
พวกมากลากไปการจลาจลเมื่อปลายมือ
เป็นคอลัมน์เลียบค่ายประจำวันที่ 22 ก.ค.2554
การลุกฮือขึ้นมาประท้วงของแรงงานกัมพูชาบริษัท จีเอฟพีที นิชิเร ประเทศไทย จำกัด ที่ จ.ชลบุรี น่าจะทำให้เจ้าหน้าที่หันมาใส่ใจเรื่องความมั่นคงมากขึ้น
จากการทะเลาะเบาะแว้งส่วนตัวบานปลายกลายเป็นเหตุจลาจลย่อมๆ เพียงชั่วลัดนิ้วมือ ตำรวจแทบจะควบคุมสถานการณ์ไว้ไม่อยู่
แรงงานกัมพูชามีนับพันคน กำลังตำรวจมีไม่เพียงพอ เมื่อประกอบเข้ากับแรงกระตุ้นเรื่องเชื้อชาติ มันก็เลยไปกันใหญ่
กัมพูชากับไทยมีปมขัดแย้งกันอยู่ ทั้งในระดับเวทีการเมืองระดับประเทศ และในวิถีรากหญ้า สิ่งที่เป็นกังวลคือการรวมกลุ่มของแรงงานข้ามชาติลักษณะนี้ในเมืองไทยมีอยู่หลายแห่ง
ทั้งที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย ?!!
คนที่เข้ามาถูกต้องก็ไม่ว่ากัน สิ่งสำคัญคือเจ้าหน้าที่รัฐต้องควบคุมคนกลุ่มนี้ให้ได้ จะเป็นกระทรวงแรงงาน ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง หรือตำรวจท้องที่ ต้องมีข้อมูลครบถ้วนรอบด้าน
ใครเป็นหัวโจก มีแนวโน้มใช้ความรุนแรง ต้องมีบัญชีเฝ้าตรวจตราพฤติกรรม หรือถ้ามีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นก็ต้องมีแผนปฏิบัติชัดเจน สามารถควบคุมไม่ให้นำไปสู่การจลาจลได้
ต้องทำใจยอมรับให้ได้ว่าในระดับประชาชนด้วยกันแล้ว ไทยเราไม่ค่อยเป็นที่ชอบพอของประเทศเพื่อนบ้านสักเท่าไร
เมื่อมาอยู่รวมกันมากๆ ความเป็นชาติมันก็มี พอมีเรื่องบาดหมางส่วนตัวก็อาจพัฒนาเป็นเรื่องเชื้อชาติได้
เหมือนครั้งหนึ่งที่ชาวกัมพูชาเผาสถานทูตไทยและบริษัทห้างร้านคนไทย เพียงเพราะเข้าใจผิด เพียงแต่นั่นเกิดในประเทศกัมพูชา
แต่ใครจะรับประกันได้ว่า เหตุการณ์เช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นในเมืองไทย เมื่อพิจารณาจากเหตุการณ์ที่บริษัทจีเอฟพีที นิชิเรฯ ?!!
ยังมีแรงงานหลบหนีเข้าเมืองมาอาศัยทำงานอยู่ตามจังหวัดต่างๆ อีกมากมาย ตัวเลข 2 แสนคนที่ทางการมีอยู่ เพียงแค่แรงงานในระบบ จริงๆ อาจสูงกว่านี้หลายเท่าตัว
ทั้งที่ระนอง สมุทรสาคร สมุทรสงคราม หาดใหญ่ และตามหัวเมืองใหญ่อีกมากมาย ที่แทบจะกลายเป็นชุมชนแรงงานต่างด้าว
รัฐต้องเอาจริง ให้งานให้สวัสดิการแล้วก็ต้องมีมาตรการป้องกันความมั่นคงให้ประเทศชาติและประชาชนของตัวเองด้วย ?!!
อนลัส
[email protected]



