ข่าว

'กษิต'ลั่นรบ.ไทยไม่วางเงินประกันโบอิ้ง

'กษิต'ลั่นรบ.ไทยไม่วางเงินประกันโบอิ้ง

21 ก.ค. 2554

นักกฎหมายชี้คดีโบอิ้ง 737 ยังไม่จบ แนะรัฐดึง 'งบกลาง' หมวดเงินสำรองฉุกเฉินจ่ายไปก่อน ทอ. ย้ำ ไม่ได้เป็นของกองทัพอากาศ ขณะที่ 'กษิต' รัฐบาลไทยไม่วางเงินค้ำประกัน

          นายปรีชา สุวรรณทัต อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายการเงินการคลัง กล่าวถึงคำสั่งศาลเยอรมนีที่ให้ทางการไทยนำเงินไปวาง 20 ล้านยูโร หรือราว 845 ล้านบาท เพื่อนำเครื่องบินโบอิง 737 ที่ถูกอายัดไว้ก่อนหน้านี้กลับไปว่า คำสั่งของศาลเยอรมัน ไม่ได้หมายความว่า คดีนี้จบหรือถึงที่สุดแล้ว ยังต้องต่อสู้กันต่อ

          อย่างไรก็ตาม วาระเร่งด่วนที่สุดในขณะนี้คือ รัฐบาลต้องรีบนำเงินไปวางประกันเพื่อนำเครื่องบินออกมา ซึ่งเงินจำนวน 20 ล้านยูโรนี้ไม่ได้จ่ายขาด หรือตกเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทเอกชนที่ฟ้องคดี เพราะหากไทยชนะคดีก็จะได้เงินคืน

          นายปรีชา กล่าวว่า การนำเงินไปจ่ายเพื่อนำเครื่องบินกลับมา เป็นภารกิจที่รัฐบาลชุดปัจจุบันสามารถทำได้เลย โดยไม่ต้องรอรัฐบาลชุดใหม่

          ส่วนที่มาของเงินจำนวนนี้ เบื้องต้นต้องไปดูงบกลาง ในหมวดเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ซึ่งตั้งไว้ในงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 ก่อน 

          "งบกลางตั้งไว้ 47,600 ล้านบาท แต่ปัจจุบันเงินยอดนี้เหลือเท่าไหร่ต้องสำรวจดู ถ้าเหลือพอ รัฐบาลสามารถนำเงินจำนวนนี้ไปวางประกันได้เลย แต่การใช้เงินจำนวนนี้ รัฐบาลรักษาการจะต้องขออนุมัติจาก กกต. ก่อน ซึ่งเป็นเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 181 (2)" 

          นักวิชาการผู้นี้ บอกด้วยว่า หากงบกลางมีไม่เพียงพอ ยังมีเงินอีกก้อนหนึ่งสามารถนำไปใช้ได้ในภารกิจเร่งด่วนนี้ คือเงินทุนสำรองจ่ายจำนวน 100 ล้านบาท ที่ตั้งไว้ตามมาตรา 29 ทวิ พรบ.วิธีการงบประมาณ แต่มีเพดานเพียง 100 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งสามารถดึงมาเพิ่มเติมได้ แต่จะต้องตั้งงบประมาณรายจ่ายชดใช้ในปีงบประมาณถัดไป

          "หากเงิน 2 ยอดนี้ ยังไม่พออีก ต้องไปใช้เงินนอกงบประมาณที่เป็นเงินคงคลังตามกฎหมายเงินคงคลังกรณีจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งส่วนตัว เห็นว่า เข้าหลักเกณฑ์สามารถนำมาใช้ได้เช่นกัน" นายปรีชา ระบุ

 

"ผบ.ทอ."ย้ำโบอิ้ง 737-400 ไม่ได้เป็นของกองทัพอากาศแล้ว

          ด้านพล.อ.อ. อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ กล่าวว่า กองทัพอากาศได้รับการประสานเรื่องเอกสารที่เกี่ยวกับเครื่องบินดังกล่าว โดยได้ส่งหนังสือยืนยันไปว่า เครื่องบิน โบอิ้ง 737-400 กองทัพอากาศได้น้อมเกล้าฯ ถวาย สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมารตั้งแต่ปี 2550 แล้ว และเครื่องบินดังกล่าว ไม่ได้ประจำการอยู่ในกองทัพอากาศแล้ว ซึ่งขั้นตอนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการออกใบสำคัญ การจดทะเบียน ซึ่งกรมการขนส่งทางอากาศได้ดำเนินการไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ครั้งนั้น

