
'เทือก'ชม'ปู'ออกปรามแดงราศีนายกฯจับ
สุเทพ ไม่สน หากนักการเมืองปาร์ตี้เบิร์ดเดย์ ทักษิณ ชมเปาะ ยิ่งลักษณ์ ออกปรามแดงทำให้มีสง่าราศีนายกฯ ไม่กลัวปะหน้า แดงฮาร์ดคอร์ในสภา จับตาดูนโยบายเพื่อไทย
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ตนเอาใจช่วยให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรีทำงาน ขอให้ทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีได้สมความภาคภูมิ อย่าให้ใครไปกดดัน ข่มขู่รังแก เหมือนกับที่เคยมีพฤติกรรมมาก่อนๆ ตนเชื่อว่าต้องมีขัตติยะกัน หมายถึงต้องยืดอก ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีให้ได้
ส่วนกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เตรียมปิดเกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ฉลองวันเกิดครบรอบ 62 ปี โดยมีนักการเมืองจำนวนมากเตรียมไปพร้อมกับข้อเรียกร้องนั้น คงเป็นเรื่องของคนที่จะไป ที่มีความสัมพันธ์ต่อกัน จะไปวิพากษ์วิจารณ์อะไรเขาได้ อย่างไรก็ตามก็ต้องดูการทำงานของรัฐบาลใหม่เป็นเรื่องๆ ไป จะไปคาดการณ์ในทางร้ายคงไม่ได้ มองโลกในแง่ดีไว้ อะไรที่ดีก็สนับสนุน อะไรไม่ดีก็วิพากษ์วิจารณ์กัน
นายสุเทพ กล่าวกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ออกมาห้ามปรามกลุ่มคนเสื้อแดงไม่ให้กดดันการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า ได้ผลหรือไม่ต้องคอยดูต่อไป แต่ตนพอใจที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ออกมาแสดงท่าทีเช่นนี้ คิดว่าเริ่มจะมีมาดนายกรัฐมนตรีขึ้นมาแล้ว ส่วนจะส่งผลอะไรหรือไม่นั้น น่าจะทำให้เห็นว่าในที่สุดพวกเสื้อแดงก็ไม่เชื่อฟัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทั้งๆ ที่อุ้มชูดูแลกันมาโดยตลอด แต่ที่จะส่งผลมากคือจะทำให้ประชาชนรู้สึกว่าทั้งๆ ที่ยอมให้หมดทุกอย่างแล้ว ในที่สุดพวกเสื้อแดงก็หึกเหิม ไม่เลิกรา
ส่วนกรณีการประชุมสภาสมัยหน้าที่จะมี ส.ส. ที่มาจากกลุ่มคนเสื้อแดงนั้น นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่หวั่น ตนก็ทำหน้าที่ของพวกตนไป แต่ต้องดูว่าคนพวกนั้นจะมีบทบาทอย่างไรในสภา ส่วนกรณี นายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก ที่เคยมีพฤติกรรมทำร้ายร่างกาย ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์นั้น เดี๋ยวก็จะเห็นกันเองว่าในสภาใครเป็นอย่างไร คนพวกนี้ตน เคยพูดแล้วว่าเป็นคนไม่เคารพกฎเกณฑ์กติกา เป็นผู้ต้องหาคดีก่อการร้าย และคิดว่าน่าจะขาดคุณสมบัติการเป็น ส.ส. อยู่แล้ว แต่ กกต. รับรองเขามา ตนก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ
เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ที่ กกต. จะรับรองคนเหล่านี้ไปก่อน แต่อาจจะมีการสอยทีหลัง นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ทราบจริง เพราะอ่านใจ กกต. ไม่ออก แต่คิดว่าคนที่มีความชอบหรือความถูกต้องก็ให้เขาเป็น แต่ที่ไม่ชอบ ไม่ถูกต้อง
