ข่าว

รดน้ำศพทห.เหยื่อจยย.บอมบ์ด้านผบ.ทบ.ลงพื้นที่

รดน้ำศพทห.เหยื่อจยย.บอมบ์ด้านผบ.ทบ.ลงพื้นที่

21 ก.ค. 2554

รอง ผอ.รมน. เป็นประธานรดน้ำศพ จนท.ทหาร เหยื่อ จยย.บอมบ์ ที่ อ.บันนังสตา - ผบ.ทบ.ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามผลในพื้นที่จ.ชายแดนภาคใต้ - มอบร้านตัดผมอดีตแนวร่วมที่กลับใจ

          (21 ก.ค.54) เวลา 09.00 น.ที่ศาลาบำเพ็ญกุศล วัดพุทธภูมิ อ.เมือง จ.ยะลา พลตรีเบญจรงค์ เจริญพร  รอง ผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า   ได้เป็นประธานในพิธีรดน้ำศพและวางพวงหรีด จ.ส.อ.สาโรฒน์  ศรีธิ เจ้าหน้าที่ทหารสังกัด ฉก.ยะลา 15 ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุ จยย.บอม ที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา  โดยมี ข้าราชการทหาร ตำรวจ ระดับสูง รวมทั้ง เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ เข้าร่วมรดน้ำศพไว้อาลัย เป็นจำนวนมาก

          ในการนี้พลตรีเบญจรงค์ เจริญพร  รอง ผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าได้มอบเงินช่วยเหลือแก่ พอ.บรรยง ทิภาปกรณ์ ผบ.ฉก.ยะลา 15 ตัวแทน ของ  จ.ส.อ.สาโรฒน์  นอกจากนี้ ยังมี ตัวแทน ของพลเอกทรงกิตติ จักกาบารต์ ผบ.สูงสุด  ได้เดินทางมามอบเงินและวางพวงหรีดเคารพศพ รวมทั้ง นายกฤษฎา  บุญราช ผวจ.ยะลา   ได้มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาจากศูนย์ปฎิบัติการเยียวยา จ.ยะลา แก่ตัวแทน ของ จ.ส.อ.สาโรจน์ จำนวน ห้าแสนบาท ด้วย

          สำหรับจ.ส.อ.สาโรฒน์  ศรีธิ อายุ 45 ปี เจ้าหน้าที่ทหารสังกัด ฉก.ยะลา 15 อ.บันนังสตา  จ.ยะลา ได้เสียชีวิต จากเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 19 ก.ค 54  เวลา 10.50 น.  ได้มีคนร้ายนำวัตถุระเบิดมาซุกซ่อนในรถ จยย. แล้วนำมาจอดไว้ฝั่งตรงข้ามโรงเรียนบ้านเตาปูน หมู่ 3 บ.เงาะกาโป ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา ก่อนที่จะจุดชนวนระเบิดขึ้นในขณะที่เจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.ยะลา 15 เดินทางกลับจากขนย้ายเต้นท์ให้กับชาวบ้านในพื้นที่ 

          ทำให้มีเจ้าหน้าที่ทหาร ชาวบ้าน และเด็กนักเรียน ได้รับบาดเจ็บรวม 18 ราย  หลังเกิดเหตุ มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่งมารักษาตัวที่โรงพยาบาลยะลาจำนวน 7 ราย  และล่าสุด เมื่อวันที่ 19 ก.ค 54  เวลา 21.00 น.  จ.ส.อ.สาโรจน์ ศรีชี อายุ 45 ปี สังกัด ฉก.ยะลา 15 อ.บันนังสตา ได้เสียชีวิตเนื่องจากทนพิษบาดแผลไม่ไหว

          ภายหลังพิธีรดน้ำศพ  จะมีพิธีส่งศพ จ.ส.อ.สาโรฒน์  ศรีธิ ไปที่ สนามบินบ่อทอง เพื่อนำศพกลับไปบำเพ็ญกุศล ที่ จ.เชียงใหม่ต่อไป

 

ผบ.ทบ.ลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

          วันเดียวกันเวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี  พลเอก ประยุทธ์  จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมและติดตามผลการปฏิบัติงานของหน่วยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี พลโท อุดมชัย  ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4  พร้อมด้วยผู้บังคับหน่วยถึงระดับหน่วยเฉพาะกิจหมายเลข 2 ตัว ให้การต้อนรับ และเข้าร่วมประชุม

