วงหน้าฝน ช่วงเทศกาลเข้าพรรษา ร่วมประกาศเจตนารมณ์เขตห้ามล่าสัตว์ทุกประเภทบนผืนป่าภูกระแต เนื้อที่กว่า 620 ไร่
เพื่อร่วมกันจัดกิจกรรมฟื้นประเพณีจัดงานแต่งงาน วิวาห์ให้กับอึ่ง,กบ,เต่า และสัตว์นานาชนิดกว่า 109 คู่ คืนสู่ธรรมชาติป่าภูกระแต และเขาภูเขียวต้นกำเนิดแม่น้ำชีกว่า 36,537 ไร่ ช่วยปลุกสำนึกคนในชุมชนฟื้นวิถีชีวิตคนอยู่กับป่าชุมชน ร่วมประกาศเจตนารมณ์เขตอนุรักษ์สัตว์เขตห้ามล่า และสืบสานงานวิวาห์อึ่งอ่างแห่งเดียวในโลก ซึ่งมีจัดขึ้นทุกปีที่จังหวัดชัยภูมิ
บรรยากาศในงานมีประชาชน โรงเรียน นักเรียน นักศึกษา ภาคเอกชน ชุมชนกำนัน ผู้ใหญ่บ้านกว่า 1,000 คน เข้าร่วมกว่า 12 หมู่บ้าน ร่วมขบวนแห่สินสอด ผ้าป่า ร่วมไถ่ชีวิตสัตว์คืนสู่ธรรมชาติป่าภูกระแต ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการแต่งงานอึ่ง,กบ,เต่า ตั้งกองทุนร่วมอนุรักษ์ป่าชุมชนภูกระแต กันอย่างคึกคัก ซึ่งปีนี้ได้มีการจัดประเพณีวิวาห์อึ่งเป็นปีที่ 3 หลังประเพณีดังกล่าวหายไปเมื่อปี 2548 ที่ผ่านมา โดยครั้งนี้มีการร่วมกันบริจาคเป็นเงินค่าสินสอด แห่ผ้าป่าร่วมงานให้กับเจ้าบ่าวเจ้าสาวอึ่งได้เป็นเงินกองทุนร่วมอนุรักษ์ป่าชุมชนภูกระแตอีกกว่า 39,999 บาท
นายซีกวน ฦาชา นายก อบต.หนองข่า อ.เกษตรสมบูรณ์ กล่าวว่า การจัดงานแต่งงานหรือวิวาห์อึ่ง ณ ป่าชุมชนภูกระแต บ้านนาสมบูรณ์ ต.หนองข่า อ.เกษตรสมบูรณ์ เริ่มต้นจัดขึ้นมาครั้งแรกเมื่อปี 2548 ซึ่งช่วงนั้นมีการได้รับความร่วมมือและสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเกิดขึ้น โดยได้รับความร่วมมือจากคนไทยในประเทศลาว ได้ส่งเจ้าสาวอึ่ง ต้นพันธุ์ที่มีลูกดก ซึ่งเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ ที่เราชาวไทยละชาวลาวนิยมนำมาทำอาหารกินกัน มาร่วมงานวิวาห์เข้ามาแต่งงานกับเจ้าบ่าวอึ่งไทย เพื่อที่จะช่วยกันปลุกกระแสความร่วมมือกันอนุรักษ์สัตว์คืนสู่ธรรมชาติ ณ ป่าชุมชนภูกระแต แห่งนี้ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก
จากนั้นมาทาง อบต.จึงให้ความสำคัญในเรื่องนี้และช่วยเข้ามาส่งเสริมให้มีการสืบสานประเพณีวิวาห์อย่างต่อเนื่องเป็นต้นมาเป็นปีที่ 3 หลังประเพณีดังกล่าวได้หายไปพักหนึ่ง ชาวบ้านชุมชนต.หนองข่า เริ่มเห็นความสำคัญจากนั้นเป็นต้นมา ในช่วงเข้าสู่ฤดูฝน ซึ่งตรงกับช่วงเทศกาลเข้าพรรษา ให้ช่วยกันถือศีลงดฆ่าสัตว์ในบริเวณป่าชุมชนแห่งนี้ร่วมกันมาอย่างต่อเนื่องของทุกปี
การอนุรักษ์สัตว์ในพื้นที่อย่างกบ อึ่งอ่าง ชาวบ้าน และอบต.หนองข่า จึงให้ความสำคัญร่วมกันมากขึ้น ซึ่งเรามีผืนป่าที่เคยใช้ร่วมกันในชุมชน บนป่าภูกระแต และมีกฎกติการ่วมกันว่าผืนป่าแห่งนี้คือป่าของชุมชนที่เราจะอนุรักษ์ร่วมกันให้คงอยู่และถือเป็นผืนป่าผืนสุดท้ายของชุมชน ซึ่งเป็นป่าต้นน้ำชีของชาวชัยภูมิ ของอ.เกษตรสมบูรณ์
โดยชาวบ้านจะร่วมประชาคมกันตั้งกติกาช่วยกันดูแล ได้เข้ามาใช้ประโยชน์ร่วมกัน ไม่ว่าการเก็บของป่า เก็บเห็ด เก็บพืชยาสมุนไพร ได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันมาช้านานกว่า 20 ปี และโดยเฉพาะการมีกติการ่วมกันว่าในเขตป่าภูกระแต ใครห้ามเข้ามาล่าสัตว์เด็ดขาด
และหากสัตว์ป่าที่เราร่วมกันนำมาปล่อย อย่างอึ่ง กบ และเต่า จะห้ามหรือนำไปบริโภคฆ่าเด็ดขาด หากพบเห็นใครเข้ามาจับ หรือล่า หรือแม้กระทั่งเข้ามาขี่รถเหยียบอึ่งตายจะต้องถูกปรับเงินเข้ากองทุนช่วยกันดูแลป่าภูกระแต อย่างน้อยรายละ 500 บาทเพื่อไว้ให้ลูกหลานดูและเป็นสมบัติของชาวไทยทุกคนตลอดไป