นายสุเทพ กล่าวว่า ต่อจากนี้มีหลายเรื่องที่รัฐบาลจะต้องทำ อาทิ การขึ้นค่าแรง 300.-บาท การเพิ่มเงินเดือนปริญญาตรี 15,000.-บาท ที่เป็นคำมั่นสัญญาตอนหาเสียง ซึ่งค่อนข้างสร้างความหวังให้กับผู้คนจำนวนมาก รวมทั้งผู้ใช้แรงงานฝันที่จะได้ค่าแรง 300.-บาททั่วประเทศ ดังนั้นขอเอาใจช่วยให้รัฐบาลทำเรื่องนี้ให้ประสบความสำเร็จ คนจะได้มีรายได้มีกำลังซื้อมากขึ้น ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไปข้างหน้าได้อีก อีกเรื่อง คือเรื่องความสัมพันธ์กับประเทศกัมพูชา ที่จะต้องรีบเจรจาหาข้อยุติโดยเร็ว และสุดท้ายคือเป็นเรื่องปฏิรูปการศึกษา ซึ่งตนกังวลใจว่าจะเอางบประมาณที่ไหนไปจัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์แจกเด็กนักเรียนป.1
'เทือก'หนุนรัฐฯใหม่สางปมไทย-เขมร
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวกรณีที่นายฮอร์ นัมฮง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศกัมพูชาเรียกร้องให้ผู้สังเกตการณ์จากประเทศอินโดนีเซียเข้ามาในพื้นที่พิพาทไทย-กัมพูชาว่า ถ้าไปดูคำสั่งของศาลโลก เขาให้2ประเทศร่วมมือกัน ซึ่งต้องมาหารือกันก่อนว่า การจะปฏิบัติตามคำสั่งศาลโลกกันทั้ง 2 ฝ่ายนั้นทำอย่างไร
ส่วนเรื่องผู้สังเกตการณ์ที่จะเข้ามาเมื่อ 2 ฝ่ายได้ตกลงที่จะปฏิบัติกันอย่างไรแล้ว ทำได้ไม่ยาก ทั้งนี้ถึงเวลาแล้วที่ทั้ง 2 ประเทศจะต้องรีบหาข้อยุติในเรื่องที่เป็นความขัดแย้งทั้งหลายทั้งปวง เพราะจะเสียโอกาสการลงทุนท่องเที่ยวของทั้ง 2 ประเทศ
นายสุเทพ กล่าวถึงการทำงานของรัฐบาล ซึ่งเชื่อมโยงถึงความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศกัมพูชา และอาจมีผลประโยชน์ร่วมกันว่า คิดว่าเราอย่าไปหวาดระแวง ตนเอาใจช่วยรัฐบาลชุดใหม่ ขอเรียนตรงๆสำหรับการแข่งขันในเวทีเลือกตั้งนั้นจบไปแล้ว ต่อจากนี้มาตั้งหลักกันใหม่ว่ามีรัฐบาลใหม่แล้วเราจะทำอย่างไรให้บ้านเมืองของเราพัฒนาไปข้างหน้า
“ ผมประกาศเลยว่าจะให้การสนับสนุนรัฐบาลใหม่ ในการแก้ปัญหาประเทศ ในการทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย ทุกอย่างเท่าที่ผมจะสามารถทำได้ ขณะเดียวกันผมจะทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านของประชาชน ที่คอยเฝ้าระวังตรวจสอบ ควบคุมการทำงานของรัฐบาล ” นายสุเทพกล่าว
'สุเทพ'เชื่อฝุ่นตลบตำแหน่งเลขาฯไม่เกี่ยว'อภิสิทธิ์
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะรักษาการเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณีการสรรหาผู้เหมาะสมดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ ว่า พรรคประชาธิปัตย์ยึดแนวประชาธิปไตยมาเป็นหลักในการปฏิบัติในพรรค การขึ้นมาสู่ตำแหน่งต่างๆของคณะคณะกรรมการบริหารมาจากการเลือกตั้งของสมาชิก
ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติธรรมดาของพรรค ไม่มีปัญหาอะไรต้องกังวล เพราะคนประชาธิปัตย์คุ้นเคยกับเรื่องนี้มาตลอด ส่วนกรณีรายชื่อผู้เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งทั้งนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ นายจุติ ไกรฤกษ์ ส.ส.พิษณุโลก และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์นั้น มีแต่คนเอาไปพูด ตนเองยังไม่เห็นคำยืนยัน
ในส่วนของนายอภิรักษ์เองสื่อได้มายืนยันกับตนเองว่านายอภิรักษ์บอกว่าพร้อมรับตำแหน่ง และมาถามความเห็นตนจึงได้ให้ความเห็นไป ส่วนคนอื่นๆ ที่ยังไม่มีความชัดเจนคงยังให้ความเห็นไมได้ เพราะไม่ทราบว่าเขาจะสนใจหรือไม่
นายสุเทพ กล่าวถึงคุณสมบัติของเลขาธิการพรรคว่า ต้องเป็นคนที่ทำงานหนัก ต้องรับผิดชอบเรื่องของพรรคทั้งหมด ทั้งเรื่องการบริหารจัดการภายในพรรค ประสานงานกับบุคคลอื่นภายนอก และประสานงานกับสาขาพรรคและสมาชิก สิ่งสำคัญคือจะต้องเป็นคนที่อดทนและสู้งาน ซึ่งตนเห็นว่าบรรดาคนรุ่นใหม่ๆหลายคนมีคุณสมบัติเหล่านี้ เพียบพร้อมที่จะทำหน้าที่เป็นเลขาธิการพรรค และ 3 คนที่ถูกระบุชื่อมานั้นสามารถทำหน้าที่ได้ทั้งนั้น
ทั้งนี้การที่ตำแหน่งเลขาธิการพรรคยังไม่ลงตัว ไม่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจรับตำแหน่งหัวหน้าพรรคของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพราะนายอภิสิทธิ์มีความรับผิดชอบ มีความรู้สึกตอบรับต่อข้อเรียกร้องของประชาชน และเชื่อว่าพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศในวันนี้อยากให้นายอภิสิทธิ์ ได้กลับมาทำงานการเมืองในฐานะเป็นผู้นำของพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป ซึ่งตนก็มั่นใจว่าเป็นเช่นนั้น อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มีโอกาสคุยกับนายอภิสิทธิ์ แต่เข้าใจกันโดยอัตโนมัติ
เมื่อถามถึงกรณีนางอัญชลี วานิชเทพบุตร ที่มีชื่อเป็นอีกหนึ่งรายที่เหมาะสมจะดำรงตำแหน่งเช่นเดียวกัน นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่เข้าตา และเชื่อว่านางอัญชลีไม่เอา ที่สื่อรายงานข่าวว่าตนผลักดันนางอัญชลีก็ว่ากันไปเรื่อย บางฉบับไปพาดหัวว่าตำแหน่งเลขาธิการพรรคคนใหม่ต้องแล้วแต่นายสุเทพ อันนั้นผิดแน่นอนเพราะคนที่จะเสนอชื่อบุคคลให้ที่ประชุมใหญ่เลือกเป็นเลขาธิการพรรรค คือ หัวหน้าพรรค ดังนั้นถ้าผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรคเสนอชื่อใครให้ที่ประชุมใหญ่เลือก ถึงจะเป็นของจริง
เมื่อถามว่า บุคคลที่จะชิงตำแหน่งเลขาธิการฯจำเป็นต้องประกาศตัวเช่นเดียวกับนายอภิรักษ์หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่รู้ว่านายอภิรักษ์ประกาศตัวจริงหรือไม่ หรือสื่อไปถามเพราะเคยมาถามตน เวลาไปพาดหัวก็บอกนายสุเทพหนุนนายอภิรักษ์ ตนเองระวังอยู่แล้วในเรื่องนี้แต่ก็ตกหลุมสื่อจนได้



