
ผบ.ทอ.ย้ำลาดตระเวนแดนเขมรปกติ
"ผบ.ทอ."ย้ำจะลาดตระเวนทางอากาศชายแดนไทย-กัมพูชาปกติ "กษิต"ถกวางยุทธศาสตร์ปฏิบัติตามมติศาลโลก เขมรเตรียมทำลายทุ่นระเบิด- ลูกปืนใหญ่ 500 ลูก 21 ก.ค.นี้ ด้านจังหวัดศรีสะเกษพาชาวบ้านซ้อมอพยพหนีภัยสงครามไทย-เขมรเขาพระวิหาร กำนันโวยถนนพังทำให้รถยนต์วิ่งหนีปืน
ที่พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ วันที่ 21 ก.ค.พล.อ.อ. อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ให้สัมภาษณ์กรณีศาลโลกมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ไทยและกัมพูชาถอนทหารออกจากพื้นที่บริเวณโดยรอบปราสาทพระวิหาร ว่า ขณะนี้กองทัพอากาศยังบินลาดตระเวนป้องกันทางอากาศตามปกติอย่างต่อเนื่อง แม้ว่ากองทัพบกจะต้องถอนทหารออกจากพื้นที่ดังกล่าวก็ตาม กองทัพอากาศก็ต้องปฏิบัติภารกิจในขอบเขตของกองทัพอากาศต่อไป ส่วนพื้นที่ที่ศาลโลกกำหนดห้ามมีกำลังทหารเข้าไปก็ไม่มีปัญหาต่อการลาดตระเวน เพราะต้องยึดเส้นเขตแดน โดยจะต้องไม่ละเมิดอธิปไตยของเพื่อนบ้าน การขึ้นทำการบินต้องวางแผนตามขอบเขตที่ต้องปฏิบัติ
ผู้บัญชาการทหารอากาศ ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเรื่องการกำหนดพื้นที่ห้ามทหารข้าวของศาลโลก โดยเห็นว่า เป็นเรื่องทางกฎหมาย เพราะไม่มีความรู้ แต่คิดว่าทั้งรัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศได้พยายามอย่างเต็มความสามารถในการรักษาผลประโยชน์ของประเทศ เพราะเรื่องชายแดนเป็นเรื่องที่ยอมกันไม่ได้ เราต้องรักษาอธิปไตยของเรา
"กษิต"ถกวางยุทธศาสตร์ปฏิบัติตามมติศาลโลก
นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ศาลโลกมีมติให้ทหารไทยและกัมพูชาถอนออกจากพื้นที่ที่กำหนดนั้น ก็ได้เตรียมที่จะประชุมภายในเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อศึกษาประเด็นมติของศาลโลก เพื่อจัดทำและวางยุทธศาสตร์ว่าจะดำเนินการให้เป็นไปตามมติของศาลโลกอย่างไร
ส่วนตัวเห็นว่าจะตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ ที่มีกระทรวงกลาโหม กระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกัน ในการทำตามมติศาลโลก เนื่องจากเห็นว่าอำนาจหน้าที่และการทำงานของคณะทำงานเขตแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา หรือจีบีซี ยังไม่ครอบคลุมตามที่ศาลโลกต้องการ โดยในวันที่ 25 ก.ค.นี้ จะมีการประชุมหารือในเรื่องดังกล่าว เพื่อวางกรอบการทำงาน ส่วนคณะกรรมการชุดใหม่ที่แต่งตั้งขึ้นนั้น รัฐบาลใหม่จะต้องเป็นผู้จัดตั้งขึ้นมา
เขมรเตรียมทำลายทุ่นระเบิด-ลูกปืนใหญ่500ลูก
เมื่อเวลา 11.00 น. ที่บ้านโนนสว่างพัฒนา ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผวจ.ศรีสะเกษ ได้สั่งการให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดศรีสะเกษและทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องของจังหวัดศรีสะเกษได้ร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 ทำการซ้อมแผนในการอพยพชาวบ้านตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาด้านจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งอยู่ใกล้กับเขาพระวิหาร โดยได้จำลองเหตุการณ์ว่ามีการสู้รบกันระหว่างทหารไทย-กัมพูชาและมีกระสุนปืนใหญ่ฝ่ายกัมพูชายิงเข้ามาตกที่บริเวณบ้านโนนสว่างพัฒนา
