ข่าว

ประธาน(กสม.)รับขัดแย้งในองค์กรเหตุ91ศพล่าช้า

ประธาน(กสม.)รับขัดแย้งในองค์กรเหตุ91ศพล่าช้า

22 ก.ค. 2554

ประธาน(กสม.)รับมีความขัดแย้งภายในองค์กร เป็นเหตุให้รายงานผู้เสียชีวิต 91ศพล่าช้า พร้อมรับผิดชอบด้วยการลาออก แจงรายงานฉบับที่รั่วเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นที่ยังไม่ผ่านความเห็น

          (22ก.ค.54) นางอมรา พงศ์ศาพิชญ์ ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) และนพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการ(กสม.) ร่วมกันแถลงข่าวชี้แจงกรณีรายงานการเสียชีวิตของทหาร ตำรวจและประชาชนจำนวน  91 ศพ

          จากเหตุการณ์ชุมนุมก่อความไม่สงบรั่วไปยังสื่อมวลชน ว่า  กสม.ยืนยันว่ารายงานฉบับดังกล่าวเป็นเพียงผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น ของคณะทำงานที่ยังไม่ผ่านความเห็นจากคณะอนุกรรมการสอบข้อเท็จจริงฯ ซึ่งข้อมูลที่ปรากฏตามสื่อมวลชนเป็นข้อเท็จจริงที่ค่อนข้างสมบูรณ์ แต่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบและ(กสม.)ทั้ง 7 คนมีความเห็นตรงกันว่า ยังจำเป็นต้องแก้ไขในบางส่วน

          โดยเฉพาะวิธีการนำเสนอ นอกจากนี้หาก(กสม.) วิเคราะห์ว่ายังต้องการค้นหาข้อเท็จจริงเพิ่มก็จะต้องทำงานกันต่อไป เบื้องต้นจะมีการประชุมกันทุกวันพุธของสัปดาห์ และจะรายงานความคืบหน้าการตรวจสอบทุก 1 เดือน

          นางอมรม กล่าวอีกว่า ตนอยากขอแสดงความเสียใจที่ทำให้เกิดความสับสน และไม่แน่ใจในการทำงานของ(กสม.) แต่อยากขอให้มั่นใจในการทำงานโดยเฉพาะเกณฑ์ในการคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นผู้มีชื่อเสียง และเป็นที่ยอมรับ

          เนื่องจากเป็นผู้ที่เข้าใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามสาเหตุที่ทำให้การทำรายงานเผยแพร่สู่สาธารณชนให้รับทราบเป็นไปอย่างล่าช้า ส่วนหนึ่งเกิดจากพยานหลักฐานมีเป็นจำนวนมากในหลายเหตุการณ์  พยานให้การไม่ตรงกัน จึงต้องนำข้อมูลมาวิเคราะห์อย่างละเอียด

          “ หากสังคมเห็นว่า(กสม.) มีความบกพร่องในการทำงาน ก็พร้อมรับผิดชอบ จะให้ลาออกหรือถอดถอนก็พร้อม ขอให้ดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฎหมายได้ ยอมรับว่า(กสม.) มีความขัดแย้งทางความคิดกันภายในองค์กร ซึ่งทุกองค์กรก็เป็นแบบนี้ และที่ไหนๆก็มีความขัดแย้ง แต่จะพยายามไม่ให้ความขัดแย้งส่งผลกระทบต่อรายงาน เบื้องต้นการทำงานของ(กสม.)จะต้องมีการปรับปรุง”นางอมรากล่าว

          นางอมรา ยังกล่าวอีกว่า แม้จะมีการเปลี่ยนรัฐบาลก็จะมาส่งผลกระทบต่อรายงาน  ทั้งนี้รายงานของ(กสม.) อาจจะมีความแตกต่างในรายละเอียดของการสอบสวนข้อเท็จจริง เนื่องจากเป็นคณะทำงานคนละชุด และมีเป้าหมายการทำงานแตกต่างกัน (คปอ.)ตรวจสอบเพื่อสร้างความปรองดอง ขณะที่(กสม.) ตรวจสอบว่ามีพฤติการณ์และเหตุการณ์ใดบ้างที่เป็นการละเมิดสิทธิเพื่อให้ประชาชนได้เรียนรู้ และให้รัฐบาลหาทางป้องกันเพื่อมิให้เกิดการละเมิดสิทธิ์ได้อีก

          ส่วนการที่เอ็นจีโอต้องการให้(กสม.)ตรวจสอบให้พบตัวผู้กระทำความผิดนั้น ขอชี้แจงว่า(กสม.)มีอำนาจและศักยภาพเข้าไม่ถึงข้อมูลเหมือนกับดีเอสไอหรือตำรวจ เราตรวจสอบได้เพียงว่า มีการกระทำที่เป็นการละเมิดสิทธิหรือไม่

          น.พ.นิรันดร์ กล่าวว่า ขณะนี้(กสม.)กำลังตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงว่ามีเอกสารหลุดออกไปได้อย่างไร ส่วนข้อกังวลเกี่ยวกับการแต่งตั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิยืนยันว่า เป็นการแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิจากรายชื่อในรายการของคณะกรรมการสิทธิ์ที่ทำงานอยู่ในชุดต่างๆอยู่แล้ว (กสม.)ไม่ใช่องค์กรปิดบังข้อมูลข่าวสาร แต่เราต้องระวังข้อมูลที่ระบุถึงตัวบุคคล

          การทำงานล่าช้าส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากปัจจัยภายนอก แม้ว่า(กสม.)จะมีอำนาจสั่งให้หน่วยงานหรือบุคคลส่งข้อมูล พยานเอกสาร หรือเข้าให้ปากคำ แต่ในทางปฏิบัติหลายหน่วยงานพยายามเตะถ่วงไม่ยอมส่งข้อมูลให้  

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ปัญหาความขัดแย้งภายใน(กสม.)ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้าจะมีการแถลงข่าวในเวลา 11.30 น. ได้มีความพยายามแจ้งยกเลิกไปยังสื่อมวลชนต่างๆ ขณะที่อีกฝ่ายยังคงยืนยันว่าจะมีการแถลงข่าวของ(กสม.)ตามกำหนดเวลาเดิม โดยนางอมราและนพ.นิรันดร์จะเป็นผู้แถลงข่าว 

          นอกจากนี้ยังมีการประสานไปยังเอ็นจีโอกลุ่มจับตาและตรวจสอบ(กสม.) ให้เข้าร่วมซักถามสาเหตุของความล่าช้าในการออกรายงาน พร้อมทั้งเรียกร้องให้(กสม.)แสดงความรับผิดชอบ และเปิดเผยข้อเท็จจริงต่อสาธารณะให้มากที่สุด