ข่าว

หน.อุทยานฯทับลานถูกขู่ฆ่าหลังติดป้ายรื้อรีสอร์ท

หน.อุทยานฯทับลานถูกขู่ฆ่าหลังติดป้ายรื้อรีสอร์ท

21 ก.ค. 2554

หัวหน้าอุทยานฯทับลาน เผยถูกโทรขู่ฆ่าหลังนำป้ายไปติดหน้ารีสอร์ท แจ้งให้รื้อถอนภายใน(30ต.ค.)นี้ ยืนยันจะทำหน้าที่ต่อไป ล่าสุดเตรียมสั่งรื้ออีก 40 แปลง ปลัดกระทรวงเกษตรขอเวลา2เดือนจัดการนายทุนรุกที่ส.ป.ก.

          (21ก.ค.54) นายเทวินทร์ มณีทรัพย์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่อุทยานฯจำนวน 25 คน นำป้ายไวนิลสีน้ำตาล มีข้อความเป็นหนังสือคำสั่งให้เจ้าของบ้านพัก รีสอร์ท ทำลายรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง

          โดยอาศัยอำนาจความในมาตรา 22 แห่ง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 ออกจากเขตอุทยานแห่งชาติให้เเล้วเสร็จภายในวันที่ 30 ตุลาคม 2554 และอนุญาตให้เจ้าของสามารถอุทธรณ์ได้ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่ได้รับหนังสือฉบับนี้

          โดยหากพ้นกำหนดเจ้าของไม่ดำเนินการ เจ้าหน้าที่จะรื้อถอนเองและเจ้าของบ้านพัก รีสอร์ต จะต้องออกค่าใช้จ่ายด้วย โดยเจ้าหน้าที่อุทยานฯได้นำป้ายดังกล่าวไปติดไว้หน้ารีสอร์ตจำนวน 6 แห่ง ในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว ประกอบด้วย รีสอร์ทอิมภูฮิลล์ ต.ไทยสามัคคี ,กระทิงคันทรีวิลล์ ต.อุดมทรัพย์ ,บ้านพักนายประสิทธิ์ จิระดำรง ต.ห้วยใหญ่,ไร่ทะเยอทะยาน ต.อุดมทรัพย์ ,บ้านพักนายรณกร พิชัยโยธิน บริเวณป่าซับพลู ต.อุดมทรัพย์,และไร่ทองทับลาน ของนายประกิตเผ่า ทมทิตชงค์ ต.ห้วยใหญ่  โดยระหว่างติดป้าย มีฝนตกลงมาในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว เป็นระยะๆ

          นายเทวินทร์ กล่าวว่า ทางอุทยานฯจะทะยอยติดป้ายประกาศแจ้งให้ผู้ที่สร้างสิ่งปลูกสร้าง หรือบ้านพักบุกรุกเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน รื้อถอนพ้นเขตอุทยาน หรือทำสิ่งนั้นๆกลับคืนสู่สภาพเดิมแล้วแต่กรณี ภายในวันที่ 30 ตุลาคม 2554  ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามมาตรา 22 ของ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504  โดยผู้ที่ได้รับหนังสือฉบับดังกล่าวสามารถยื่นอุทธรณืได้ภายใน 15 วัน

          ทั้งนี้จากการตรวจสอบล่าสุดใน อ.วังน้ำเขียว ยังมีบ้านพักและรีสอร์ตอีกประมาณ 40 แปลง ที่เข้าข่ายบุกรุกเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ซึ่งตนและเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบเอกสารหลักฐานย้อนหลัง เพื่อให้เกิดความพร้อมถูกต้อง ชัดเจน ก่อนที่จะดำเนินการ

          นายเทวินทร์ กล่าวถึงกรณีที่มีเจ้าของรีสอร์ตหลายแห่งเตรียมร้องต่อศาลปกครอง รวมถึงจะฟ้องเอาผิดกับเจ้าหน้าที่อุทยานฯที่นำป้ายไปติดจนทำให้กิจการได้รับความเสียหายว่า หากตนปฏิบัติตามกฏหมายจะถูกฟ้องตนก็พร้อมที่จะชี้แจง

