
"นครบาล"ตั้งด่านเสพแล้วขับ-จับตรวจฉี่
เป็นบทความคอลัมน์ตะลุยข่าวอาชญากรรมประจำวันที่ 22 ก.ค.2554
นับจากนี้ไป...สถานการณ์อาชญากรรมในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจนครบาลจะต้องลดลง หลังนำแนวปฏิบัติการเชิงรุกของ "สน.บางมด" ซึ่งเป็น สน.นำร่องให้ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ด้านงานจราจร เสริมในงานด้านการป้องกันปราบปราม ด้วยการใช้เทคนิคสุ่มตรวจหาสารเสพติดในร่างกายผู้ขับขี่ จนทำให้ปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่ลดลง ได้กลายเป็นแนวทางปฏิบัติของตำรวจจราจรทั่วนครบาล
ปฏิบัติการเชิงรุกที่ทำมาเกือบ 3 ปี...พ.ต.อ.เศรษฐศักดิ์ ยิ้มเจริญ ผกก.สน.บางมด ย้อนถึงสภาพปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่ว่า เนื่องจากสภาพที่ตั้งอยู่ใกล้กับถนนพระราม 2 ทั้งขาเข้าและขาออก อีกทั้งถนนเส้นนี้เชื่อมต่อหลายสถานีตำรวจนครบาล และสภาพพื้นที่หลายซอยสามารถทะลุเชื่อมถึงกัน หากเกิดปัญหาอาชญากรรมโดยเฉพาะเวลากลางวัน จะทำอย่างไรให้เกิดปัญหาน้อยที่สุดและสถิติอาชญากรรมลดลงให้ได้มากที่สุด
จึงสั่งการให้ตำรวจจราจรในสังกัดออกมาตั้งด่านตามจุดต่างๆ สับเปลี่ยนหมุนเวียน รวมถึงออกตรวจตามจุดต่างๆ ในพื้นที่ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะการจับกุมผู้กระทำผิดกฎจราจรเท่านั้น แต่สามารถจับกุมในคดีอาญาด้วย โดยบทบาทตำรวจจราจรสามารถกระทำได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
"พร้อมกันนี้ได้ใช้งบในเรื่องการปราบปรามยาเสพติด จัดหาน้ำยาตรวจสารเสพติดในเบื้องต้น และการแยกหาสารเสพติดว่าเป็นสารเสพติดประเภทใด โดยให้ตำรวจจราจรที่ตั้งด่านคอยสังเกตอากัปกิริยาท่าทางของผู้ขับขี่ หากสงสัยก็มีอำนาจในการตรวจค้น และขอตรวจปัสสาวะผู้ขับขี่ ไม่เพียงแต่ผู้ขับขี่จักรยานยนต์เท่านั้น แต่รวมถึงผู้ขับขี่รถยนต์ทุกประเภท ก็สามารถถูกตรวจปัสสาวะได้เช่นเดียวกัน" พ.ต.อ.เศรษฐศักดิ์ กล่าว
ส่วนขั้นตอนก่อนจะสุ่มตรวจว่าผู้ขับขี่รายใดเข้าข่ายมีพฤติกรรมน่าสงสัยจะต้องมาตรวจหาสารเสพติด ซึ่งใช้หลักการเดียวกับการตรวจ "เมาแล้วขับ" หากผลตรวจเบื้องต้นตรวจพบปัสสาวะเป็นสีม่วง อาจหมายความได้ว่าผู้ขับขี่นั้นเสพยาเสพติด ก็เชิญตัวมาทำบันทึก พร้อมส่งปัสสาวะที่ตรวจเบื้องต้นไปยังโรงพยาบาลเพื่อแยกสาร หากผลทางวิทยาศาสตร์ออกมาพบว่ามีสารเสพติดตัวใดตัวหนึ่งก็สามารถแจ้งข้อกล่าวหาได้หลายข้อกล่าวหา
"ข้อกล่าวหาซึ่งผู้ขับขี่ต้องถูกแจ้งดำเนินคดีคือ ความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติด ในข้อหาเสพยาเสพติด และพ.ร.บ.จราจรทางบกในข้อหาเป็นผู้ขับขี่เสพยาเสพติด อีกทั้งหากตรวจสอบพบว่าผู้ขับขี่มีความผิดอื่นอีก เช่น ไม่สามารถยืนยันความเป็นเจ้าของยานพาหนะ หรือเป็นยานพาหนะถูกแจ้งหาย ผู้ขับขี่ก็ต้องถูกแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นข้อหารับของโจร ฯลฯ ผลจากการปฏิบัติการเชิงรุกครั้งนี้ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ เพราะสมมติฐานในเบื้องต้นหลายคดีผู้ถูกกล่าวหาในคดีอาญาในประเภทลักวิ่งชิงปล้นมักมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด" พ.ต.อ.เศรษฐศักดิ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม หลังจากปฏิบัติการเชิงรุกตรวจหาสารเสพติดจากผู้ขับขี่รถยนต์ ทำให้สถิติอาชญากรรมในพื้นที่ของ สน.บางมด ลดลงนั้น พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รองผบช.น. รับผิดชอบงานด้านการจราจร จึงเตรียมส่งนายตำรวจระดับสารวัตรจราจร และรองสารวัตรจราจร ในเขตกองบัญชาการตำรวจนครบาล ผู้ทำหน้าที่หัวหน้าชุดในการตั้งจุดตรวจ เข้ารับการอบรมเรื่องยาเสพติดจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ให้ทราบถึงขั้นตอนและวิธีการตรวจสอบสีปัสสาวะ ซึ่งอาจจะต่างกันขึ้นอยู่กับยาเสพติดแต่ละชนิด รวมถึงลักษณะอาการของผู้ที่เสพยาเสพติด เนื่องจากการตั้งจุดตรวจบนท้องถนนที่ผ่านมา พบว่า ผู้ขับขี่หลายรายมีการเสพยาเสพติดจนก่อให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน หรือก่อเหตุอาชญากรรม และจากผลการปฏิบัติงานเชิงรุกของ สน.บางมด ส่งผลให้ปัญหาแข่งรถซิ่งและคดีลักขโมยรถจักรยานยนต์ รวมถึงปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่ลดลง
"ที่ผ่านมาการตั้งจุดตรวจสกัดอาจจะยังไม่ทั่วถึง เพราะกำลังเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ จึงเสนอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ที่ตั้งจุดตรวจ ทำการตรวจปัสสาวะผู้ขับขี่ด้วย นอกเหนือจากการกวดขันวินัยจราจรตามปกติ โดยอาศัยอำนาจเจ้าพนักงานจราจรสามารถทำการเรียกตรวจในลักษณะเดียวกับการเรียกตรวจวัดแอลกอฮอล์ เพื่อให้เกิดความชัดเจนและสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น จึงต้องมีการฝึกอบรมให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมการปฏิบัติด้วย เพื่อให้เกิดความชำนาญและทำงานได้อย่างแม่นยำ" พล.ต.ต.ภาณุ ระบุ



