ข่าว

ช่างกลตะลุมบอนอริ-ยิงเบ้าตาอาจารย์สาหัส

ช่างกลตะลุมบอนอริ-ยิงเบ้าตาอาจารย์สาหัส

21 ก.ค. 2554

ตร.เมืองนนท์ รวบ 50นร.ช่างกลพร้อมอาวุธครบมือ ขณะกำลังตะลุมบอนกับอริคาป้ายรถเมล์ แถมใช้ปืนยิงเบ้าตาอาจารย์ช่างกลที่เข้าระงับเหตุบาดเจ็บสาหัสอีก1

          (21ก.ค.54) พ.ต.ท.ณธีพัฒน์ จิรัฐวรโชติ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองนนทบุรี รับแจ้งเหตุมีกลุ่มนักศึกษาช่างกลก่อเหตุตะลุมบอนทะเลาะวิวาทกันหน้าป้ายจอดรถประจำทางโรงเรียนการัญศึกษา หมู่ 8 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจจำนวนหนึ่งพร้อมวิทยุสกัดรถเมล์ สาย 203 ซึ่งวิ่งระหว่างท่าอิฐ-สนามหลวง ที่มีนักเรียนช่างกลประมาณ 30 กว่า อยู่บนรถประจำทางกำลังหลบหนีไปทางถนนพิบูลสงครามมุ่งสะพานพระราม 7

          ซึ่งในเวลาต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถสกัดจับรถเมล์คันดังกล่าวเอาไว้ได้ ขณะเดียวกันยังสามารถควบคุมตัวกลุ่มนักเรียนช่างกลคู่อริที่ก่อเหตุที่ป้ายรถประจำทางได้อีกจำนวน 20 คน จึงควบคุมนักเรียนนักเลงทั้งหมดมายังโรงพัก สภ.เมืองนนทบุรี

          ขณะเดียวกันในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งว่า เหตุการณ์ยกพวกตะลุมบอนระหว่างนักเรียนช่างกลทั้งสองโรงเรียน เป็นเหตุทำให้นายวิเชียร ปัจชาเขียว อาจารย์ฝ่ายปกครองของโรงเรียนช่างกล ขสทบ. ถูกยิงเข้าที่ใต้เบ้าตาซ้าย กระสุนฝังใน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า เพื่อทำการช่วยเหลือแล้วในเบื้องต้น

          จากการสอบปากคำนายอนัน สมแวง พนักงานขับรถประจำทางสาย 203 ให้การว่า กลุ่มนักเรียนช่างกลพระราม 6 ประมาณ 30 กว่าคน ได้ขึ้นโดยสารรถเมล์ประจำทางสาย 203 มาจากบริเวณท่าน้ำนนท์ เมื่อรถเมล์วิ่งถึงป้ายรถประจำทางหน้าโรงเรียนการัญศึกษาถนนพิบูลสงคราม ก็มาพบกับกลุ่มนักเรียนสารพัดช่างนครหลวงประมาณ 20 กว่าคน รวมกลุ่มกันอยู่ที่ป้ายรถอยู่แล้ว

          เมื่อรถเมล์จอดส่งผู้โดยสารลง จึงเกิดการตะโกนท้าทาย ด่าทอกัน ก่อนจะเปิดฉากควักอาวุธมีดดาบออกมาไล่ฟันกัน ท่ามกลางกลุ่มผู้โดยสารที่รอรถอยู่ที่ป้ายรถประจำทาง จากนั้นตนเองจึงขับรถพากลุ่มนักเรียนที่อยู่บนรถออกไปจากป้ายรถประจำทาง ก่อนที่จะเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำรถสายตรวจมาสกัดให้นำตัวนักเรียนทั้งหมดมาที่โรงพัก

