ข่าว

ชี้คดี'เรือขุด'เป็น'มหากาพย์คดีค่าโง่'

ชี้คดี'เรือขุด'เป็น'มหากาพย์คดีค่าโง่'

22 ก.ค. 2554

“อลงกรณ์” ชี้ คดี “เรือขุด” เป็น “มหากาพย์คดีค่าโง่” ซัด “ป.ป.ช.” ทำงานอืด จี้ ควรทำให้เร็วกว่านี้ เผย ร้องเรียนมา เกือบ10 ปี ไม่คืบ

          นายอลงกรณ์ พลบุตร ส.ส.เพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ถูกศาลอุทรณ์พลิกคำสั่งในศาลชั้นต้น ให้ติดคุก 10 ปี ในคดีที่นายจงอาชว์ โพธิสุนทร อดีตอธิบดีกรมเจ้าท่า ร่วมทุจริตจัดซื้อเรือขุด พร้อมลูกน้องอีก 5 คน แก้ไขสัญญา จนรัฐเสียหายกว่า 1 พันล้านบาท ขณะที่จำเลย ยื่นขอประกันตัวทันที วงเงินคนละ 1 ล้านบาท ก่อนจะเตรียมยื่นฎีกาสู้คดีว่า เขาเรียกว่าเป็นคดีค่าโง่เรือขุดแฮริคอร์ต 2,000 ล้าน

          ทั้งนี้ เขาเคยยื่นตรวจสอบตั้งแต่ปี 2539 ปลายรัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และเคยอภิปรายไม่ไว้วางใจ พร้อมยื่นเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ในปี 2545 ในสมัยรัฐบาลทักษิณ ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นตัวอย่างหนึ่งของความอับยศ ในเรื่องการฉ้อราษฎร์บังหลวงและการไร้ประสิทธิภาพ ที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อภาษีของประชาชน เพราะได้จ่ายเงินไปเกือบ 2,000 ล้าน แต่กลับไม่ได้เรือขุดมาเป็นของประเทศไทยแม้แต่ลำเดียว เขาได้ทำการท้วงติงจนกระทั่งต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจ

          ส่วนจำเลยในคดีดังกล่าวเตรียมยื่นฎีกาสู้คดีนั้น นายอลงกรณ์ กล่าวว่า เป็นสิทธิ์โดยชอบของจำเลย แต่ขึ้นอยู่กับดุลย์พินิจของศาล เขาไม่ขอพาดพิงถึงคำตัดสินหรือก้าวล่วง แต่กรณีนี้ป็นตัวอย่างหนึ่งของความอับยศ ที่เสียทั้งเงินและค่าโง่ในการบริหารโครงการ ซึ่งควรเป็นอุทธาหรณ์ต่อไป ในเรื่องของการกำกับดูแลโครงการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และจะต้องรับฟังความเห็นข้อเสนอแนะ และการติติงของฝ่ายนิติบัญญัติเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาใหญ่เหมือนกรณีเรือขุด

          “กรณีเรือขุดควรนำมาเป็นกรณีศึกษา ที่แม้แต่กระทรวงทบวงกรมต่างๆหรือคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรที่ทำหน้าที่ในการกำกับตรวจสอบ อาทิ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา ควรจะได้ศึกษาเป็นตัวอย่างเพราะว่า เป็นองค์กรที่สอบทุจริตตั้งแต่ขั้นตอนการกำหนดสเปคขั้นตอนการประมูล จนมาถึงการบริหารโครงการดังกล่าว ซึ่งประสบความล้มเหลวโดยสิ้นเชิงแม้ว่า จะถูกตรวจสอบท้วงติงทั้งในระดับกรรมาธิการ หรือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ"

          นายอลงกรณ์ กล่าวว่า ปปช.ควรจะแจ้งต่อสาธารณชน ถึงความคืบหน้า เพราะเป็นเวลา 9 ปีแล้วที่เขาได้ยื่นเรื่องไป ซึ่งการตรวจสอบควรที่จะเร็วกว่านี้ เพราะเวลาเนิ่นนานมามากแล้ว ย่างเข้าปีที่ 10 แล้ว ควรจะสรุปผลการตรวจสอบและแจ้งให้ผู้ร้องทราบ

          นายอลงกรณ์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นมหากาพย์ตั้งแต่ขั้นตอนการประมูลมีการล๊อคสเปคกัน แล้วที่บอกว่า เป็นค่าโง่เพราะบริษัทนี้ไม่มีประสบการณ์การต่อเรือขุด แล้วพอมีปัญหาไม่สามารถที่จะส่งมอบได้ ก็ขอที่จะให้บริษัทไทยต่อเรื่อขุด ซึ่งบ่งบอกว่า มีความไม่ชอบมาพากล เพราะถ้าบริษัทไทยสามารถต่อเรือขุดได้ทำไมถึงถูกกีดกันไม่ให้เข้าประมูล แล้วบริษัทที่ไม่มีประสบการณ์ในการต่อเรือผลิตหัวสว่าน กลับเป็นบริษัทเดียวที่ผ่านคุณสมบัติ ซึ่งเข้าข่ายการล๊อกคเปค

          ทั้งนี้ ในปี 2539 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม สมัยรัฐบาลพล.อ.ชวลิต ตอนนั้นมีบริษัทเข้ามาเสนอตัว 5 บริษัทแต่ตกคุณสมบัติหมด ผ่านเทคนิคเพียง 1 ราย คือ แฮริคอร์ต แมชชีนคอร์เปอเรชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเป็นบริษัทเดียวที่ผ่าน เท่ากับไม่มีการประกวดราคาไม่มีการแข่งขัน

          "ผ่านได้ยังไงในเมื่อมีทุนจดทะเบียนเพียง 1 แสนเหรียญ มูลค่าโครงการ 50 ล้านเหรียญ ที่สำคัญคือตอนเซ็นสัญญาแอบไปเซ็นกันที่โรงแรมอะไรก็ไม่รู้" นายอลงกรณ์ ระบุ