
"เห็นต่าง" ใช่แตกแยก วิถีครอบครัวประชาธิปไตย
ครอบครัวเป็นโรงเรียนแห่งแรกของทุกคน และพ่อแม่ก็เปรียบเสมือนครูคนแรกของลูกที่จะต้องทำหน้าที่ปลูกฝังสิ่งดีงาม อบรมสั่งสอนเรื่องคุณธรรม จริยธรรม ความคิด และอุปนิสัยแบบประชาธิปไตย เพื่อให้ลูกเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของสังคม
และด้วยแนวคิดดังกล่าวคณะอนุนกรรมการส่งเสริมการพัฒนาประชาธิปไตยได้ทำการคัดเลือก "ครอบครัวประชาธิปไตยตัวอย่าง" เพื่อยกย่องประกาศเกียรติคุณครอบครัวที่ประสบความสำเร็จในชีวิตครอบครัว หน้าที่าการงาน และเป็นแบบอย่างให้แก่ครอบครัวอื่นๆ ได้นำไปประยุกต์ใช้ในครอบครัวของตัวเอง มาปีนี้มีครอบครัวที่ได้รับการคัดเลือกจำนวนทั้งสิ้น 41 ครอบครัว โดยมี พล.อ.อ.กำธน สินธวานนท์ องคมนตรี และ ท่านผู้หญิงพึงใจ สินธวานนท์ เป็นประธานพิธีมอบรางวัล ที่หอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ กรุงเทพฯ เมื่อวันก่อน
ครอบครัว "กาน้อย" ของ ร.ต.ต.บุญมา กาน้อย วัย 77 ปี ข้าราชการบำนาญชาว จ.ตาก เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างครอบครัวประชาธิปไตยที่อบรมเลี้ยงดูลูกๆ ชาย-หญิง ทั้ง 10 คน ภายใต้หลักการง่ายๆ ที่เป็นเน้นเรื่องความยุติธรรมและให้อภัย นำพาให้ครอบครัวก้าวผ่านความขัดแย้งระหว่างสมาชิกในครอบครัวได้อย่างดี
สิริมา เนื่องกลิ่น ลูกสาวคนที่ 5 ซึ่งวันนี้เดินทางพร้อมพี่น้องอีก 5 คนจากบ้านเกิดเพื่อมารับรางวัลบอกว่า ถึงแม้คุณพ่อซึ่งเป็นตำรวจจะดูเหมือนเข้มงวดกับลูกๆ แต่แท้จริงแล้วคุณพ่อส่งเสริมให้ทุกคนมีอิสระทางความคิด ที่สำคัญจะสนับสนุนให้ได้รับการศึกษาทุกคน ทำให้วันนี้ลูกๆ ส่วนใหญ่รับราชการ และมีความมั่นคงในหน้าที่การงาน
ด้านครอบครัว "ขยันยิ่ง" ของผู้ประกาศฝีปากกล้า "หนิง" สายสวรรค์ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ ร.ต.เสนาะ และจันทร์สม ขยันยิ่ง มีความเป็นประชาธิปไตยในการเลี้ยงดูลูกสาวที่แม้มีเพียงคนเดียวไม่แพ้ครอบครัวอื่น โดยคุณพ่อ ข้าราชการทหารบำนาญ บอกว่า จะเน้นพูดคุยกันได้ทุกเรื่อง แม้บางเรื่องสมาชิกจะต้องตัดสินใจของตัวเอง แต่ก่อนตัดสินใจครั้งสำคัญจะมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างละเอียด และเมื่อมีการตัดสินใจแล้วจะเกิดอะไรขึ้นตามมาทุกคนก็จะยอมรับ หรือแม้แต่เวลาต้องประสบปัญหาฉุกเฉินก็จะร่วมกันตั้งสติ ช่วยกันหาทางแก้ไข และเดินต่อไปข้างหน้าเสมอ
ขณะที่ลูกสาวเสริมว่าที่บ้านไม่เคยปิดกั้นในเรื่องการเสือกทางเดินชีวิต ซึ่งตัวเองแม้จะเรียนจบนาฏศิลป์ แต่เบนเข็มมาทำงานสื่อสารมวลชน พ่อแม่ก็ให้อิสระในการตัดสินใจ โดยลึกๆ จะอยากให้ลูกสาวรับราชการก็ตาม "ที่เห็นมาตลอด คือ คุณพ่อจะคอยจี้ให้ลูกรักษาสิทธิ์ทางการเมือง ต้องไปเลือกตั้งทุกครั้ง และเมื่อมีโอกาสแสดงความคิดทางการเมืองก็ควรแสดงออกอย่างเหมาะสม" ผู้ประกาศสาว แจง
อีกหนึ่งครอบครัวประชาธิปไตยตัวยง ครอบครัว "เผือดผ่อง" ของ คุณพ่อชวลิต พนักงานการรถไฟฯ และคุณแม่ สุวรรณา ข้าราชการ กทม.เขตบางรัก ซึ่งมีลูกสาว 2 คน คนโต ภัสสร เผือดผ่อง เรียนจบแล้วและประกอบธุรกิจส่วนตัว ส่วนคนเล็ก บุตรี เผือดผ่อง เป็นนักกีฬาเทควันโดเหรียญเงินโอลิมปิกครั้งล่าสุด ครอบครัวนี้เลี้ยงดูลูกๆ ตามวิถีประชาธิปไตย โดยสอนให้รู้จักรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ต้องมีจุดหมายในการกระทำ ให้มีความมั่นใจว่าพ่อแม่สามารถแก้ปัญหาให้ลูกๆ ได้ในทุกเรื่อง และเมื่อลูกทำผิดก็มีการทำโทษ หรือว่ากล่าวตักเตือน
"ถ้าลูก 2 คนทะเลาะกัน จะต้องเรียกมาคุย พิจารณาหาสาเหตุของปัญหานั้นๆ ก่อนว่าเกิดจากอะไร จากใคร จากนั้นจะคุยกันเพื่อแสดงความคิดเห็นในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ทำให้สามารถลุล่วงไปได้ด้วยดี" คุณแม่หัวใจประชาธิปไตย บอก
ทั้ง 41 ครอบครัวที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นครอบครัวประชาธิปไตยตัวอย่างในปีนี้ ถือเป็นส่วนเล็กๆ ของสังคมที่ได้รับการยกย่อง เชื่อว่ายังมีอีกหลายครอบครัวที่ดำเนินตามวิถีประชาธิปไตย ซึ่งสิ่งนี้ช่วยให้ประชาชนทั่วไป รวมถึงเยาวชนได้เห็นความสำคัญของสถาบันครอบครัว และร่วมกันรณรงค์ส่งเสริมวิถีประชาธิปไตยให้เกิดขึ้น เป็นการพัฒนาประชาธิปไตยที่เกิดจากรากฐานของสังคม และร่วมกันเป็นเครือข่ายในการพัฒนาประชาธิปไตยของประเทศให้เจริญยั่งยืนสืบไป