          จากการสอบสวนในเบื้องต้นทราบว่า ระหว่างที่นักเรียนช่างกลทั้งสองโรงเรียนกำลังชุลนุมตะลุมบอนกันอยู่นั้น นายวิเชียร ปัจชาเขียว อาจารย์ฝ่ายปกครองของโรงเรียนช่างกล ขสทบ.ที่มาคอยดูแลนักเรียนของตนเองที่ยังเดินทางมาไม่ถึง เห็นกลุ่มนักเรียนช่างกลทั้งสองโรงเรียนยกพวกตะลุมบอนไล่ฟันกันจนทำให้เด็กนักเรียนชั้นอนุบาลของโรงเรียนการัญศึกษา ที่กำลังลงรถเมล์มาพร้อมผู้ปกครองล้มลงนายวิเชียรจึงวิ่งเข้าไปช่วยประคองร่างเด็กนักเรียนที่ล้มอยู่ในกลุ่มนักเรียนช่างกลให้ลุกขึ้นมา

          เป็นจังหวะเดียวกันกับที่มีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด กระสุนปืนดังกล่าวไปถูกเข้าที่ใต้เบ้าตาซ้ายของนายวิเชียรทันที จากนั้นกลุ่มนักเรียนทั้งสองโรงเรียนจึงแยกย้ายกันไป เพื่อนอาจารย์ด้วยกันจึงช่วยนำตัวส่งโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า และต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตามมาสกัดจับกลุ่มนักเรียนทั้งสองโรงเรียนที่ก่อเหตุเอาไว้ได้

          จากการควบคุมตัวนักเรียนทั้งหมดพบอาวุธมีดดาบจำนวน 21 เล่ม ขวาน 1 เล่ม และระเบิดปิงปองที่ถูกจุดแล้วแต่ยังไม่ระเบิด 1 ลูก ส่วนอาวุธปืนที่กลุ่มนักเรียนได้ก่อเหตุยิงใส่กัน จนไปถูกนายวิเชียร อาจารย์ฝ่ายปกครองของโรงเรียนช่างกล ขสทบ.ได้รับบาดเจ็บนั้น ตรวจสอบไม่พบ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าน่าจะเป็นอาวุธปืนปากกา ขนาด.22 ที่กลุ่มนักเรียนที่ก่อเหตุอาศัยจังหวะหลบหนีการควบคุมตัวไปได้

          ต่อมา พล.ต.ต.สุรชัย สืบสุข ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.สมศักดิ์ชัย อมรส่งเจริญ ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี เดินทางมาสอบสวนกลุ่มนักเรียนช่างกลทั้งหมดที่ถุกควบคุมตัวทั้งหมดที่โรงพัก พร้อมกล่าวตำหนิและคาดโทษกับกลุ่มนักเรียนทั้งหมดว่า ที่ผ่านมาช่วงหลังมักเกิดเหตุกลุ่มนักเรียนอาชีวะก่อเหตุทำร้ายร่างกายกันจนทำให้มีผู้เสียชีวิตบ่อยขึ้น ทั้ง ๆ ที่โรงเรียนที่ก่อเหตุนั้น ไม่ได้เป็นโรงเรียนหรือสถาบันที่ตั้งอยู่ในจังหวัดนนทบุรีเลย

          นับจากนี้ไปหากมีการจับกุมกลุ่มนักเรียนอาชีวะที่ก่อเหตุหรือพกอาวุธได้ การดำเนินคดีที่เรียกเพียงอาจารย์ของโรงเรียนมารับทราบและปรับฐานพกพาอาวุธมีดเพียงคนละ 100 บาท คงไม่เพียงพอที่จะหยุดพฤติกรรมนักเรียนนักเลงเหล่านี้แล้ว ต่อไปจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของคดีนำผู้ปกครองมาทำสัญญากับทางโรงพักไว้เลยว่า จะไม่ก่อเรื่องทะเลาะวิวาทหรือพกพาอาวุธอีก หากผิดสัญญาที่ตกลงกันไว้ ก็จะดำเนินการเด็ดขาด ทั้งตัวผู้ปกครองและนักเรียนอาวชีวะเพื่อให้เข็ดหลาบต่อไป