ข่าว

รวบคาผ้าเหลืองพระเลขาฯ-เด็กวัดเสพยา

รวบคาผ้าเหลืองพระเลขาฯ-เด็กวัดเสพยา

22 ก.ค. 2554

ตำรวจเมืองอุดรธานี รวบพระเลขาเจ้าอาวาสวัดดังกลางเมืองอุดรฯ พร้อมเด็กวัด เสพ และ ขายยาบ้า

          (22 ก.ค.54)  พ.ต.อ.อารี สินธุรา ผกก.สส.ภ.จ.อุดรธานี สืบทราบว่ามีการมั่วสุมเสพและขายยาบ้าภายในวัดทิพย์สว่างสันติธรรม ถนนอำเภอ เขตเทศบาลนครอุดรธานี จึงมอบหมายให้ พ.ต.ท.มานิตย์ วงษ์เส สว.สส.ภ.จว นำกำลังออกสืบสวน และวางแผนให้สายลับ ทำการล่อซื้อยาบ้า 4 เม็ด ราคา 1,400 บาท

          โดยนัดหมายส่งยาบ้าที่กุฏิพระรูปหนึ่งภายในวัด เมื่อถึงเวลานัดหมาย พระมงคล หรืออึ่ง สุมังคโล หรือนายมงคล เต็มตาวงษ์ อายุ 35 ปี พระลูกวัด ได้นำยาบ้ามาส่งมอบให้สายลับ และรับเงิน 1,400 บาทไป ตำรวจจึงได้แสดงตัวเข้าจับกุม พร้อมเด็กวัดชื่อ นายพรสุวรรณ หรือค๊อป ดวงสาราญ อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 318 ซอยบุญกองอุทิศ ถนนอำเภอ ต.หมากแข้ง จ.อุดรธานี ที่ซื้อยาบ้ามาให้พระมงคล และหลบซ่อนอยู่ภายในกุฎิ และนำตัวพระมงคลทำการสึก ก่อนควบคุมตัวไปทำการสอบสวน 

          นายมงคล ให้การรับสารภาพว่า ตนบวชมา 13 พรรษาแล้ว ก่อนบวชเคยเสพยาบ้ามาก่อน หลังจากบวชแล้วก็เลิกเสพ บวชเรียนจนจบปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตหนองคาย ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์ ทำให้เจ้าอาวาสวัดไว้วางใจ แต่งตั้งให้เป็นเลขาเจ้าอาวาส หลังเรียนจบได้ไปสอนธรรมที่โรงเรียนมัธยมมีชื่อแห่งหนึ่งใน จ.อุดรธานี และสอนวิชาคณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ให้พระและเณรที่วัดบ้านม่วงสามัคคี เขตเทศบาลนครอุดรธานี 

          ส่วนสาเหตุที่ทำให้กลับมาเสพและขายยาบ้า เนื่องจากก็เพราะเมื่อ 2 ปีก่อน ได้กู้ยืมเงินนอกระบบจำนวน  100,000 บาท ไปให้พ่อซื้อที่ดิน และตนเป็นผู้รับผิดชอบใช้หนี้และจ่ายดอกเบี้ยร้อยละ 15  ต่อเดือน หากเดือนใดเงินไม่พอจ่ายหนี้ ตนจะกลุ้มใจและเครียดมาก ขณะนั้นนายพรสุวรรณฯ เป็นเด็กวัดคนสนิท ได้ชักชวนเสพยาบ้าคลายเครียด และลักลอบเสพเรื่อยมา โดยจะนำเงินที่ได้จากญาติโยมถวายไปซื้อยาบ้ามาเสพครั้งละ 3 เม็ด เป็นเวลา 2 ปีแล้ว จากนั้นจึงหันมาเป็นผู้ขาย 

          นายมงคล  บอกอีกว่า เมื่อ มีคนโทรศัพท์ติดต่อขอซื้อยาบ้า ตนก็จะสั่งให้นายพรสุวรรณ ขี่รถจักรยานยนต์ไปซื้อยาบ้าที่ชุมชนผาสุก เขตเทศบาลนครอุดรธานี ซึ่งมีขายเกลื่อนกลาดเหมือนตลาดสด ครั้งละ 10 เม็ด ราคาเม็ดละ 250 บาท นำมาขายเม็ดละ 300-350 บาท ซึ่งที่เหลือตนก็จะเสพเอง

          โดยก่อนถูกจับกุม ได้มีคนโทรศัพท์มาขอซื้อยาบ้า 10 เม็ด แต่ตนเสพไปแล้วเหลือ 4 เม็ด ตนจึงนัดขายยาบ้าหน้ากุฎิ กระทั่งมาถูกตำรวจจับกุม เมื่อถูกจับตน รู้สึกละอายที่เสพยาบ้าในผ้าเหลือง แต่ถ้านำพระในวัดทั้งหมด 20 รูป มาตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติด ตนรับรองได้ว่าจะเหลือรอดประมาณ 7 รูปเท่านั้น นอกนั้นฉี่เป็นสีม่วงหมด

          พ.ต.อ.อารี สินธุรา ผกก.สส.ภ.จ.อุดรธานี  กล่าว ว่า จากคำให้การของผู้ต้องหาทั้งสอง แสดงให้เห็นว่า นอกจากจะระบาดในกลุ่มเยาวชน ยาบ้าได้ระบาดเข้าไปในหมู่พระสงฆ์แล้ว จนสามารถบอกได้ว่า พระรูปใดเสพยาบ้าบ้าง ซึ่งเป็นที่รู้กันในหมู่พระสงฆ์ภายในวัด เมื่อเสพยาบ้าแล้ว ก็อยากจะยกระดับผันตัวเองมาเป็นผู้ค้า

          หากพระสงฆ์ในวัดเสพยาบ้าทั้งหมด สถาบันศาสนาจะเป็นอย่างไร คงจะเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวบ้านไม่ได้ สังคมไทยจะอยู่อย่างไร ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก ซึ่งทุกฝ่ายจะต้องเร่งแก้ไขและปราบปรามยาบ้าให้เด็ดขาด