          และตนยืนยันว่าได้ปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบายของกรมอุทยานและไม่เคยเลือกปฏิบัติ ถึงแม้บ้านพักหรือรีสอร์ต จะเป็นของใครถ้าสร้างบุกรุกในเขตอุทยานฯ ตนก็ต้องดำเนินการตามกฏหมายโดยไม่ละเว้น เพราะไม่เช่นนั้น ก็จะถูกกล่าวหาว่าเลือกปฏิบัติ

          ทั้งนี้ ที่ผ่านมาตนถูกโทรศัพท์เข้ามือถือในทำนองข่มขู่ให้ระวังตัว เพราะหลายคนได้ลงทุนไปหลายสิบล้านจะไม่มีใครยอมให้รื้อถอนง่ายๆแน่นอน เมื่อรับฟังแล้วตนก็ไม่รู้จะทำอย่างไร จะให้หยุดทำหน้าที่ในตำแหน่งตรงนี้ สู้ลาออกไปนอนอยู่บ้านเฉยๆดีกว่า

          "ผมไม่ได้โกรธ ไม่ได้แค้นใคร และไม่เคยติดยึดกับตำแหน่ง สมมุติว่าผมถูกฆ่าตายไป คนที่มาปฏิบัติหน้าที่แทนผมก็ต้องทำหน้าที่ตรงนี้ต่อเพื่อรักษาผืนป่ารักษาทรัพยากรธรรมชาติของประเทศเอาไว้ให้ลูกหลาน ถ้าไม่ทำก็จะเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ แต่ผมก็เชื่อว่าคนที่โทรมาเป็นเพียงการข่มขู่ เพื่อให้หยุดทำหน้าที่เท่านั้น แต่ผมก็ไม่หวั่นไหวไม่ใช่เป็นการท้าทายและจะขอทำหน้าที่ตรงนี้ต่อไปในบทบาทหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ดี่สุด" นายเทวินทร์ กล่าว

 

ปลัดกระทรวงเกษตรขอเวลา2เดือนจัดการนายทุนรุกที่ ส.ป.ก.

          ความคืบหน้าการตรวจสอบพิสูจน์สิทธิ์การถือครองที่ดิน ส.ป.ก. อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา หลังจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการเกษตรและสหกรณ์สั่งการให้มีการตรวจสอบเร่งด่วนเพื่อเตรียมดำเนินการเอาผิดกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง หากพบว่ามีการเปลี่ยนมือการครอบครองที่ดิน ส.ป.ก. โดยผิดกฎหมาย และมีการใช้พื้นที่ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์

          นายเฉลิมพล พิรุณสาร ปลัดกระทรวงการเกษตรและสหกรณ์  กล่าว ปัญหาการบุกรุกพื้นที่เขตอุทยาน ป่าสงวน พื้นที่อนุรักษ์ และที่ดิน ส.ป.ก. ส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงการเกษตรและสหกรณ์ คือ เรื่องที่ดิน ส.ป.ก. ซึ่งต้องดำเนินการตรวจสอบ 2 ส่วน คือ ส่วนแรกพื้นที่ ส.ป.ก. ที่ได้มีการจัดสรรให้แก่เกษตรกรเพื่อใช้ทำกินไปแล้ว ซึ่ง อ.วังน้ำเขียว นั้น จากพื้นที่ ส.ป.ก.ทั้งหมดที่มีอยู่ประมาณ 2.4 แสนไร่ จัดสรรไปแล้วประมาณ 1.4 แสนไร่  อีกส่วนเป็นที่ดิน ส.ป.ก.ที่ยังไม่มีการจัดสรรให้กับเกษตรกรประมาณ 1 แสนไร่  

          ซึ่งในการตรวจสอบทั้ง 2 ส่วนนี้คงจะต้องให้ทางสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมหรือส.ป.ก.  และเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบติดตาม หากพบว่ามีการทำผิดหลักเกณฑ์หรือระเบียบปฏิบัติที่ทาง ส.ป.ก.กำหนดไว้ ก็จะต้องมีการดำเนินการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด  โดยกรอบระยะเวลาที่จะต้องดำเนินการตรวจสอบพิสูจน์เพื่อให้ได้ความกระจ่างในเรื่องนี้นั้นคงต้องขึ้นอยู่กับข้อมูลที่มีอยู่และจำนวนพื้นที่ที่ต้องตรวจสอบ ว่ามีกรณีการบุกรุกหรือการเปลี่ยนมือโดยผิดระเบียบมากน้อยแค่ไหน