ดังนั้นทุกส่วนราชการจึงได้ทำการอพยพชาวบ้านโนนสว่างพัฒนาที่พากันหอบลูกจูงหลานของตนเองพากัน ขึ้นรถยนต์ จำนวน 15 คัน รีบหลบหนีภัยสงครามออกจากหมู่บ้าน โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารพราน ชุดรักษาความปลอดภัยประจำหมู่บ้านโนนสว่างพัฒนา และ ตำรวจ สภ.บึงมะลู ร่วมกันลำเลียงอพยพประชาชนออกจากหมู่บ้านไปยังพื้นที่รองรับการอพยพจุดที่ 1 หอประชุมที่ว่าการ อ.กันทรลักษ์ ซึ่งจะเป็นรองรับชาวบ้านในเขต ต.เสาธงชัย ประกอบด้วย บ้านโนนสว่างพัฒนา ม.9 บ้านโนนเจริญ ม.10 บ้านหนองเม็กน้อย ม.11 บ้านภูมิซรอลใหม่ ม.12 บ้านภูมิซรอล 2 หมู่ 13
จ.อ.สมควร สิงห์คำ ปลัดอำเภอกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า การซ้อมแผนอพยพในครั้งนี้ จะทำให้ทุกส่วนราชการมีการซักซ้อมขั้นตอนในการปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุการณ์จริง โดยภายในศูนย์อพยพจะมีเจ้าหน้าที่จากทุกส่วนราชการเข้ามาให้การช่วยเหลือประชาชนที่อพยพหนีภัยสงคราม ทั้งการลงทะเบียนผู้อพยพ การดูแลด้านการรักษาพยาบาล อาหารและเครื่องอุปโภคบริโภคทุกอย่าง และการดูแลด้านสาธารณสุข ซึ่งจะทำให้ทุกขั้นตอนมีการปฏิบัติอย่างรวดเร็วและสามารถช่วยเหลือชาวบ้านที่อพยพหนีภัยสงครามได้อย่างเต็มที่
จ.อ.สมควร เปิดเผยอีกว่า ในวันนี้ (21 ก.ค. 54) เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป ตนได้รับแจ้งว่า ทางฝ่ายกัมพูชาจะมีการทำลายลูกระเบิดและลูกปืนใหญ่จำนวนประมาณ 500 ลูก บริเวณเขาพระวิหาร ซึ่งตนได้แจ้งให้กำนัน ผญบ.ทุกหมู่บ้านที่อยู่ตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชาได้รับทราบ เพื่อแจ้งให้ประชาชนในหมู่บ้านทราบ จะได้ไม่ต้องตื่นตกใจว่ามีการปะทะกันระหว่างทหารไทย - กัมพูชาที่บริเวณเขาพระวิหาร
นางยะ สิงห์ทอง อายุ 52 ปี ชาวบ้านโนนสว่างพัฒนา ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า การซ้อมอพยพหนีภัยสงครามในครั้งนี้ เป็นการดีมากเนื่องจากว่า ทำให้ตนและครอบครัวสามารถที่จะนำเอาบุตรหลานวิ่งเข้าหลุมหลบภัยและขึ้นรถยนต์หนีออกจากหมู่บ้านหนีกระสุนปืนใหญ่ของฝ่ายกัมพูชาได้อย่างถูกตามขั้นตอนที่ทางราชการกำหนดไว้ เมื่อเกิดเหตุการณ์จะได้ไม่เกิดความโกลาหล แต่ว่าในช่วงที่เกิดเหตุการณ์จริงที่ผ่าน ตนวิ่งหนีลูกปืนใหญ่ของกัมพูชาได้เร็วกว่านี้มากเนื่องจากว่าเกิดความกลัวสุดขีดและไม่เคยเจอกับเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนนั่นเอง
นายวีระยุทธ ดวงแก้ว กำนัน ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า การซ้อมอพยพหนีภัยสงครามในครัง้นี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหาอุปสรรคมากก็คือ ถนนที่จะใช้ในการอพยพหนีภัยสงครามชำรุดทรุดโทรมอย่างหนัก โดยถนนระหว่างหมู่บ้านโนนสว่างพัฒนา ต.เสาธงชัย ไปยังบ้านตาแท่น ต.บึงมะลู ระยะทางประมาณ 4 กม. เป็นหลุมบ่อตลาดเส้นทางมานานหลายสิบปีแล้ว แต่ว่าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องไม่ได้เข้ามาซ่อมแซมปรับปรุงดูแลแต่อย่างใด ตนเห็นว่าหากเกิดเหตุการณ์สู้รบกันระหว่างทหารไทย - กัมพูชาขึ้นมาอีก ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ก็ไม่ทราบว่า ถนนสายนี้จะช่วยให้ชาวบ้านหนีพ้นปืนใหญ่ของม่ เพราะว่ารถยนต์วิ่งได้ช้ามาก เนื่องจากว่าถนนพังยับเยินมานานหลายสิบปีแล้วนั่นเอง ตนจึงขอให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลแก้ไขด่วนด้วย



