ข่าว

จี้รัฐแก้ ก.ม.ลดอุปสรรคลงทุน-ปิดช่องทุจริต

จี้รัฐแก้ ก.ม.ลดอุปสรรคลงทุน-ปิดช่องทุจริต

22 ก.ค. 2554

นักลงทุนไทย-ต่างชาติ จี้รัฐบาลใหม่แก้กฎหมายอำนายความสะดวกในการลงทุน หลังอันดับของไทยถดถอยต่อเนื่อง พร้อมป้องกันปัญหาคอรัปชั่น ชี้ช่วยลดต้นทุนให้ภาคธุรกิจได้มาก

          นายชาติศิริ โสภณพนิช ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวภายหลังการสัมมนาเรื่อง “Thailand 's investment Environment : Looking Forward” จัดโดยคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ว่า นักธุรกิจไทยและต่างชาติเห็นพ้องกันว่าไทยควรต้องเร่งแก้ไขกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ เพื่อลดอุปสรรคในการลงทุน เห็นได้จากผลสำรวจของธนาคารโลกในเรื่องความสะดวกการลงทุนพบว่าอันดับของไทยแย่ลงจากอันดับที่ 16 ในปี 2553 ลดลงเหลืออันดับ 19 ในปีนี้ ในส่วนของขีดความสามารถในการแข่งขันก็ลดลงจากอันดับที่ 36 มาอยู่ที่อันดับ 38 ซึ่งรายงานดังกล่าวมีผลต่อการตัดสินใจมาลงทุนในไทยจึงควรปรับกฎระเบียบการขออนุญาตของรัฐให้เร็วขึ้น

           นอกจากนี้ กกร.ต้องการให้รัฐบาลใหม่ใช้กลไกคณะกรรมการร่วมภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ (กรอ.) และมีกรรมการจากรัฐมนตรีเศรษฐกิจและภาคเอกชน ซึ่ง กกร.เห็นว่า กรอ.มีบทบาทในการแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมทุกด้าน จึงควรใช้กลไกนี้ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยต่อไป โดย กกร.จะสรุปความเห็นทั้งหมดให้เสร็จภายใน 2 สัปดาห์ เพื่อเสนอให้รัฐบาลใหม่นำไปดำเนินการ

           ด้านนายนานเดอร์ จี ฟอน เดอ ลูเฮ ประธานหอการค้าต่างประเทศในไทย กล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลใหม่ต้องทำก็คือการแก้ไข พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวในมาตรา 16 การกำหนดคุณสมบัติของนักธุรกิจต่างด้าว และมาตรา 21 การกำหนดเงื่อนไขการถือใบอนุญาตการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว รวมทั้งแก้ไขสัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติให้มากกว่า 50 % ตามกรอบของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่จะมีผลในปี 2558 ซึ่งหลายประเทศในอาเซียนดำเนินการปรับสัดส่วนการถือหุ้นรองรับเออีซีแล้ว แต่ของไทยช้ามาก

           ทั้งนี้ การที่กฎหมายไทยหลายๆ ฉบับเปิดช่องให้การออกใบอนุญาตต่างๆ ต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจของภาครัฐ ทำให้เป็นการเปิดช่องในการคอรัปชั่นได้ง่าย ดังนั้น จึงควรจะแก้ไขให้มีกฎระเบียบที่ชัดเจน ถ้าทำถูกต้องตามขั้นตอนก็ออกใบอนุญาตให้ได้ ซึ่งถ้าหากแก้ปัญหาคอรัปชั่นได้แล้วจะทำให้ภาคธุรกิจลดต้นทุนการประกอบกิจการไปได้มาก นอกจากนี้ รัฐบาลควรปรับสิทธิประโยชน์ของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ให้ส่งเสริมการลงทุนภาคบริการด้วย