          ซึ่งความจริงแล้วทาง ส.ป.ก.สามารถที่จะเริ่มดำเนินการตรวจสอบได้โดยทันที เพราะการจัดสรรที่ดิน ส.ป.ก.จะมีทะเบียนรายชื่อผู้ได้รับสิทธิอยู่แล้ว แต่ยังไม่มีความสมบูรณ์และไม่ครอบคลุม   เนื่องจากพื้นที่ในจังหวัดนครราชสีมากว้างขวาง  ต้องใช้ระยะเวลาในการตรวจสอบ  เพราะปัญหานี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน

          คาดว่าจะต้องใช้ระยะเวลาไม่เกิน 2 เดือน  จึงจะได้ข้อมูลที่ชัดเจน  เพราะการตรวจสอบเอกสารหลักฐานที่มอบที่ดินให้กับเกษตรกรไปใช้ทำกิน จะต้องตรวจสอบอย่างละเอียดทุกแปลง   ว่าบุคคลคลนั้นยังเป็นผู้ครอบครองใช้ที่ดินทำกินอยู่จริงหรือไม่ หรือว่ามีการเปลี่ยนมือสู่ลูกหลานเพื่อใช้ทำกิน  หรือมีการเปลี่ยนมือผู้ถือครองเป็นผู้อื่น  

          หากพบว่ามีการเปลี่ยนมือที่ไม่ใช่เครือญาติ จะดำเนินการทางกฏหมายโดยทันที  ส่วนพื้นที่ที่ยังไม่ได้มีการจัดสรรให้กับเกษตรกรหรือแจกเอกสารสิทธิ แต่หากตรวจสอบว่ามีการบุกรุกก็จะดำเนินการทางกฎหมายเช่นเดียวกัน  เพื่อเอาที่ดินนั้นคืนกลับมา

          เบื้องต้นได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. ลงพื้นที่ไปตรวจสอบ  ตั้งแต่รายหมู่บ้าน ตำบล มั่นใจว่าเวลา 2 เดือนน่าจะได้ข้อมูลข้อเท็จจริงทุกพื้นที่จ.นครราชสีมา แต่ที่เร่งด่วนคือพื้นที่อ.วังน้ำเขียว ที่เป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้ ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่รายงานผลการตรวจสอบให้ทราบเป็นระยะ 

          นายเฉลิมพล กล่าวว่า ขณะนี้ทางกระทรวงการเกษตรและสหกรณ์ได้มีการประสานงานร่วมกับทางกรมป่าไม้ ในการปรึกษาหารือถึงแนวทางในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน เนื่องจาก  ที่ดิน ส.ป.ก.ที่อยู่ในความดูแลของกระทรวงการเกษตร กับที่ดินที่ยู่ในความดูแลของกรมป่าไม้

          ถึงแม้จะมีการแบ่งเขตกันชัดเจน แต่ยังมีบางส่วนที่มีความเหลื่อมล้ำกัน  เพราะการแบ่งเขตจะใช้หลักฐานเป็นภาพถ่ายทางอากาศ เพราะฉะนั้นเมื่อมีการขีดเส้นบนภาพถ่ายทางอากาศไปแล้วนั้น อาจจะมีความคลาดเคลื่อน  จึง ต้องมีการตรวจสอบในพื้นที่รอยต่อให้มีความชัดเจน   

          กรณีกลุ่มผู้ประกอบการในอ.วังน้ำเขียวมีข้อเสนอให้ทางสำนักงานปฏิรูปที่ดินทำกินเพื่อการเกษตรกรรม กำหนดให้พื้นที่อำเภอวังน้ำเขียวเป็นเขตเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวเชิงเกษตรนั้น นายเฉลิมพล กล่าวว่า   หากว่ากันตามข้อกฎหมาย ขณะนี้ยังไม่สามารถที่จะดำเนินการได้

          ขณะเดียวกันกระทรวงการเกษตร ให้มีการศึกษาว่าพื้นที่ ส.ป.ก.หากจะมีการปรับเปลี่ยน เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว เชิงเกษตรต้องมีการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบกฎหมายอะไรบ้าง  หากผลการศึกษาพบว่าเป็นประโยชน์ต่อพื้นที่   ทางกระทรวงการเกษตรฯ ก็คงจะเสนอไปยังรัฐบาลเพื่อให้พิจารณาต่อไป