          "จากเอกสารที่เขานำไปอ้างถึงเว็ปไซต์หนึ่ง ซึ่งไม่ได้เป็นเว็ปไซต์ของกองทัพอากาศ แต่เป็นของกลุ่มบุคคลที่เขามีความสนใจ และทำข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องบินกองทัพอากาศ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง และเราได้ยืนยันไปแล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งที่เข้านำไปอ้าง ไม่ใช่เอกสารของทางราชการ จึงไม่น่าจะมีน้ำหนักที่จะนำไปอ้างอิงได้ ส่วนข้อมูลของกองทัพอากาศ สามารถตรวจสอบได้ในเวบไซค์ของกองทัพอากาศ”ผู้บัญชาการทหารอากาศ กล่าว

          พล.อ.อ.อิทธพร กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องนานมาแล้วที่เกี่ยวกับทางยกระดับโทลล์เวย์ที่จะต้องต่อสู้กันในชั้นศาล

          อย่างไรก็ตาม ในแง่ของการปฏิบัติ ทุกอย่างต้องอยู่บนพื้นฐานของกฎหมาย ขณะเดียวกันก็ต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้วย คิดว่าทั้งสองประเทศคงคำนึงถึงเรื่องเหล่านี้อยู่

 

'กษิต' ลั่น รัฐบาลไทยจะไม่วางเงินค้ำประกัน ชี้ เป็นคำตัดสินของศาลในเบื้องต้น

          นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวภายหลังเดินทางกลับจากประเทศเยอรมนีถึงกรณีที่ศาลเยอรมนีมีคำสั่งถอนอายัดเครื่องบินโบอิง 737 แต่ให้วางเงินค้ำประกัน 20 ล้านยูโร ว่า มติดังกล่าว ถือเป็นการพิจารณาเบื้องต้น ซึ่งเรื่องนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาคดี และยืนยันว่า รัฐบาลจะไม่วางเงินมัดจำ เพื่อถอนอายัดเครื่องบินโบอิ้งลำดังกล่าว

          นายกษิต ระบุว่า ศาลเยอรมนีจะมีการตัดสินในระหว่างสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนสิงหาคม เนื่องจากกระบวนทางศาลยังไม่เสร็จสิ้น เพราะยังพิจารณาผู้ถือครองเครื่องบิน ตามที่ไทยยื่นเอกสาร

          นายกษิต กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้เข้าเฝ้ากราบบังคมทูลสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามกุฎราชกุมาร ถึงความคืบหน้าทั้งหมดแล้ว และมีความเห็นว่า จะสู้คดีโดยจะเตรียมพยาน ในการต่อสู้ที่ประกอบด้วย อธิบดีกรมการบินพลเรือน ผู้แทนกองทัพอากาศ และผู้ชำนาญกฎหมายการซื้อขาย และเกี่ยวกับทรัพทย์สินต่าง ๆ

          "มั่นใจว่า เครื่องบินดังกล่าวเป็นของพระองค์และพระองค์ก็ไม่เกี่ยวข้องใดๆ ซึ่งเป็นหลักฐานที่แน่นหนา จึงไม่จำเป็นต้อง วางมัดจำจำนวน 20 ล้านยูโร โดยในวันที่ 22 ก.ค.นี้ หลังจากอัยการสูงสุดเดินทางกลับถึงประเทศไทย จะมีการประชุมเป็นการภายใน เพื่อเตรียมสู้คดีและยืนยันให้หลักฐาน พยานมีความแน่นหนายิ่งขั้น ตลอดจนจะจัดหาล่ามภาษาเยอรมันร่วมด้วย"

          อย่างไรก็ตามเครื่องบินโบอิ้ง 737 จะยังจอดอยู่ที่เยอรมันจนกว่า คดีจะสิ้นสุด ในเดือนสิงหาคมนี้