          ในที่ประชุมมีการบรรยายสรุปสถานการณ์ และผลการปฏิบัติงานในห้วงที่ผ่านมาของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า และความก้าวหน้าการเสริมสร้างกำลังของหน่วยเฉพาะกิจ รวมทั้งศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้สรุปความก้าวหน้าการดำเนินงานตามแผนพัฒนาพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้

          จากนั้นผู้บัญชาการทหารบก ได้มอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติงานแก่หน่วยต่างๆ โดยเฉพาะมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ห้วงเดือนถือศีลอด หรือเดือนรอมฎอน ของพี่น้องชาวไทยมุสลิมในพื้นที่  รวมทั้งให้เจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่ อำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทยมุสลิม ในการประกอบพิธีทางศาสนาช่วงเดือนรอมฎอน ที่จะมาถึงในช่วงต้นเดือนสิงหาคม 54 นี้

 

ทหารมอบร้านตัดผมให้อดีตแนวร่วมที่กลับใจร่วมมือรัฐ

 

          เวลา 10.30 น. พล.ต.อุทิศ สุนทร ผบ.ฉก.นราธิวาสและคณะ ได้เดินทางไปยังบ้านนายบูคอรี กาเจร์ อายุ 35 ปี เลขที่ 141 ม.9 บ้านกาบุ๊ ต.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ซึ่งอดีตเป็นสมาชิกแนวร่วมกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อเป็นประธานในพิธีมอบร้านตัดผม หลังจากที่นายบูคอรี เกิดสำนึกผิดและได้เข้ามารายงานตัวกับเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมไปถึงมีความเบื่อหน่ายที่ถูกเจ้าหน้าที่รัฐติดตามไล่ล่า

          ซึ่งการมอบร้านตัดผมให้กับนายบูคอรีในครั้งนี้ เป็นนโยบายของ พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัตช์ แม่ทัพภาค 4 เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับผู้หลงผิด หลังจากที่เข้ารายงานตัวเพื่อเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศชาติแล้ว เจ้าหน้าที่ทหารจะส่งเข้าฝึกโครงการทำดีมีอาชีพ เพื่อที่จะให้ผู้หลงผิดสามารถที่จะประกอบอาชีพที่สุจริตและนำรายได้ไปเลี้ยงครอบครัว

          ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายการสร้างจิตวิทยามวลชน ที่สร้างความมั่นใจให้กับผู้หลงผิดคนอื่นๆที่ยังหลบหนี ปรับเปลี่ยนทัศนคติหันมารายงานตัวกับเจ้าหน้าที่รัฐอย่างต่อเนื่อง แถมยังถือว่าเป็นบันไดก้าวแรกที่สามารถนำไปสู่การลดช่องว่าง การสร้างความไว้วางใจ จนขยายผลนำไปสู่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความสันติสุขแบบยั่งยืน

          ด้าน น.ท.รัฐโรจน์ อภิรัชช์รัศมี ผบ.ฉก.นราธิวาส 32 ซึ่งเป็นเจ้าของโครงการดังกล่าว เปิดเผยว่า การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือร่วมใจกับดำเนินการให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันและสอดคล้องกัน โดยชาวบ้านถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญและเป็นปัจจัยหลัก ที่เป็นกลไกให้นโยบายของรัฐสามารถที่จะขับเคลื่อนไปได้อย่างลื่นไหลตามเป้าหมายที่วางไว้

          ทั้งนี้พื้นที่อำเภอบาเจาะ ในอดีตส่วนใหญ่เป็นพื้นที่สีแดงเสียส่วนใหญ่ ปัจจุบันร้อยละ 70-80 ได้กลับกลายเป็นพื้นที่สีเหลืองแล้วค่อยๆขยับขยายเป็นพื้นที่สีเขียวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นที่มาที่ไปของชาวบ้านที่มีบทบาทเป็นอย่างมากให้นายบูคอรี ได้กลับตัวกลับใจเป็นพลเมืองดี และเข้ารายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ทหารยังได้นำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกให้บริการแก่ชาวบ้านด้วย